KTWC-GROWTH-A
ชนิดที่ 1เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดกรุงไทย World Class Growth
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
13.026
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
829 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.99%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
-0.17%
1 สัปดาห์
-0.95%
1 เดือน
-3.90%
3 เดือน
+1.24%
6 เดือน
+7.63%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+7.63%
+7.63%(+0.9235)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.23% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.14% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 7.35% | 1.99% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ในต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวมีนโยบายลงทุนทั้งในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทรัพย์สินทางเลือก เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก นอกจากนี้ อาจลงทุนในกองทุน infra และ/หรือ กองทุน property และ/หรือหน่วย private equity และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่กฎหมาย ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนในกองทุนดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะการณ์ลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ และกองทุนมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
อย่างไรก็ตาม กองทุนจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ สัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหน่วยลงทุนซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้กองทุนปลายทางจะไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (Circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (Cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF หน่วย infra หน่วย private equity หน่วย property และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้
บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ FIL Investment Management (Hong Kong) Limited เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (Outsource) โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง อย่างไรก็ดี บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการบริหารจัดการลงทุนทรัพย์สินในส่วนของการลงทุนทั้งหมด หรือบางส่วน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก โดยบริษัทจัดการมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ รวมถึงเงื่อนไขการเปลี่ยนผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน
FIL Investment Management (Hong Kong) Limited เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ให้บริการด้านการจัดการลงทุนที่จัดตั้งที่ฮ่องกง ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแล The Securities and Futures Commission (SFC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) ทั้งนี้ ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน อาจนำทรัพย์สินบางส่วนหรือทั้งหมดของกองทุนไปลงทุนในทรัพย์สินและหรือหลักทรัพย์ที่บริหารจัดการโดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน และ/หรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง ตามดุลยพินิจของผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน ทั้งนี้ ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนจะลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนตามที่กำหนดไว้ในโครงการจัดการ โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (outsource) ไม่สามารถดำรงคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือในกรณีที่ปรากฏว่าผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (outsource) ไม่มีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวต่อไป บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับเปลี่ยนผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (outsource) และปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวในรายละเอียดโครงการโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว โดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (outsource) รายใหม่ที่บริษัทจัดการได้มอบหมายหน้าที่การบริหารจัดการลงทุนให้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และ/หรือตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม แต่จะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)
ในกรณีกองทุนลงทุนในต่างประเทศ การลงทุนของกองทุนอาจอยู่ในหลากหลายสกุลเงิน อาทิเช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินยูโร โดยกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน มิให้นับรวมถึงช่วงเวลาดังต่อไปนี้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ก) ช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน
(ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
(ค) ช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่มวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ในต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ในกรณีกองทุนลงทุนในต่างประเทศ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับเข้ามาลงทุนในประเทศ หรือสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้ว และไม่ถือว่าปฏิบัติผิดไปจากรายละเอียดโครงการกองทุน โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ หากเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
(1) ผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสม
(2) กรณีที่ไม่สามารถสรรหา และ/หรือลงทุนในหน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF หน่วย infra หน่วย private equity หน่วย property ต่างประเทศใดๆ ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของโครงการ
(3) กรณีที่กองทุนรวมมีจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งกองทุน เพื่อนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม
(4) กรณีที่ไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
(5) กรณีมีเหตุให้เชื่อได้ว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
(6) หรือกรณีที่ภาวะตลาดการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงสูงจนมีผลให้อัตราผลตอบแทนของตราสารที่กองทุนจะลงทุนมีความผันผวนจนอาจทำให้การลงทุนขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ
(7) กรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (Outsource) ไม่สามารถจัดการกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวม
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับรายได้สม่ำเสมอจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ ตามส่วนต่างกำไรของผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละราย ณ วันพิจารณาเงื่อนไขในการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติที่บริษัทจัดการกำหนด ทั้งนี้ การพิจารณาอัตราการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติในแต่ละครั้ง รวมถึงวันทำรายการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่บริษัทจัดการกำหนด
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินในระยะยาว และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562 โดยผู้ลงทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากร และ/หรือ หน่วยงานของทางการประกาศกำหนด บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกเลิกการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและผู้ถือหน่วยลงทุนของชนิดเพื่อการออมที่เหลืออยู่ทั้งหมดมีการลงทุนครบเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด และต้อง เป็นไปตามความประสงค์ของบริษัทจัดการ โดยจะแจ้งให้ผู่ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการทางเว็บไซต์ของบริษัท จัดการและแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว