KFTHAIESGA
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุน ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return) และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามหลักเกณฑ์/เงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือทางการกำหนด
กองทุนเปิดกรุงศรีเอ็นแฮนซ์เซ็ทไทยเพื่อความยั่งยืน
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
12.111
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,113 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.89%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
+0.41%
1 สัปดาห์
+0.86%
1 เดือน
+4.59%
3 เดือน
+16.70%
6 เดือน
+27.00%
1 ปี
+38.45%
5 ปี
-
สูงสุด
+51.04%
+37.31%(+3.2906)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 0.7% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.65% | 0.89% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
(1) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ
(2) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
(3) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้
(3.1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ
(3.2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (cooperate value up plan)
(3.2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
(3.2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต.
(3.2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตาม (2)
(3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุนตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด
นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาหลักทรัพย์และ/หรือทรัพย์สินที่กองทุนไปลงทุน/อัตราดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน :
กองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) จากองค์กรหรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น และ/หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ (3) โดยหุ้นที่กองทุนลงทุนข้างต้นต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
กรอบการลงทุน (Investment Universe) :
กองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) จากองค์กรหรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ (3) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ สำหรับส่วนที่นอกเหนือจากการลงทุนในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนตามข้างต้น ทีมผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ตามข้างต้นได้ โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์หลักทรัพย์ในด้าน ESG ภายในบริษัทจัดการเอง ที่กำหนดแนวทางในการวิเคราะห์ และคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดในหัวข้อถัดไป
กองทุนอาจกระจายการลงทุนในหลาย ๆ หมวดอุตสาหกรรม (Sector) โดยไม่จำกัดการลงทุนเฉพาะในหมวดใดหมวดหนึ่ง
กลยุทธ์การลงทุน :
Negative Screening
บริษัทจัดการทำการคัดกรองหุ้นของบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (investment universe) โดยขึ้นอยู่กับว่าในช่วงเวลานั้น ๆ บริษัทจัดการให้น้ำหนักในด้านใด เช่น หากเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลก็จะไม่นำหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลบกพร่องมาอยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ เป็นต้น
ESG Integration
บริษัทจัดการนำข้อมูลทั้งด้านการเงิน และด้านความยั่งยืนมาใช้วิเคราะห์หุ้นอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุน
Thematic
บริษัทจัดการอาจเลือกลงทุนในหุ้นที่ดำเนินการสอดคล้องกับแบบแผนความยั่งยืนที่ต้องการ โดย ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาจมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสากรรมหนึ่งได้
กองทุนอาจใช้กลยุทธ์ทั้งสามกลยุทธ์ หรือเลือกใช้กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการตามสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
บริษัทจัดการมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนตามกระบวนการลงทุนภายใน ซึ่งครอบคลุมถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านเชิงคุณภาพ และ เชิงปริมาณ โดยพิจารณาถึงการวิเคราะห์ด้านภาวะเศรษฐกิจ ภาวะอุตสาหกรรม และ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ลงทุน เช่น ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร สถานะทางการเงิน การประเมินมูลค่าหุ้น และแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น นอกจากนี้การคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนยังได้นำหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG ซึ่งคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) เข้ามาพิจารณาผสมผสานกับการวิเคราะห์ด้านปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจด้วย โดยหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG มีดังต่อไปนี้
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
กลยุทธ์ในการบริหารกองทุนด้านตราสารทุนที่บริษัทจัดการเน้นเสมอมา คือการเน้นเลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์ (Stock Selection) ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนที่จะลงทุนอย่างสม่ำเสมอในลักษณะ One-on-One Meeting โดยไม่มีนักวิเคราะห์หรือเจ้าหน้าที่การตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์อยู่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่นำมาใช้ทำการวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจลงทุน เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้ประกอบการโดยตรง การวิเคราะห์หลักทรัพย์ประกอบด้วยการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (อุตสาหกรรม ผู้บริหาร การดำเนินงาน ESG เป็นต้น) การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (ฐานะการเงิน ความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน เป็นต้น) และการประเมินมูลค่าหุ้น (ประมาณการผลประกอบการ 3 ปี DCF/เปรียบเทียบกับคู่แข่ง เป็นต้น) โดยบริษัทจัดการให้ความสําคัญในการนําปัจจัยเรื่อง ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ และทำ Negative Screening คัดกรองหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาด้าน ESG ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (Investment Universe) และมีการติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทที่อยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจะประกอบด้วยบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน และมีความเป็นปัจจุบันตลอดเวลาทั้งก่อน และหลังลงทุน
ซึ่งบริษัทจัดการจะให้ความสำคัญกับ ESG ในทุกด้าน อาจเน้นด้านใดด้านหนึ่งได้ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ในขณะนั้น ๆ เช่น กรณีที่ตลาดให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการหรือการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี (Governance) บริษัทจัดการก็จะให้ความสำคัญในด้าน Governance มากกว่าด้านอื่น
โดยที่มาของข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนต่างๆได้แก่
ก่อนการลงทุน
หลังการลงทุน
ศึกษาประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ก่อนการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหารของบริษัท (company visit) โดยใช้แหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น รายงานประจำปี คะแนน IOD ข้อมูลกรรมการ เป็นต้นติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
นำประเด็นด้าน ESG และข้อมูลวิเคราะห์บริษัทที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหาร อาทิเช่น ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร การประเมินมูลค่าหุ้น และแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น นำเสนอต่อคณะกรรมการด้านการลงทุน (Investment Committee : IC)นำข้อมูลของหลักทรัพย์ ESG ที่อยู่ในกรอบการลงทุนตามที่ระบุไว้ในนโยบายการลงทุน ที่ได้จากการทำ ESG Due Diligence Questionnaire มาร่วมพิจารณาการให้คะแนน ESG เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุนอยู่เป็นปัจจุบันเสมอ• การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน
ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน คือ ดัชนี SET ESG TRI เป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance หรือ ESG) และมีการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้าน ESG โดยสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดดังกล่าวได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และ/หรือประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต.
เนื่องจากกองทุนมีกรอบการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) หรือหุ้นของบริษัทที่ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตาม “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ข้อ (3) ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี แต่ไม่เป็นไปตามที่กรอบการลงทุนกำหนดข้างต้น
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน :
เนื่องจากกองทุนยังอาศัยข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอก ซึ่งอาจไม่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะเกิดขึ้นกับบริษัทที่อยู่ในรายชื่อบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลทำให้หุ้นของบริษัทดังกล่าวไม่อยู่ในกรอบ ESG อีกต่อไป เป็นต้น
นอกจากนี้ กองทุนยังอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และยังอาจมีความเสี่ยงจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นบางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วยเงื่อนไขของหุ้นด้านความยั่งยืนที่กองทุนไปลงทุนกำหนดไว้
แนวทางดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ :
บริษัทจัดการมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Stock Universe) อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีข่าว หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี ทีมผู้จัดการกองทุน และนักวิเคราะห์จะติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีข่าวดังกล่าวเพื่อสอบถามถึงสาเหตุ แนวทางแก้ไข รวมถึงสอบถามถึงประเด็นอื่นๆ และอาจมีการเสนอแนะแนวทางการกำกับกิจการที่ดี ที่ผู้บริหารพึงกระทำ ให้บริษัทที่มีข่าวพิจารณาเป็นแนวทางการดำเนินกิจการอย่างยั่งยืน นอกจากการพบปะผู้บริหารเป็นการส่วนตัวแล้ว บริษัทจัดการอาจมีการร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่น เข้าร่วมพบปะผู้บริหารเพื่อให้บริษัทที่มีข่าวได้เห็นถึงความสำคัญของประเด็นข้อกังวล วัตถุประสงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นต่อไป หากผู้จัดการกองทุนเห็นว่าบริษัทไม่สามารถ หรือไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วพอ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นดังกล่าว และนำหลักทรัพย์นั้นๆออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้
เหมาะสำหรับผู้ลงทุน ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return) และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามหลักเกณฑ์/เงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือทางการกำหนด
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับรายได้สม่ำเสมอจากเงินปันผล และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามหลักเกณฑ์/เงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือทางการกำหนด