KT-SAGA-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดกรุงไทย สตราทีจิค แอคทีฟ โกลบอล แอลโลเคชั่น
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
11.1314
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,081 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.55%
อันดับค่าธรรมเนียม 32 จาก 54
1 วัน
-0.15%
1 สัปดาห์
+0.92%
1 เดือน
-3.46%
3 เดือน
+6.03%
6 เดือน
+9.17%
1 ปี
+21.63%
5 ปี
-
สูงสุด
+30.76%
+21.63%(+1.9792)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.34% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 0.54% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 0.54% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5.35% | 1.55% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ และ/หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในกองทุนปลายทางดังกล่าวมีนโยบายลงทุนทั้งในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทรัพย์สินทางเลือก และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่กฎหมาย ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
การดำเนินกลยุทธ์ Active Management ผู้จัดการกองทุนจะจัดสรรเงินทุนส่วนหนึ่งเพื่อสร้าง Core Portfolio ที่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในระยะกลางถึงยาว (Strategic Asset Allocation) และมีการกระจายความเสี่ยงไปยังประเทศ และ/หรืออุตสาหกรรมต่างๆ ตามมุมมองการลงทุนระยะกลางถึงยาว สำหรับเงินทุนอีกส่วนหนึ่ง ผู้จัดการกองทุนจะดำเนินการสร้าง Satellite Portfolio ที่เน้นการทำ Tactical Asset Allocation โดยมีการปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับภาวะตลาด เช่น การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกองทุน ETF ที่อ้างอิงกับดัชนีตราสารทุนเมื่อความผันผวนของตลาดการเงินโลกเริ่มปรับตัวลง หรือ เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกองทุน ETF ที่อ้างอิงกับดัชนีตราสารหนี้เมื่อความผันผวนของตลาดการเงินโลกเริ่มปรับตัวขึ้น เป็นต้น โดยพิจารณาจากการเคลื่อนไหวของดัชนีชี้วัดต่างๆ หลังจากมีการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนจะจัดสรรน้ำหนักการลงทุนไปยังดัชนีรายประเทศ และ/หรือดัชนีรายอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นหลัก โดยมีการปรับน้ำหนักการลงทุนเพื่อให้ Exposure ที่กองทุนมีต่อประเทศต่างๆ สูงกว่า หรือ ต่ำกว่า Benchmark ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Country Rotation) และเป็นไปตามกระบวนการวิเคราะห์แบบ Top-Down Approach เพื่อให้กองทุนได้รับประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติหรือมีความจำเป็น เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ข้างต้นเพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือ ตราสารแห่งหนี้ และ/หรือ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือ ตราสารทางการเงิน และ/หรือ เงินฝาก และ/หรือ หน่วย CIS และ/หรือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหน่วยลงทุนซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (Circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (Cascade investment)
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และ/หรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม แต่จะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้
ในกรณีที่กองทุนลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการ รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน ให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนรวมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากปรากฏว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีการลดลงในลักษณะ ดังนี้
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทาง การดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุน (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1
3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1
ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4 รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกกองทุน หากบริษัทจัดการเห็นว่าไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนกำหนด และถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ.เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ ยกเว้นกรณีกองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure fund) ให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทางได้สูงสุดไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมปลายทาง
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นกองทุนจะไม่ลงทุนใน
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ ยกเว้นกองทุนจะไม่ลงทุนใน
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)