K-ESGBF-ThaiESG
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ ESG
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
9.9811
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,888 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
4
ระดับ 4 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.38%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
+0.02%
1 สัปดาห์
+0.06%
1 เดือน
+0.01%
3 เดือน
+0.86%
6 เดือน
+0.12%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-0.11%
-0.34%(-0.0338)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.07% | 0.32% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.35% | 0.38% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงตราสารข้างต้น รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังนี้ โดยมี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าวรวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) ที่มีลักษณะตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ซึ่งประกอบด้วยตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้
(1.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี
(1.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
(2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond)
กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) อย่างไรก็ดี กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) ได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้อื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกันได้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนรวมตราสารหนี้อื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด
สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก หน่วย CIS สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดทั้งในและต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดให้กองทุนรวมตราสารหนี้ลงทุนได้ ทั้งนี้ สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต (Credit rating หรือ Credit event) หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน ดังนี้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้เสนอขายต่อประชาชนหรือต่อบุคคลในวงจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
(1) โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) ที่มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย
(2) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) ที่มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเพื่อพัฒนาสังคมของประเทศไทย
(3) โทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล บริษัทในเครือ หรือโครงการใดๆ ในประเทศไทย
กองทุนอาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลอื่นที่นอกเหนือจากโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืนได้ โดยโทเคนดิจิทัลอื่นดังกล่าวจะต้องมีความมุ่งหมายหรือเนื้อหาสาระที่แท้จริง (substance) ในลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ และจะต้องมีลักษณะดังนี้
โดยผู้เก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ดังกล่าวข้างต้น อาจเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ดูแลผลประโยชน์ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ หากมีการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) บริษัทจัดการจะเปิดเผยลักษณะ เงื่อนไข และผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลที่กองทุนลงทุน รวมทั้งชื่อผู้เก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวมให้ผู้ลงทุนทราบต่อไป
กองทุนอาจลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสาร Basel III และหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่มี underlying เป็นตราสารดังกล่าว รวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยกองทุนสามารถลงทุนในตราสารภาคเอกชนได้ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน :
กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการช่วยส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนผ่านการลงทุนในตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond)
เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุ :
เพื่อสนับสนุนผู้ออกตราสารทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เสนอขายตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) เพื่อเป็นส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals
กรอบการลงทุน :
กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังนี้ โดยมี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าวรวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) ที่มีลักษณะตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
(2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond)
กลยุทธ์การลงทุน :
กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social, and Governance: ESG) ประกอบกับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร (Credit Analysis) ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability –linked bond) ที่ออกโดยภาครัฐและภาคเอกชนโดยตราสารดังกล่าวจะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกตราสารของบริษัทจัดการ เช่น มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์ของการใช้เงินเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย หรือมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
บริษัทจัดการจะมีกระบวนการในการวิเคราะห์ตราสาร โดยใช้ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกตราสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ เช่น สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เพื่อคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ซึ่งอาจครอบคลุมถึงกลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และผลกระทบต่อกำไรหรือผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร เป็นต้น
ดัชนีชี้วัดของกองทุน ประกอบด้วย
โดยบริษัทจัดการเลือกดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีชี้วัด เนื่องจาก
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีทั้งตราสารหนี้ภาคเอกชนและพันธบัตรรัฐบาล ESG ได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
https: //www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https: //www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปี ได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
https: //www.thaibma.or.th/EN/Education/Bond_Tutor/InvestorGuide.aspx
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https: //www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/BondIndex.aspx
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้
เนื่องจากกรอบการลงทุนของกองทุนเน้นลงทุนในตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability –linked bond) จึงทำให้ขอบเขตของการลงทุนถูกจำกัด โดยกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือผลิตหรือจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการดังต่อไปนี้
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่างยั่งยืน :
แนวทางการดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน :
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี