1.นโยบายการลงทุน
1.1 วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”) บนกระดานหลัก หรือกระดาน เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า โดยมี net exposure ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ ตราสารทางการเงิน และ/หรือ หน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือหน่วย private equity รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้
อย่างไรก็ดี การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใด นอกเหนือจากหุ้นตามวรรคหนึ่ง จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในหุ้นตามวรรคหนึ่ง โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.2. เป้าหมายด้านความยั่งยืน (ถ้ามี)
เป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทยและเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ
1.3. กรอบการลงทุน (Investment Universe)
กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG : ESG) ที่ผ่านการคัดเลือกโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ อาทิเช่น SET ESG Ratings ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาผนวกการวิเคราะห์ปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) ภายใต้กรอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้
-เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวเชิงโครงสร้างเพื่อสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และ/หรือ
-เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการเตรียมตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายภาครัฐหรือกฏระเบียบต่าง ๆ ในอนาคต และ/หรือ
-เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
2.กลยุทธ์การลงทุน
2.1. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดในกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe ซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
2.2. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
2.2.1 ทีมผู้จัดการกองทุนวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยใช้การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative analysis) ที่คำนึงถึงความยั่งยืนทางธุรกิจเป็นสำคัญ รวมไปถึงจะมีการใช้บทวิเคราะห์ด้านความยั่งยืนที่จัดทำโดยบุคคลที่สามเพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์หลักทรัพย์เพิ่มเติม
ภายใต้แนวคิด “Triple Bottom Line” ซึ่งเป็นแนวคิดในการวัดผลความสำเร็จของการดำเนินงาน 3 ด้านอย่างสมดุล ซึ่งธุรกิจที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน จะต้องสามารถทำกำไรหรือผลตอบแทนให้ได้พร้อม ๆ กันทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
1.กำไร (Profit) : กำไรทางเศรษฐศาสตร์ที่ได้จากการดำเนินธุรกิจ
2.คน (People) : การดำเนินธุรกิจที่ไม่ส่งผลเสียต่อผู้เกี่ยวข้อง อาทิ พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า คนในชุมชนท้องถิ่น และคนรอบข้าง
3.โลก (Planet) : การดำเนินธุรกิจไม่ส่งผลกระทบด้านลบกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่อาจนำปัญหาเกี่ยวกับรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง
โดยที่ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณา “สาระสำคัญ” หรือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนในระยะยาว
(Financial Materiality) ซึ่งอย่างน้อยจะรวมถึงความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ความเสี่ยงปลายแถว (Tail Risks) และความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม (Financial-system Risks) โดยกระบวนการวิเคราะห์จะเริ่มต้นจากระดับบริษัท (Company level) ไปสู่ระดับอุตสาหกรรม (Industry level) และระดับประเทศ (Country level) เพื่อนำไปสู่การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ที่สะท้อนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
กองทุนจะมีการให้น้ำหนักการลงทุนกับบริษัทที่มีการตระหนักรับรู้ และมีวิธีการจัดการต่อความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละปัจจัย กล่าวคือ สิ่งแวดล้อม (E-Environment) สังคม (S-Social) และธรรมาภิบาล (G-Governance) เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้กับกองทุนควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
2.2.2 การลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการยกระดับด้าน governance : เป็นการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies : CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
โดยจะต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 องค์ประกอบ ดังนี้
(1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มี governance ในระดับดีเลิศ โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ
(2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan)
(2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
(2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินด้าน E หรือ ESG จากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล
(2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย
(3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด
2.3. การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน (Investment Benchmark)
ตัวชี้วัดของกองทุนนี้ ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET ESG (SETESG TRI) ในสัดส่วน 100% ซึ่งดัชนีดังกล่าวมีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้
•เป็นบริษัทที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนปีล่าสุดซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
•เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท
•มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้ว
•จำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่า 0.5% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน
•ไม่จำกัดจำนวนหลักทรัพย์ในดัชนี
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile
แหล่งข้อมูล: www.set.or.th
2.4. ข้อจำกัดด้านการลงทุน (Investment Restrictions) (ถ้ามี)
ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe
นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนหรือนำหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ* ดังต่อไปนี้เข้าไปอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe
•แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมึนเมา
•ยาสูบ
•อาวุธสงคราม
•สื่อลามก
•การพนัน
*โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการทำธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มากกว่า 15%
3.ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน
•บริษัทจดทะเบียนฯ อาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ด้าน ESG ที่เกิดขึ้น ทั้งในเชิงของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นที่มีความผันผวนมากขึ้น
แนวทางการบริหารความเสี่ยง รายละเอียดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4
•การกระจุกตัวในการลงทุนของกองทุน ในบางเวลากองทุนอาจมีการลงทุนที่กระจุกตัวในหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง หรือกลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่ทั้งนี้จะไม่เกินกว่าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
•สภาพคล่องของกองทุน
ซึ่งเกิดจากการที่กองทุนไม่สามารถจำหน่ายตราสารนั้น ๆ ได้ในราคาที่เหมาะสมหรือภายในระยะเวลาที่ต้องการ
•สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน มิฉะนั้นผู้ถือหน่วยลงทุนต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับภายในกำหนดเวลาตามเงื่อนไขการลงทุน นอกจากนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร
4.แนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้
สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) ที่กำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยเหตุนี้ในบางครั้งบริษัทจดทะเบียนฯ ใด ๆ อาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) ด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
•ผู้จัดการกองทุน และ/หรือ คณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนประเมินว่าบริษัทนั้น ๆ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้น
•CG Scoring ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ถูกปรับลดต่ำกว่า 3 ดาว
ผู้จัดการกองทุนจะต้องทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น ผ่านการเข้าพบกรรมการและผู้บริหาร (Company Visit and Analyst Meeting) การประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ (Conference Call) โดยไม่ชักช้า และหลังจากที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปแนวทางการลงทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน แนวทางที่กำหนดไว้อาจอยู่ในรูปแบบของ
1.ยังคงให้หลักทรัพย์ดังกล่าวอยู่ใน Investment Universe ต่อไป หรือ
2.ลดสัดส่วนการลงทุน หรือ
3.นำหลักทรัพย์นั้นออกจาก Investment Universe
กรณีที่หลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด
หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการที่ดีด้าน ESG หรือ เหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้วผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน
เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม
ในกรณีที่สถาบันที่มีความน่าเชื่อถือที่กองทุนใช้อ้างอิงในการคัดเลือกบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการลงทุนของกองทุน มีการประกาศเปลี่ยนแปลงรายชื่อบริษัทที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งอาจส่งผลทำให้บริษัทที่กองทุนลงทุนอยู่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในการประกาศของสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือนั้นแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทดังกล่าวต่อไปได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการผิดนโยบายการลงทุนของกองทุน และถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน ไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ทั้งนี้ การลงมติ ใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ
นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนในทรัพย์สินต่อไปนี้ ได้แก่ ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) รวมถึงทรัพย์สินอื่นใด และ/หรือการหาดอกผลอื่นใดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes)
ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวจะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในหุ้นตามวัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทกองทุนรวมจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้
1 ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
2 ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3 ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนข้างต้นจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ