KF-US-PLUS-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดกรุงศรียูเอสซีเล็คอิควิตี้พลัส
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
11.0997
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
279 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.49%
อันดับค่าธรรมเนียม 7 จาก 16
1 วัน
+0.81%
1 สัปดาห์
+0.83%
1 เดือน
-0.27%
3 เดือน
+3.03%
6 เดือน
+3.72%
1 ปี
+7.69%
5 ปี
-
สูงสุด
+9.31%
+7.69%(+0.7924)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.28% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 10% | 10% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.65% | 1.49% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินเหรียญสหรัฐ เงินปอนด์อังกฤษ ยูโร เยนญี่ปุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินเหรียญสหรัฐในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class I (acc) - USD (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน ซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก)
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non - investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวเมื่อรวมกับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 5. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรียูเอสซีเล็คอิควิตี้พลัส และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้
หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรียูเอสซีเล็คอิควิตี้พลัส โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทุกรายทราบโดยพลัน และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
(6.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ
(6.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน
(แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผย
ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ
(2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม (1)
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1)ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผย
ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3)
แล้วเสร็จ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund (กองทุนหลัก) :
ชื่อกองทุน: JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fundลักษณะเฉพาะของ Class I (acc) - USD:(1) เป็น Class ที่ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ
(2) ขายให้กับนักลงทุนสถาบัน และไม่มีการจ่ายเงินปันผล
วันที่จดทะเบียนกองทุน: 5 กรกฎาคม 2550วันที่จัดตั้ง Share Class:6 ตุลาคม 2553วัตถุประสงค์การลงทุน:กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยผ่านการลงทุนในหลักทรัพย์ และตราสารอนุพันธ์ ของบริษัทต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกานโยบายการลงทุน:การลงทุนหลัก: กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 67 ของทรัพย์สินกองทุน ทั้งโดยตรงหรือโดยผ่านตราสารอนุพันธ์ ในหุ้นของบริษัทที่ตั้งอยู่หรือมีการดำเนินธุรกิจหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไป กองทุนหลักจะถือ Long Position ประมาณร้อยละ 130 ของทรัพย์สินสุทธิ และถือ Short Position (โดยผ่านการลงทุนในตราสารอนุพันธ์) ประมาณร้อยละ 30 ของทรัพย์สินสุทธิ แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเป้าหมายเหล่านี้โดยขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของ Long Position ในบริษัทที่ส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งวัดได้จากวิธีการ ESG Scoring ที่พัฒนาขึ้นเองโดย Investment Manager และ/หรือจากข้อมูลของบุคคลภายนอก
กองทุนหลักจะลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของ Long Position ในทรัพย์สินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Investments) ตามคำนิยามภายใต้หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Finance Disclosure Regulation: SFDR) ที่มีส่วนช่วยในการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งนี้ ไม่รวมสินทรัพย์สภาพคล่องที่เป็น Ancillary Liquid Assets เงินฝากกับสถาบันการเงิน (Credit Institutions) ตราสารตลาดเงิน กองทุนรวมตลาดเงิน และตราสารอนุพันธ์ที่ลงทุนเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตการลงทุน
กองทุนหลักจะไม่รวมอุตสาหกรรม บริษัท/ผู้ออกหลักทรัพย์ หรือแนวทางปฏิบัติบางรายการไว้ในขอบเขตของการลงทุน (Investment Universe) โดยขึ้นอยู่กับมูลค่าของแต่ละรายการ หรือนโยบายการคัดกรองการลงทุนตามปกติวิสัย นโยบายเหล่านี้มีการกำหนดขอบเขต หรือหลักเกณฑ์การคัดออกอย่างเต็มรูปแบบสำหรับอุตสาหกรรมบางประเภทหรือบริษัทบางแห่ง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการด้าน ESG และ/หรือ มาตรฐานขั้นต่ำสุดของแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจตามปกติวิสัยในระดับนานาชาติ
ในการซื้อหลักทรัพย์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของหลักทรัพย์ทั้งหมด กองทุนหลักจะใช้หลักเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ในการตัดสินใจเพื่อการลงทุนอย่างเป็นระบบ
การลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ: ลงทุนในบริษัทในแคนาดา
กองทุนหลักลงทุนไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินสุทธิ ในหลักทรัพย์ประเภท Ancillary Liquid Assets และไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินที่เป็นเงินฝากใน Credit Institutions ตราสารตลาดเงิน และกองทุนรวมตลาดเงิน ที่ใช้สำหรับการบริหารเงินสดเพื่อการซื้อและขายคืนหน่วยลงทุนรวมถึงการชำระเงินในกรณีทั่วไปและรายจ่ายพิเศษต่างๆ นอกจากนี้ กองทุนหลักจะลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของทรัพย์สินสุทธิใน Ancillary Liquid Assets เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ (Defensive Purposes) เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ตลาดมีภาวะผันผวนมากเป็นพิเศษ
ตราสารอนุพันธ์: กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อการลงทุน การบริหารประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุน และการบริหารความเสี่ยง โดยจะลงทุนใน Total Return Swap (TRS) ซึ่งรวมถึง Contract for Difference (CFD) ประมาณร้อยละ 60 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน แต่ไม่เกินร้อยละ 200 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนหลักจะใช้วิธีการคำนวณฐานะการลงทุนทั่วโลก (Global Exposure Calculation Method) แบบ Relative VaR และมีระดับของการ Leverage จากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่คาดว่าจะได้รับ ประมาณร้อยละ 60 ของทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุน ซึ่งเป็นเพียงตัวเลขบ่งชี้เท่านั้น ระดับของการ Leverage ในบางช่วงเวลาอาจสูงกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญก็ได้
เทคนิคและตราสารที่ลงทุน: กองทุนหลักคาดว่าจะมีการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) ประมาณร้อยละ 0-20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยสูงสุดจะไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
สกุลเงิน: กองทุนหลักจะลงทุนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ และจะไม่ป้องกันความเสี่ยง
Ancillary Liquid Assets; คือ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและสามารถแปลงเป็นเงินสดได้เร็วและง่ายในกรณีที่ต้องการใช้เงินสดในระยะสั้น โดยสินทรัพย์เหล่านี้มักจะมีความเสี่ยงต่ำและสามารถขายในตลาดได้ในเวลาอันสั้น ตัวอย่างเช่น เงินสด, บัญชีเงินฝากที่สามารถถอนเงินได้ทันที หรือหลักทรัพย์ที่มีความสามารถในการแปลงเป็นเงินสดในระยะสั้น เช่น พันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุสั้น
(สามารถดูรายละเอียดของนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของ JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund)
กลยุทธ์การลงทุน: กองทุนหลักมีแนวทางการลงทุนโดยใช้การการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและผลกำไร รวมถึงกระแสเงินสดในอนาคตของบริษัทที่จะลงทุน และใช้กลยุทธ์แบบ active extension approach เพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่น่าสนใจ และขายหลักทรัพย์ที่น่าสนใจน้อยกว่า เพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่มีศักยภาพโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงสุทธิโดยรวมต่อการลงทุนอายุโครงการ:ไม่กำหนดวันทำการขายและรับซื้อคืน:ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุน
การจ่ายเงินปันผล: ไม่มีบริษัทจัดการ (Management Company):JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.lผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน (Depositary):J.P. Morgan SE - Luxembourg Branchผู้สอบบัญชี (Auditor): PricewaterhouseCoopers, société cooperativeเว็บไซต์:สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: https://am.jpmorgan.com/lu/en/asset-management/per/products/jpm-us-select-equity-plus-i-acc-usd-lu0281485341#/documentsค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund, Class I (acc) - USD (กองทุนหลัก) *
หมายเหตุ:
(1) ข้อความในส่วนของกองทุน JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
(2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)