กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ และ/หรือตราสารดังต่อไปนี้ โดยจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์ และ/หรือตราสารดังกล่าวได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 – 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
-หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/หน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์/ตราสารอื่นใดที่ให้สิทธิในการได้มาหรือที่มีผลตอบแทนอ้างอิงกับตราสารดังกล่าวข้างต้น หรือกลุ่มของตราสาร/หน่วยลงทุนดังกล่าวข้างต้น
-หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน/ตราสารอื่นใดที่ให้สิทธิในการได้มาหรือที่มีผลตอบแทนอ้างอิงกับตราสารดังกล่าวข้างต้น
-ตราสารแห่งหนี้ เงินฝากธนาคาร ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ กองทุนอาจจะพิจารณาลงทุนในหน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/หน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์/หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นอันดับแรก แต่หากการลงทุนในหน่วยลงทุน และ/หรือหน่วยทรัสต์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ผู้จัดการกองทุนอาจจะพิจารณาลงทุนในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์อื่น ซึ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะเพื่อประโยชน์ของกองทุนเป็นหลัก
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และอาจจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง รวมถึงกฎเกณฑ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) รวมถึงนโยบายการลงทุนอื่นใด บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทกองทุนรวมจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้
1.ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
2.ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3.ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนข้างต้นจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ