KFGBTHAIESG-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุน ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return) และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามหลักเกณฑ์/เงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือทางการกำหนด
กองทุนเปิดกรุงศรีพันธบัตรรัฐบาลไทยเพื่อความยั่งยืน
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
10.7545
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
3,021 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
3
ระดับ 3 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.4%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
+0.09%
1 สัปดาห์
+0.06%
1 เดือน
-0.91%
3 เดือน
+1.30%
6 เดือน
-1.13%
1 ปี
-6.21%
5 ปี
-
สูงสุด
-5.77%
-6.43%(-0.7388)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 0.27% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.65% | 0.4% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
อย่างไรก็ดี การลงทุนในตราสาร และ/หรือการทำธุรกรรม และ/หรือการหาดอกผลอื่นใดตามข้างต้น จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิ (net exposure) ในทรัพย์สินตามข้อ 1. โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ โดยอาจทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ด มีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน / อัตราดอกเบี้ย / credit rating / credit event รวมถึงทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ตามข้อ 1. และ 2. ดังนี้ ตั๋วเงินคลัง / พันธบัตร / ตั๋วแลกเงิน / ตั๋วสัญญาใช้เงิน / หุ้นกู้ / ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ / ตราสารหนี้ / ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน / ตราสาร Basel III ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุนทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน :
กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการช่วยส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนผ่านการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond)
เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ :
สร้างผลตอบแทนโดยการลงทุนในตราสารที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เพื่อสนับสนุนผู้ออกตราสารที่มีการดำเนินงานโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social, and Governance: ESG) ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการสนับสนุนการลงทุนด้านความยั่งยืนของประเทศไทย
กรอบการลงทุน (Investment Universe) :
กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กลยุทธ์การลงทุน :
กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social, and Governance: ESG) ประกอบกับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability –linked bond)
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
บริษัทจัดการจะมีกระบวนการในการวิเคราะห์ตราสาร โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ เพื่อคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ซึ่งอาจครอบคลุมถึงฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน หรือผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร เป็นต้น
การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน
ดัชนีชี้วัดของกองทุน ประกอบด้วย
กองทุนใช้ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ในสัดส่วนร้อยละ 80 เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุนในตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน และใช้ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปีของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยในสัดส่วนร้อยละ 20 ซึ่งเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยกองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ดังกล่าวที่นอกเหนือจากตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีตราสารหนี้ ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ได้ที่
http: //www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดข้างต้น ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และ/หรือประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี) :
เนื่องจากกรอบการลงทุนของกองทุนคือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน จึงทำให้ขอบเขตของการลงทุนถูกจำกัด
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน :
แนวทางดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ :
บริษัทจัดการจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทั้งนี้ หากมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผล เพื่อรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป
เหมาะสำหรับผู้ลงทุน ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return) และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามหลักเกณฑ์/เงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือทางการกำหนด