KFHASIA-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Baillie Gifford Pacific Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
13.5546
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
898 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.54%
อันดับค่าธรรมเนียม 3 จาก 9
1 วัน
+8.30%
1 สัปดาห์
-0.29%
1 เดือน
-9.09%
3 เดือน
+5.16%
6 เดือน
+14.20%
1 ปี
+46.42%
5 ปี
-
สูงสุด
+52.98%
+46.42%(+4.2974)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.34% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 10% | 10% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.65% | 1.54% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
บริษัทจัดการจะลงทุนในสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง เป็นสกุลเงินหลัก และกองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน เช่น หยวนจีน วอนเกาหลีใต้ ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์ไต้หวัน เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินหลักเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ สิงคโปร์ดอลลาร์ ฮ่องกงดอลลาร์ ยูโร หรือสกุลเงินอื่นใดในภายหลังก็ได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
อนึ่ง กองทุนหลักข้างต้นมีการเสนอขายในหลาย Class ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยแต่ละ Class ของหน่วยลงทุนอาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของนโยบายการจัดสรรกำไร/ผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม หรือคุณสมบัติของผู้ลงทุน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาเลือกลงทุนใน Class B Acc (เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป ซึ่งทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง และไม่มีการจ่ายเงินปันผล) อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทของหน่วยลงทุนตามความเหมาะสมในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ (รายละเอียดของประเภทของ Share classes สามารถดูเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลักจากเว็บไซต์ของกองทุนหลัก)
เมื่อปรากฏกรณีตามข้อ 6. ข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดยบริษัท Baillie Gifford & Co Limited หรือไม่ก็ได้ และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนก็ได้
หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมของกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบโดยพลัน โดยส่งจดหมายแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายโดยเร็ว และประกาศไว้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุน และ/หรือเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
(7.1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก หรือ
(7.2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุน
(แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผย
ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ
(2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อม (1)
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1)ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผย
ข้อมูลของกองทุนหลักที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการตาม (3) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (3)
แล้วเสร็จ
(10.1) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(10.2) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
สรุปข้อมูลสำคัญที่ผู้ลงทุนควรทราบเกี่ยวกับกองทุน Baillie Gifford Pacific Fund (กองทุนหลัก):
ชื่อกองทุน : Baillie Gifford Pacific Fund ลักษณะเฉพาะของ Class B Acc :(1) เป็น Class ที่เสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วไป
(2) ทำการซื้อขายหน่วยลงทุนในสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง วันที่จดทะเบียนกองทุน :17 มีนาคม 2532วันที่จัดตั้ง Share Class :20 มีนาคม 2543วันทำการซื้อขายทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน:กองทุนมีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่าย ให้สูงกว่าดัชนี MSCI AC Asia ex Japan ในสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง ในแต่ละรอบระยะเวลาการลงทุน 5 ปี
กองทุนจะลงทุนทั้งโดยตรงและโดยอ้อมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ในหุ้นของบริษัทที่อยู่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) และออสตราเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จัดตั้ง มีถิ่นที่อยู่ หรือดำเนินธุรกิจโดยส่วนใหญ่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) และออสตราเลเซีย ทั้งนี้ กองทุนจะบริหารการลงทุนแบบเชิงรุก โดยลงทุนในบริษัททุกขนาดและทุกหมวดอุตสาหกรรม ในกรณีของการลงทุนทางอ้อมจะลงทุนผ่านโครงการจัดการลงทุนในลักษณะกองทุนรวม (Collective Investment Schemes) ซึ่งรวมถึงกองทุนที่บริหารจัดการโดยบริษัทจัดการ
ในกรณีที่กองทุนยังมิได้ลงทุนเต็มจำนวนทั้งโดยตรงและโดยอ้อมในหุ้นของบริษัทดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือได้ชนิดอื่น ๆ ของบริษัทที่อยู่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) และออสตราเลเซียหรือตราสารตลาดเงิน เงินฝาก และถือครองเงินสด นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือใช้ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives)
อย่างไรก็ดี กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนตามหลักเกณฑ์การลงทุนแบบยั่งยืน โดยนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Corporate Governance : ESG) ประกอบการพิจารณาในกระบวนการลงทุนของกองทุนด้วย
อายุโครงการ : ไม่กำหนดการจ่ายเงินปันผล :ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลบริษัทจัดการกองทุน :Baillie Gifford & Co Limitedผู้ดูแลผลประโยชน์และผู้รับฝากทรัพย์สิน (Depositary):NatWest Trustee and Depositary Services Limitedผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน (Custodian) :The Bank of New York Mellon, London Branchนายทะเบียน :Baillie Gifford & Co Limitedผู้สอบบัญชี :PricewaterhouseCoopers LLPเว็บไซต์ :สามารถดูข้อมูลหนังสือชี้ชวนฯ ของกองทุนหลัก และรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์:
https: //www.bailliegifford.com/en/uk/individual-investors/funds/pacific-fund/ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก Baillie Gifford Pacific Fund (Class B Acc)
(2) ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนไม่มี
(2) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ0.06%
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม รวมกันทั้งหมด :0.71%
* เป็นข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก
การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่ การชำระราคาและการส่งมอบของรายการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถกระทำได้หรือมีความล่าช้า การจดทะเบียนและการฝากหลักทรัพย์ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับฝากหลักทรัพย์ การชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ อาจส่งผลให้กองทุนมีความเสี่ยงด้านเครดิตและความเสี่ยงประเภทอื่นๆ ความน่าเชื่อถือของระบบการซื้อขายและการชำระราคาหลักทรัพย์อาจยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในการคำนวณมูลค่าการลงทุนที่แท้จริง
กองทุนอาจลงทุนโดยตรงในตราสารของจีนผ่านโครงการ QFI Scheme และ/หรือ โครงการ Stock Connect หรือลงทุนทางอ้อมผ่านการลงทุนในลักษณะอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การกำกับดูแลของทางการในประเทศจีน
การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนมีความเสี่ยงตามที่กล่าวถึงในหัวข้อ “การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศตลาดเกิดใหม่” ข้างต้น รวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในประเทศจีนเป็นการเฉพาะเจาะจง สิทธิทางกฎหมายของผู้ลงทุนในประเทศจีนอาจมีความไม่แน่นอน เนื่องจากโดยทั่วไปกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับระบบและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในประเทศจีนมีความมั่นคงน้อยกว่าตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมีความเสี่ยงว่ารัฐบาลจีนอาจเข้าแทรกแซงในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ โครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนที่สำคัญของจีน อาทิ ระบบการรับฝากและการซื้อขายหลักทรัพย์ยังค่อนข้างใหม่และการทดสอบยังทำได้ไม่มากพอ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศจีนยังอาจนำไปสู่การออกข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนจากต่างประเทศในจีน ซึ่งอาจมีผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อกองทุน
หากกองทุนไม่สามารถลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์บางชนิด (เช่น ในกรณีที่เป็นข้อจำกัดทางกฎระเบียบของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ) กองทุนดังกล่าวอาจลงทุนใน Participation Notes (“P-122 Notes”) เพื่อเป็นการลงทุนทางอ้อมในหลักทรัพย์เหล่านั้น ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนเฉพาะใน P-Notes ที่ถูกจัดว่าเป็นหลักทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ตามข้อกำหนดของ FCA Rules เท่านั้น
ผู้ออก P-Note เป็นผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องโดยตรง และออก P-Note ให้แก่กองทุนย่อย โดยทั่วไปแล้ว P-Note เป็นพันธสัญญาที่ไม่มีหลักประกันของผู้ออกตราสารว่าจะส่งมอบรายได้ และ/หรือ ผลกำไรจากส่วนต่างของราคาหลักทรัพย์ (Capital Gains) ใด ๆ ที่ได้รับที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ดังกล่าวให้กับผู้ถือ ตราสารดังกล่าวมีลักษณะเป็นเป็นการจำลองผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying Securities) แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นการจำลองโดยสิ้นเชิง เนื่องจากมีต้นทุนในการทำธุรกรรมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวข้องด้วย P-Notes มีความเสี่ยง (และผลตอบแทน) ที่เกิดจากความเคลื่อนไหวของมูลค่าของหลักทรัพย์อ้างอิงและความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด หากความเสี่ยงใด ๆ ที่กล่าวถึงนี้เกิดขึ้นจริง จะมีผลให้มูลค่าตลาดของ P-Note สูญสิ้นไป นอกจากนี้ ตามปกติผู้ถือ P-Note จะไม่มีสิทธิในการออกเสียงหรือสิทธิอื่น ๆ เช่นเดียวกับกรณีที่ถือหลักทรัพย์อ้างอิงโดยตรง ไม่มีการรับประกันว่า P-Note จะมีสภาพคล่องในตลาด หรือผู้ออก P-Note จะยินยอมรับซื้อตราสารคืนในกรณีที่กองทุนต้องการจะขายตราสารดังกล่าว
ในกรณีที่หลักทรัพย์ที่ถือโดยกองทุนและ/หรือกองทุนมีการลงทุนในหลักทรพย์ที่อยู่ในสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากเงินปอนด์สเตอร์ลิง การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินปอนด์สเตอร์ลิงกับเงินสกุลอื่นจะมีผลให้มูลการการลงทุนหรือรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ
ราคาของตราสารทุนและผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในตลาดหุ้นมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยหลายประการ ซึ่งรวมถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับเงินปันผลและผลกำไร การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น มูลค่าการลงทุนในตลาดหุ้นจึงมีความผันผวนไม่แน่นอน และมีความเป็นไปได้ว่าผู้ลงทุนอาจจะไม่ได้รับเงินที่ลงทุนไว้คืนเต็มจำนวนเมื่อมีระยะเวลาในการลงทุนที่ยาวนาน
หลักทรัพย์ที่ซื้อขายได้ยาก (หรือหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ) หรือมักจะมีการกำหนดมูลค่าไม่บ่อยครั้งเท่ากับกองทุน เช่น การลงทุนในกองทุนที่เปิดให้ซื้อขายเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน อาจไม่สามารถกำหนดมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์เหล่านี้ได้ในทันทีที่ต้องการ อีกทั้งไม่สามารถรับประกันได้ว่ามูลค่าของหลักทรัพย์ดังกล่าวจะสะท้อนถึงราคาที่กองทุนจะได้รับจริงในเวลาที่ขายหลักทรัพย์ออกไป
หมายเหตุ:
(1) ข้อความในส่วนของกองทุน Baillie Gifford Pacific Fund ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
(2) ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives)
ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
(1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
(2) อัตราดอกเบี้ย
(3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
(4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
ส่วนที่ 1 : ตราสาร TS (Transferable Securities) หมายความว่า ตราสารทางการเงินใด ๆ ที่มีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการลงทุนที่ครบถ้วนเป็นไปตามประกาศ ได้แก่
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS รวมถึงหน่วย CIS ที่จดทะเบียนในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WFE
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากต่างประเทศหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) ในต่างประเทศ
ประเภทสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (underlying) ของ derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาได้ต้องมี underlying อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้
(1) ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้
(2) อัตราดอกเบี้ย
(3) อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
(4) เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)