1.กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted (SET50FF TRI) (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีลักษณะตามข้อ 2 โดยกองทุนจะลงทุนเพื่อให้มี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
โดยกองทุนจะใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Management Strategy) แบบ Full Replication1 เพื่อให้กองทุนมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี SET50FF TRI อย่างไรก็ตาม หากการใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Full Replication แล้วส่งผลให้กองทุนไม่สามารถดำรงสัดส่วนการลงทุนตามข้างต้นได้ กองทุนอาจเลือกใช้กลยุทธ์ Optimization2 เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงมากที่สุดภายใต้เงื่อนไขการลงทุนตามเกณฑ์กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ทั้งนี้ กองทุนอาจไม่ลงทุนในหุ้นทุกตัวที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิงดังกล่าวก็ได้ เช่น กรณีหุ้นนั้นไม่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้าน E หรือ ESG เป็นต้น
กองทุนอาจเปลี่ยนแปลงดัชนีอ้างอิงในการสร้างผลตอบแทนให้ได้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าวได้ โดยดัชนีที่จะนำมาใช้แทน จะต้องเป็นดัชนีที่วัดผลตอบแทนของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์โดยรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าโดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง
2.กองทุนอาจลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้
2.1 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ
2.2 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
2.3 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้
(1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ
(2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan)
(2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
(2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต.
(2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ 2.2
(3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุนตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด
3.ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝากและ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ศุกูก ใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ ตราสาร Basel III ทองคำ น้ำมันดิบ สินค้าโภคภัณฑ์ หน่วย private equity หน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ / REITs หน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infra) หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น รวมถึงอาจพิจารณาลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีลักษณะเป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green-project token) และ/หรือโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (sustainability-project token) และ/หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะระบุลักษณะและรายละเอียดของโทเคนดิจิทัลกลุ่มความยั่งยืนที่จะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อไป ตลอดจนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ และกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
4.กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
5.กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องและ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้
6.ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้นตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ
นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ได้แก่ การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย / อัตราแลกเปลี่ยน / credit เช่น credit rating หรือ credit event และ/หรือทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้
7.ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุนทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
หมายเหตุ :
Full Replication1 หมายถึง การลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบในดัชนีอ้างอิงในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
Optimization2 หมายถึง การลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบในดัชนีอ้างอิง หรือการลงทุนในหลักทรัพย์ไม่ครบตามจํานวนของหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ในอัตราส่วนที่แตกต่างกับดัชนีอ้างอิงดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน :
กองทุนมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3
กรอบการลงทุน (Investment Universe) :
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3 เป็นหลัก เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี SET50FF TRI ตามกลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive management strategy) โดยหลักทรัพย์ที่อยู่ในส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI จะไม่จำกัดการลงทุนเฉพาะในหมวดอุตสาหกรรมใดหมวดอุตสาหกรรมหนึ่ง
สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ ทีมผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ตามข้างต้นได้ โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์หลักทรัพย์ในด้าน ESG ภายในบริษัทจัดการเอง ที่กำหนดแนวทางในการวิเคราะห์ และคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดในหัวข้อถัดไป
กลยุทธ์การลงทุน :
Negative Screening
สำหรับการลงทุนในตราสารทุน บริษัทจัดการทำการคัดกรองหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (investment universe) โดยขึ้นอยู่กับว่าในช่วงเวลานั้น ๆ บริษัทจัดการให้น้ำหนักในด้านใด เช่น หากเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลก็จะไม่นำหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลบกพร่องมาอยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ เป็นต้น
ESG Integration
บริษัทจัดการนำข้อมูลทั้งด้านการเงิน และด้านความยั่งยืนมาใช้วิเคราะห์หุ้นอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุน
Thematic
บริษัทจัดการอาจเลือกลงทุนในหุ้นที่ดำเนินการสอดคล้องกับแบบแผนความยั่งยืนตามนโยบายกองทุน โดย ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาจมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสากรรมหนึ่งได้
กองทุนอาจใช้กลยุทธ์ทั้งสามกลยุทธ์ หรือเลือกใช้กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการตามสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นหุ้นที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3
สำหรับการลงทุนในหุ้นอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ตามข้างต้น บริษัทจัดการมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกตามกระบวนการลงทุนภายใน ซึ่งครอบคลุมถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านเชิงคุณภาพ และ เชิงปริมาณ โดยพิจารณาถึงการวิเคราะห์ด้านภาวะเศรษฐกิจ ภาวะอุตสาหกรรม และ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ลงทุน เช่นความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร สถานะทางการเงิน การประเมินมูลค่าหุ้น และแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น โดยการคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนดังกล่าว ยังได้นำหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG ซึ่งคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) เข้ามาพิจารณาผสมผสานกับการวิเคราะห์ด้านปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจด้วย โดยหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG มีดังต่อไปนี้
1.หลักทรัพย์ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ
2.หุ้นของบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ หรือ
3.หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3 หรือ
4.หลักทรัพย์ที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนด้วยวิธี และกระบวนการภายในของบริษัทจัดการเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับ ESG
กลยุทธ์ในการบริหารกองทุนด้านตราสารทุนที่บริษัทจัดการเน้นเสมอมา คือการเน้นเลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์ (Stock Selection) ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนที่จะลงทุนอย่างสม่ำเสมอในลักษณะ One-on-One Meeting โดยไม่มีนักวิเคราะห์หรือเจ้าหน้าที่การตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์อยู่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่นำมาใช้ทำการวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจลงทุน เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้ประกอบการโดยตรง การวิเคราะห์หลักทรัพย์ประกอบด้วยการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (อุตสาหกรรม ผู้บริหาร การดำเนินงาน ESG เป็นต้น) การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (ฐานะการเงิน ความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน เป็นต้น) และการประเมินมูลค่าหุ้น (ประมาณการผลประกอบการ 3 ปี DCF/เปรียบเทียบกับคู่แข่ง เป็นต้น) โดยบริษัทจัดการให้ความสำคัญในการนำปัจจัยเรื่อง ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ และทำ Negative Screening คัดกรองหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาด้าน ESG ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (Investment Universe) และมีการติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทที่อยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจะประกอบด้วยบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน และมีความเป็นปัจจุบันตลอดเวลาทั้งก่อน และหลังลงทุน
ซึ่งบริษัทจัดการจะให้ความสำคัญกับ ESG ในทุกด้าน อาจเน้นด้านใดด้านหนึ่งได้ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ในขณะนั้น ๆ เช่น กรณีที่ตลาดให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการหรือการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี (Governance) บริษัทจัดการก็จะให้ความสำคัญในด้าน Governance มากกว่าด้านอื่น
โดยที่มาของข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนต่างๆได้แก่
1.ข้อมูลที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัท (Company Visit)
2.ข้อมูลอื่นๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาทิเช่น 56-1 One Report เป็นต้น
3.ข้อมูลที่ได้รับจากการส่งแบบสอบถามด้าน ESG (ESG Questionnaires) ซึ่งบริษัทจัดการได้ส่งไปยังทุกบริษัทภายใต้ Universe การลงทุน เป็นรายปี
ก่อนการลงทุน
หลังการลงทุน
ศึกษาประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ก่อนการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหารของบริษัท (company visit) โดยใช้แหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น รายงานประจำปี คะแนน IOD ข้อมูลกรรมการ เป็นต้นติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอย่างสม่ำเสมอนำประเด็นด้าน ESG และข้อมูลวิเคราะห์บริษัทที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหาร อาทิเช่น ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร การประเมินมูลค่าหุ้นและแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น นำเสนอต่อคณะกรรมการด้านการลงทุน (Investment Committee : IC)นำข้อมูลของหลักทรัพย์ ESG ที่อยู่ในกรอบการลงทุนตามที่ระบุไว้ในนโยบายการลงทุน ที่ได้จากการทำ ESG Due Diligence Questionnaire มาร่วมพิจารณาการให้คะแนน ESG เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุนอยู่เป็นปัจจุบันเสมอการอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน
ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted (SET50FF TRI) สัดส่วนร้อยละ 100
กองทุนใช้ดัชนี SET50FF TRI เนื่องจากดัชนี SET50FF TRI ประกอบด้วยหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง และส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งด้านมูลค่าการซื้อขาย และปริมาณหุ้นซื้อขายที่มีขนาดใหญ่ 50 อันดับแรก คำนวณโดยถ่วงน้ำหนักมูลค่าตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free Float Adjusted Market Capitalization Weight) และมีการปรับรายการหลักทรัพย์ในดัชนีจะดำเนินการทุก 6 เดือน คือในเดือนมิถุนายน และธันวาคมของทุกปี
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดัชนี SET50FF TRI ได้ที่
https: //www.set.or.th/th/market/index/set50ff/overview
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนและ/หรือประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี)
เนื่องจากกองทุนมีกรอบการลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50FF TRI ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) และ/หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ 2.3 เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว จึงอาจทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี แต่ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวได้
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน :
-ความเสี่ยงจากการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่จัดทำหรือเปิดเผยข้อมูลดัชนี SET50FF TRI อีกต่อไป
-กองทุนมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และยังอาจมีความเสี่ยงจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นบางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วยเงื่อนไขของหุ้นด้านความยั่งยืนที่กองทุนไปลงทุนกำหนดไว้
-ความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากขึ้น
-ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่อาจไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด เช่น การลงทุนในตราสารที่ผู้ออกตราสารไม่มีอำนาจควบคุม หรือกรณีคู่ค้าของผู้ออกตราสาร (ผู้ขายสินค้า ผู้รับจ้าง และหรือผู้ให้บริการ) อาจมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่นอกเหนือไปจากการรับรู้ของบริษัทจัดการ
-ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง อาจเกิดจากการที่กองทุนไม่สามารถซื้อหรือขายตราสารได้ในราคาหรือระยะเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด
-ความเสี่ยงจากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในกองทุนนี้ คือ ผู้ลงทุนจะต้องทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ทุกกองทุนของทุกบริษัทจัดการ มายังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เพื่อใช้สิทธิวงเงินลดหย่อน 500,000 บาท (ปีที่ 1 ไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนปีที่ 2-5 ไม่เกินปีละ 50,000 บาท) ในช่วงระยะเวลาที่กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เปิดรับคำสั่งสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 เท่านั้น ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนจะทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) มาไม่ครบทุกกองทุนและทุกบริษัทจัดการ
-การลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคู่มือการลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ และซื้อหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานของทางการประกาศกำหนด จึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยนำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ และผู้ลงทุนจะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยหากผู้ลงทุนมีรายการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนเงื่อนไขดังกล่าว จะต้องเสียสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีและจะต้องชำระคืนเงินภาษีที่ได้รับลดหย่อน เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มให้แก่กรมสรรพากร
แนวทางดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ :
บริษัทจัดการจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การลงทุนของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทั้งนี้ หากมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผลเพื่อรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป