K-CHANGE-A(A)
ชนิดที่ 1เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน
กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Baillie Gifford Positive Change Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
20.191
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
4,862 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.43%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
+0.55%
1 สัปดาห์
+0.96%
1 เดือน
-3.88%
3 เดือน
+7.66%
6 เดือน
+5.82%
1 ปี
+4.65%
5 ปี
-
สูงสุด
+10.39%
+4.65%(+0.8971)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 3.21% | 1.34% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.87% | 1.43% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ กองทุน Baillie Gifford Positive Change Fund - Class B accumulation (GBP) (กองทุนหลัก) โดยอยู่ภายใต้กลุ่ม Baillie Gifford Investment Funds ICVC ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกของบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือมีพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสังคมโดยรวม ตามดุลยพินิจของ Baillie Gifford & Co Limited ซึ่งรวมถึงบริษัทต่างๆที่สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน แต่ไม่จำกัดเพียงด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ ด้านการศึกษา ด้านความเท่าเทียมทางสังคม ด้านคุณภาพของระบบการดูแลสุขภาพ และด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยมีการลงทุนแบบกระจุกตัว กองทุนหลักได้รับอนุมัติให้จัดตั้งโดย Financial Conduct Authority (FCA) โดยเป็นกองทุน non-UCITS ที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ FCA’s Collective Investment Schemes sourcebook (COLL) และเป็น Alternative Investment Fund (AIF) ที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ FCA’s Investment Funds Sourcebook (FUND) กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Baillie Gifford & Co Limited โดยอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของสหราชอาณาจักร (United Kingdom) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund)
Baillie Gifford Positive Change Fund (กองทุนหลัก) แบ่งหน่วยลงทุนที่เสนอขายออกเป็นคลาส (Class) ซึ่งจะแตกต่างกันที่รายละเอียดต่างๆ เช่น มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อและมูลค่าคงเหลือขั้นต่ำ โครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียม สกุลเงิน นโยบายการจัดสรรกำไรและผลตอบแทน คุณสมบัติของผู้ลงทุน หรือลักษณะอื่นๆ ทั้งนี้ กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน จะลงทุนใน Class B accumulation (GBP) ซึ่งเป็น Class สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปและไม่จ่ายเงินปันผล โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลง Class ที่ลงทุน โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญและไม่ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่ผิดไปจากรายละเอียดโครงการ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่สหราชอาณาจักร โดยใช้สกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) เป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากสหราชอาณาจักร และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ หรือเงินฝาก หรือหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นทั้งในและต่างประเทศ หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่กฎหมาย ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note หรือ SN) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้น หรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมถึงกองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ทั้งในและต่างประเทศ ตามที่กฎหมาย ก.ล.ต. กำหนด อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) เว้นแต่เป็นหุ้นที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งผู้ออกหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนได้
ทั้งนี้ การดำรงอัตราส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก หรืออัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศตามที่ระบุไว้ข้างต้นจะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนใน Baillie Gifford Positive Change Fund ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลัง หักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน โดยการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในกรณีที่กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน มีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และกองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
กองทุนหลักดังกล่าวให้หมายถึงเฉพาะกองทุนหลักที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน :
กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม หรือสนับสนุนให้สังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก
เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุ :
กองทุนมีเป้าหมายสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงทุนในกองทุนหลักที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกัน
กรอบการลงทุน :
กองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Impact Investing ของกองทุน
กลยุทธ์การลงทุน :
เนื่องจากกองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Impact Investing จึงมีหลักเกณฑ์และกระบวนการดังนี้
กองทุนหลักที่กองทุนเน้นลงทุน ต้องเป็นกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Impact Investing ของกองทุน และกองทุนหลักดังกล่าวจะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและตรวจสอบแนวทางการลงทุน ด้วยวิธีการภายในของบริษัทจัดการ
ขั้นแรกบริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Impact Investing ของกองทุน หลังจากนั้นจะรวบรวมข้อมูลของกองทุนต่างประเทศที่ผ่านการคัดเลือก ทั้งจากการพบปะกับทีมงานของกองทุนหลัก การประชุมทางโทรศัพท์ การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ และผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยพิจารณาถึงสถานะของบริษัท ทีมงานของผู้จัดการกองทุนหลัก พอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกกองทุนหลัก นอกจากนี้ จะมีการทำ due diligence กองทุนหลักที่ผ่านเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อให้มั่นใจในกระบวนการลงทุนและการบริหารกองทุนหลักดังกล่าว
ดัชนีชี้วัดของกองทุน คือ ดัชนี MSCI ACWI Gross Total Return USD* ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดของกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Impact Investing ของกองทุน
* โดยแปลงค่าเป็นสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง แล้วปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทนร้อยละ 90 และปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทนร้อยละ 10
อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามกองทุนหลัก หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดและหรือกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลัก รวมถึงเปลี่ยนแปลงวิธีการแปลงค่าดัชนีดังกล่าวให้สอดคล้องกับการลงทุนจริง ซึ่งบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เนื่องจากกองทุนจะเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Impact Investing ของกองทุน ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่กรอบการลงทุนกำหนด
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน :
ความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม หรือสนับสนุนให้สังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ตามกรอบการลงทุน ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในบางทรัพย์สินได้
แนวทางการดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน :
บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำทุกปี ผ่านการประชุมทางโทรศัพท์หรือการพบปะกับทีมงานของกองทุนหลัก รวมถึงการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ โดยจะพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัท ทีมงานของผู้จัดการกองทุนหลัก พอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสม เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกองทุนหลัก
นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะจัดให้มีผู้ตรวจสอบการวัดผลกระทบเชิงบวก (Impact Verifier) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และอาจจัดให้มีบุคคลที่สามที่ทำการตรวจสอบการลงทุน (3rd party certifier) เพิ่มเติมในอนาคตได้ โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการจัดให้มีผู้ตรวจสอบการวัดผลกระทบเชิงบวก (Impact Verifier) และบุคคลที่สามที่ทำการตรวจสอบการลงทุน (3rd party certifier) จะถือเป็นค่าธรรมเนียมอื่นๆ ซึ่งจะเรียกเก็บจากกองทุนรวม
ทั้งนี้ หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการลงทุน รวมถึงกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Impact Investing ของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ
จากนโยบายการลงทุนและกลยุทธ์การลงทุนข้างต้น บริษัทจัดการจึงพิจารณาลงทุนในกองทุน Baillie Gifford Positive Change Fund - Class B accumulation (GBP) (กองทุนหลัก) โดยมีลักษณะสำคัญ และรายละเอียดของการลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน ดังนี้
ลักษณะสำคัญของกองทุน Baillie Gifford Positive Change Fund - Class B accumulation (GBP) :
ชื่อกองทุนหลักBaillie Gifford Positive Change FundShare ClassClass B accumulation (GBP)
Class สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปและไม่จ่ายเงินปันผล
วันที่จัดตั้งกองทุน3 มกราคม 2560ประเภทกองทุนกองทุนตราสารแห่งทุนอายุโครงการไม่กำหนดสกุลเงินสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP)บริษัทจัดการBaillie Gifford & Co LimitedISINGB00BYVGKV59Bloomberg CodeBGPCBAG:LNตัวชี้วัดดัชนี MSCI All Country Worldวันทำการซื้อขายทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลักWebsitewww.bailliegifford.comวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทน และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนและความเท่าเทียมในโลกให้มากขึ้นในระยะยาว ผ่านการลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อส่งคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม
นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก :
ลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม ตามดุลยพินิจของ Baillie Gifford & Co Limited ซึ่งรวมถึงบริษัทต่างๆที่สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน แต่ไม่จำกัดเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ด้านการศึกษา ด้านความเท่าเทียมทางสังคม ด้านคุณภาพระบบการดูแลสุขภาพ และด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยมีการลงทุนแบบกระจุกตัว
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนและความเท่าเทียมในโลกมากขึ้น
เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมีเป้าหมายให้เงินลงทุนเติบโตในระยะยาวพร้อมกับมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม โดยลงทุนในบริษัทต่างๆ ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลากหลายด้านที่อยู่ในธีมการสร้างผลกระทบ ได้แก่ การสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการศึกษา (Social Inclusion and Education) สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร (Environment and Resource Needs) การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต (Healthcare and Quality of Life) และการแก้ปัญหาให้กับคนยากจน (Base of the Pyramid) นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมีการจัดทำรายงานผลกระทบการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก (Positive Change Impact Report) เป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงถึงการติดตามและการวัดผลกระทบเชิงบวกที่แต่ละบริษัทที่กองทุนหลักลงทุนมีต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม โดยมีหน่วยงานภายนอกเป็นผู้รับประกัน (Independent Limited Assurance) รายงานดังกล่าว ภายใต้มาตรฐานการรับประกัน ISAE (UK) 3000 ซึ่งเป็นมาตรฐานการรับประกันสำหรับข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน
กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ในหุ้นของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม ตามดุลยพินิจของ Baillie Gifford & Co Limited ที่อยู่ในธีมการสร้างผลกระทบ ได้แก่ การสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการศึกษา (Social Inclusion and Education) สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากร (Environment and Resource Needs) การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต (Healthcare and Quality of Life) และการแก้ปัญหาให้กับคนยากจน (Base of the Pyramid) ทั้งนี้ กองทุนหลักมีการลงทุนแบบกระจุกตัว โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องขนาดของบริษัท ประเทศ และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์ Impact Investing ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม หรือที่กองทุนหลักเรียกว่ากลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก (Positive Change strategy) ซึ่งมีแนวทางการลงทุนทั้งเชิงบวกและเชิงรุก (Positive and Proactive approach) เพื่อให้พอร์ตการลงทุนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่สำคัญทั้งการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวและสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนและความเท่าเทียมในโลกมากขึ้น ทั้งนี้ กองทุนหลักเชื่อว่าการลงทุนในบริษัทที่ผลิตสินค้าและบริการที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่สร้างความเสียหาย นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมีการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการการวัดผลกระทบเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม
กองทุนหลักจะลงทุนในบริษัทที่สร้างผลกระทบเชิงบวก ซึ่งผลกระทบดังกล่าวต้องอยู่ในธีมการสร้างผลกระทบ (Impact Themes) ธีมใดธีมหนึ่ง ดังต่อไปนี้
กองทุนหลักจะคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยพิจารณาจากศักยภาพของบริษัทที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งด้านการลงทุนและด้านผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมของกองทุนหลัก โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีศักยภาพในการจัดการกับธีมการสร้างผลกระทบที่อยู่ใน 4 ธีมที่กองทุนหลักกำหนด และความสามารถในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมีกำไร
การวิเคราะห์หลักทรัพย์มีการกำหนดขั้นตอนไว้อย่างเคร่งครัด และมีการทวนซ้ำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
ในขั้นตอนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ศักยภาพในการสร้างผลกระทบของธุรกิจ โดยนักวิเคราะห์ผลกระทบจะทำวิจัยแบบ bottom-up ซึ่งเป็นอิสระจากการวิเคราะห์การลงทุน โดยพิจารณาจากปัจจัย 3 ประการ ดังนี้
การวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์แบบองค์รวม กองทุนหลักตระหนักดีว่าไม่มีบริษัทใดที่สมบูรณ์แบบ และภายใต้ปัจจัยข้างต้น กองทุนหลักยังพิจารณาถึงประเด็นข้อขัดแย้งและผลกระทบด้านลบจากการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย
กองทุนหลักใช้ดัชนี MSCI ACWI Gross Total Return USD เป็นดัชนีชี้วัด โดยดัชนีดังกล่าวสะท้อนผลการดำเนินงานของหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดขนาดใหญ่และขนาดกลาง (Large and mid- capitalization) ทั้งที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ กองทุนหลักเชื่อว่ากลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก (Positive Change strategy) ที่มีการคำนึงถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม สามารถเทียบเคียงกับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นทั่วโลกแบบทั่วๆ ไปได้ กองทุนหลักใช้ดัชนีชี้วัดดังกล่าวเพื่อช่วยในการวัดและจัดการความเสี่ยงด้านตลาด หลังจากพิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน นโยบาย และระดับความเสี่ยงแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมการบริหารความเสี่ยงภายใน ไม่ได้กำหนดเป็นเป้าหมายหรือข้อจำกัดสำหรับการลงทุนของกองทุนหลัก
กรอบการลงทุนของกองทุนหลักมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อม อาจทำให้ขอบเขตของการลงทุนถูกจำกัด ส่งผลให้กองทุนหลักอาจพิจารณาไม่ลงทุนในบางอุตสาหกรรมและบางบริษัท
นอกจากนี้ ที่ปรึกษาการลงทุนของกองทุนหลักมีนโยบายไม่ลงทุนในอาวุธ (controversial weapons) เช่น ทุ่นระเบิด ระเบิดลูกปราย อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมี ฟอสฟอรัสขาว และยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ เป็นต้น ดังนั้น กองทุนหลักจึงจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ผลิตอาวุธ หรือบริษัทที่จัดหาสินค้าหรือบริการที่เป็นส่วนประกอบหรือใช้ในการปรับแต่งสำหรับการแจกจ่ายหรือการใช้อาวุธ โดยจะใช้ข้อมูลจาก Sustainalytics, MSCI และ Pax Christi เพื่อพิจารณาว่าบริษัทใดเกี่ยวข้องกับอาวุธดังกล่าว
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กรอบการลงทุนดังกล่าวข้างต้น อาจจำกัดขอบเขตของการลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งอาจส่งผลให้ผลตอบแทนของกองทุนหลักแตกต่างจากกองทุนอื่นที่ไม่มีข้อจำกัดดังกล่าว
แนวทางการดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก :
กองทุนหลักมีการติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงานและการส่งมอบการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของบริษัทที่เข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนร่วมกับทีมผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว จัดทำรายงานว่ากลยุทธ์ของบริษัททำให้บรรลุวัตถุประสงค์ทั้งด้านการเงินและด้านผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมอย่างไร รวมทั้งจัดทำรายงานผลกระทบประจำปี (Annual Impact Report) และรายงานเกี่ยวกับ ESG และการมีส่วนร่วมกับบริษัทที่เข้าลงทุน (Positive Conversations)
ทั้งนี้ เนื่องจากกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าบริษัทที่ลงทุนจะต้องสร้างผลกระทบเชิงบวก แต่การสนับสนุนเชิงบวกดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง และในบางกรณีบริษัทที่ลงทุนนั้นอาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมได้ กองทุนหลักจึงต้องมีการทำวิจัยโดยนักวิเคราะห์ที่ดูแลด้านผลกระทบโดยเฉพาะที่แยกจากนักวิเคราะห์ด้านการลงทุน เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของบริษัทที่ลงทุนอย่างชัดเจน อนึ่ง การตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง การทบทวนประจำปี และการมีส่วนร่วมกับฝ่ายบริหารของบริษัทที่ลงทุนจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้
นอกจากนี้ กองทุนหลักจะใช้ข้อมูลจากบุคคลที่สามเพื่อตรวจสอบข้อขัดแย้งของบริษัททั้งที่กำลังจะเข้าถือครองและที่ถือครองอยู่ในพอร์ตการลงทุน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบมีความละเอียดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากกองทุนหลักพบประเด็นข้อกังวลระยะยาวที่อาจกระทบกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนทั้งที่เกี่ยวกับด้านการลงทุนและด้านผลกระทบต่อสังคมและ/หรือสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากฝ่ายบริหารของบริษัทที่ลงทุน กองทุนหลักจะขายหลักทรัพย์ของบริษัทดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุน
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลและข้อจำกัดด้านความยั่งยืนของกองทุนหลักได้ที่ https://www.bailliegifford.com/en/uk/individual-investors/funds/positive-change-fund/
ค่าธรรมเนียมของกองทุน Baillie Gifford Positive Change Fund - Class B accumulation (GBP) :
(ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562)
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก :
การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์และผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดทุนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ อาทิ การคาดการณ์เงินปันผลและกำไรในอนาคต การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าของหน่วยลงทุนมีความผันผวนและผู้ลงทุนอาจจะไม่ได้รับเงินต้นคืน
เนื่องจากกองทุนมุ่งเน้นที่จะลงทุนในตลาดทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยทั่วไปตลาดประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่มักจะมีขนาดเล็กและมีสภาพคล่องต่ำ รวมถึงอาจไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และข้อกฎหมายต่างๆ เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว การลงทุนในประเทศดังกล่าวจึงมักจะเผชิญกับความเสี่ยงสูงกว่าตลาดของประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีอีกหลายปัจจัย อันได้แก่ ข้อจำกัดด้านการลงทุนและการนำเงินกลับเข้าประเทศ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของตลาด ตลาดมีขนาดเล็กซึ่งส่งผลให้สภาพคล่องต่ำอาจทำให้กองทุนไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ในราคาที่เหมาะสม นโยบายภาษีของแต่ละประเทศ กฎข้อบังคับต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ ความไม่มั่นคงทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ข้อจำกัดหรือกฎหมายหรือมาตรการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดอื่นๆในระดับประเทศ รวมถึงความไม่พร้อมของระบบการชำระราคา เป็นต้น ผู้ลงทุนควรตระหนักว่าการลงทุนในหลักทรัพย์ของตลาดเกิดใหม่นั้นอาจมีสภาพคล่องต่ำกว่าการลงทุนในประเทศพัฒนาแล้ว
เนื่องจากกองทุนหลักลงทุนในสินทรัพย์หลายสกุลเงิน การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของสินทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนและผลตอบแทน หลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนอาจอยู่ในสกุลเงินที่ต่างจากสกุลเงินของกองทุนหลัก กองทุนหลักจึงอาจได้รับผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าของหน่วยลงทุน เงินปันผล และดอกเบี้ยที่กองทุนหลักได้รับ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินสามารถส่งผลกระทบต่อราคาของหลักทรัพย์เช่นกัน
เนื่องจากลงทุนในตราสารทุนอย่างจำกัดจำนวน และอาจมีการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของความผันผวนของผลการดำเนินงานในระยะสั้นได้
การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน Baillie Gifford Positive Change Fund (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
(ไม่ใช้กับการลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมทองคำที่ลงทุนในทองคำแท่ง)
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ
บริษัทจัดการจะลงทุนหรือแสวงหาประโยชน์เฉพาะจากหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น
ทั้งนี้ หากเป็นการลงทุนในตราสารหรือสัญญาในต่างประเทศ ตราสารหรือสัญญาดังกล่าวต้องเสนอขายหรือเป็นการทำสัญญาในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ IOSCO หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE หรือเป็นตราสารของบริษัทที่จัดตั้งและเสนอขายใน GMS
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
กรณีเป็นหน่วยที่การออกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนดังนี้
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
เป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
เป็นไปตามประกาศ
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี บริษัทจัดการจะเปิดให้บริการเฉพาะหน่วยลงทุนชนิดสะสมมูลค่าก่อน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะหยุดรับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมเป็นการชั่วคราวหรือถาวรหรือยกเลิกหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกเลิกการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและ/หรือมูลค่าหน่วยลงทุนที่ขายได้แล้วทั้งหมดของชนิดหน่วยลงทุนดังกล่าวลดลงเหลือน้อยกว่า 300 ล้านบาทในวันทำการใดและ/หรือผู้ถือหน่วยลงทุนของชนิดเพื่อการออมที่เหลืออยู่ทั้งหมดมีการลงทุนครบเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดและ/หรือเงื่อนไขอื่นใดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและแจ้งให้สำนักงาน ก.ล.ต.ทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว