KFCHINA-T10PLUS-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดกรุงศรี China Tech 10 Plus
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
8.0323
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,546 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.8%
อันดับค่าธรรมเนียม 17 จาก 26
1 วัน
+1.40%
1 สัปดาห์
+3.60%
1 เดือน
+8.68%
3 เดือน
+3.35%
6 เดือน
-8.92%
1 ปี
-15.24%
5 ปี
-
สูงสุด
-19.68%
-16.12%(-1.5434)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.6% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 10% | 10% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.65% | 1.8% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่อยู่ในดัชนี Hang Seng TECH* หรือหุ้นของบริษัทที่ลักษณะธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกับธีมเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีอัตโนมัติ (Autonomous) คลาวด์ (Cloud) ดิจิทัล (Digital) อีคอมเมิร์ซ (ECommerce) ฟินเทค (FinTech) หรืออินเทอร์เน็ต ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) อยู่ในระดับสูงและมีสภาพคล่อง ทั้งนี้ กองทุนตั้งเป้าลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่า 10 บริษัท แต่จะไม่เกิน 15 บริษัท ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการประเมินของผู้จัดการกองทุน โดยจะมีการปรับสมดุลน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้ หากบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
กองทุนมีหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่ลงทุนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: คัดเลือกตราสารทุน และ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange: HKEX) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าลงทุนได้ โดยพิจารณาว่าเป็นบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจเกี่ยวข้องกับธีมเทคโนโลยีที่อยู่ในขอบเขตของดัชนี Hang Seng TECH หรืออยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในเศรษฐกิจและสังคม และมีแนวโน้มเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เช่น เทคโนโลยีอัตโนมัติ (Autonomous) คลาวด์ (Cloud) ดิจิทัล (Digital) อีคอมเมิร์ซ (ECommerce) ฟินเทค (FinTech) หรืออินเทอร์เน็ต เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 2: คัดเลือกหลักทรัพย์จากกลุ่มบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ในขั้นตอนที่ 1 โดยพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) รวมถึงพิจารณาองค์ประกอบอื่นประกอบด้วย เช่น ความมั่นคงของบริษัท ความน่าเชื่อถือของบริษัท เพื่อจัดลำดับเบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 3: พิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์จากกลุ่มบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ในขั้นตอนที่ 2 ที่มีระดับสภาพคล่องที่เหมาะสม โดยอ้างอิงจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Turnover) เทียบกับขนาดของกองทุน เพื่อให้สามารถบริหารพอร์ตและปรับสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ 4: จากหลักทรัพย์ที่ผ่านการคัดเลือกข้างต้น ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกบริษัทเป้าหมายที่จะลงทุน จำนวนไม่น้อยกว่า 10 บริษัท แต่ไม่เกิน 15 บริษัทเพื่อสร้างพอร์ตลงทุนในลักษณะถ่วงน้ำหนักเท่ากัน (Equally Weighted) ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปัจจัยเพิ่มเติม เช่น อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ความน่าเชื่อถือของการเติบโตทางธุรกิจ ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม หรือมุมมองจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Consensus) จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น Bloomberg หรือแหล่งอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยหากหลักทรัพย์ของบริษัทเป้าหมายหลักทรัพย์ใดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ข่าวสารที่จะส่งผลเชิงลบ รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ต้นทุนการลงทุนขั้นต่ำสูงเกินไป มีสภาพคล่องต่ำ หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคอื่น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจาณาตัดหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญรวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพดังกล่าวออก แล้วเปลี่ยนรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนเป็นหลักทรัพย์อื่นในลำดับถัดไปแทน
นอกจากนี้ ในบางขณะกองทุนอาจมีการลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่อยู่ในดัชนี Hang Seng TECH เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน โดยจะลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟดังกล่าวเมื่อรวมทุกกองทุนแล้ว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
*ดัชนี Hang Seng TECH เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของ 30 บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงซึ่งมีการดำเนินธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โดยมีลักษณะดังนี้
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)