M-IslamicEQL
ที่เลือกผู้ถือหน่วยลงทุนที่หมดสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax-Benefit Expired Class) โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปิดชนิดหน่วยลงทุน (class) นี้ ในกรณีที่ไม่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเหลืออยู่ในหน่วยลงทุนชนิดดังกล่าว
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีหุ้นอิสลามิก
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% / ขาย 1.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
12.0118
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
59 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.92%
อันดับค่าธรรมเนียม 102 จาก 166
1 วัน
-0.44%
1 สัปดาห์
-0.94%
1 เดือน
-0.99%
3 เดือน
-9.57%
6 เดือน
+7.03%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+18.31%
+15.39%(+1.6022)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.6% | 1.6% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.98% | 1.92% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนจะลงทุนในหุ้นซึ่งผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามหลักศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ หากมีบริษัทที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีแนวโน้มในการเจริญเติบโตสูง มีผลประกอบการที่ดี และอยู่ในเกณฑ์ของหลักศาสนาอิสลาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนโดยรวมกันทุกบริษัทไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และส่วนที่เหลือจะพิจารณาลงทุนในเงินฝาก ตราสารทางการเงิน ตราสารแห่งหนี้ รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ซึ่งผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกตามหลักศาสนาอิสลาม
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และเพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง(Structured Note) ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานได้ออกประกาศเกี่ยวกับการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนอัตราส่วนการลงทุนในสัญญาหรือตราสารดังกล่าว ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารดังกล่าวต้องไม่ทำให้ฐานะการลงทุนสุทธิ (net exposure) ของกองทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนมีมูลค่าน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีของกองทุน โดยฐานะการลงทุนสุทธิจะคำนวณจากผลรวมของมูลค่าการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดหักด้วยผลรวมของการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงที่ลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะคำนวณตามขนาดของสัญญาหรือตราสารนั้น (notional amount) เว้นแต่ในกรณีที่เป็นสัญญาออปชัน ซึ่งจะคำนวณตามขนาดของสัญญาคูณกับค่าเดลต้าของสัญญาออปชันแทน
ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุนได้ผ่านการหารือในหลักการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลามกับคณะกรรมการศาสนาของกองทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ประเภทของตราสาร ได้แก่
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (หน่วย CIS), หน่วยของกองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน (หน่วย infra) และหน่วยของกองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ (หน่วย property/REITs)
เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้
ส่วนที่ 1 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) ได้แก่
ส่วนที่ 3 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ได้แก่
การแต่งตั้งที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์ของกองทุนรวม
บริษัทจัดการจะพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถ้ามี) เพื่อเป็นที่ปรึกษาชะรีอะฮ์ของกองทุนรวม อย่างน้อย 1 ท่าน โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับข้างต้น เพื่อเป็นกรรมการชะรีอะฮ์ของกองทุนรวมเพิ่มเติม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปิดเผยรายชื่อที่ปรึกษาซะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน
ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์จะมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ตามหลักศาสนาอิสลาม รวมถึงการให้คำแนะนำอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการกองทุนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์จะไม่มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของบริษัทจัดการแต่อย่างใด
โดยบริษัทจัดการจะจัดให้มีการประชุมที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และในกรณีของการประชุมของคณะกรรมการชะรีอะฮ์ในแต่ละครั้งจะต้องมีกรรมการอย่างน้อย 2 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมดเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง ในกรณีที่ไม่สามารถจัดประชุมได้บริษัทจัดการอาจดำเนินการนำส่งมติเวียนให้ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์ทุกท่านพิจารณา ทั้งนี้ ในการประชุมแต่ละครั้ง ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือกรรมการชะรีอะฮ์จะได้รับค่าตอบแทนจากการประชุม โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม
ที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์จะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถ้ามี) ดังนี้
(1) มีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยในระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งดังต่อไปนี้
(ก) กฎหมายอิสลาม
(ข) หลักการศาสนาอิสลาม
(ค) กฎหมายพาณิชย์และธุรกรรมอิสลาม
(ง) เศรษฐศาสตร์อิสลามและการเงินการธนาคารอิสลาม
(2) มีประสบการณ์อย่างน้อยสามปีในด้านใดด้านหนึ่งดังต่อไปนี้
(ก) ให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำเกี่ยวกับหลักการของศาสนาอิสลาม
(ข) วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการเงินการธนาคารอิสลาม
(ค) เป็นผู้บรรยายสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งตาม (1) ของสถาบันที่เป็นที่รู้จักและยอมรับ
(3) มีความรู้ความสามารถในภาษาอาหรับหรือจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาอาหรับเป็นหลักในการเรียนการสอน
(4) ไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(ก) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(ข) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต หรือเคยถูกเปรียบเทียบปรับเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าว
(ค) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษในความผิดตาม (ข) โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องมาจากกรณีที่หน่วยงานดังกล่าวกล่าวโทษในความผิดตาม (ข)
(ง) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน โดยมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายหรือต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสถาบันการเงินดังกล่าวซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาต ถูกควบคุมกิจการ หรือถูกระงับการดำเนินกิจการ โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันการเงินนั้น
เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามตาม (ค) และ (ง) คำว่า “สถาบันการเงิน” ให้หมายความถึงสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน
บริษัทจัดการจะคัดเลือกหลักทรัพย์จากดัชนี FTSE SET Shariah Index โดยจะนำมาพิจารณาร่วมกับ MFC stock universe ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการการลงทุนของบริษัทจัดการ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE SET Shariah Index เป็นการร่วมมือกันระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ FTSE Group เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม และเป็นโอกาสของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการขยายฐานผู้ลงทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และ FTSE ได้เริ่มเผยแพร่ดัชนีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ในการจัดทำดัชนี FTSE SET Shariah Index นั้น ทาง FTSE ได้มอบหมายให้ Yasaar ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินที่เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Finance) และมีคณะกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านศาสนาอิสลามเป็นผู้คัดเลือกหลักทรัพย์ให้สอดคล้องตามเกณฑ์
สำหรับกระบวนการในการจัดทำ FTSE SET Shariah Index จะเริ่มจากการคัดเลือกหลักทรัพย์จาก FTSE SET All-Share Index ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยมีเกณฑ์ในการคำนวณและคัดเลือก ดังนี้
เมื่อได้ส่วนประกอบของดัชนี FTSE SET Shariah Index ที่ได้ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ข้างต้นแล้ว บริษัทจัดการจะนำหลักทรัพย์เหล่านั้นมาทำการวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วยกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ (MFC Stock Universe) อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งในกระบวนการวิเคราะห์ดังกล่าว บริษัทจัดการมีการคำนึงถึงปัจจัยด้านต่างๆ อาทิเช่น มูลค่าตลาดเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน หลักธรรมาภิบาล และอัตราส่วนทางการเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของบริษัทจัดการจะถูกตัดออกไป และหลักทรัพย์ที่เหลืออยู่จะถือเป็น MFC Islamic Stock Universe สำหรับรอบการพิจารณานั้นๆ
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ใน MFC Islamic Stock Universe ปีละ 2 ครั้ง คือ เดือนมิถุนายนและเดือนธันวาคม โดยบริษัทจัดการจะนำเสนอที่ปรึกษาชะรีอะฮ์หรือคณะกรรมการชะรีอะฮ์เพื่อให้ความเห็นชอบ
ผู้ถือหน่วยลงทุนที่หมดสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax-Benefit Expired Class) โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปิดชนิดหน่วยลงทุน (class) นี้ ในกรณีที่ไม่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเหลืออยู่ในหน่วยลงทุนชนิดดังกล่าว
ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ต้องการลงทุนแบบปกติทั่วไปในกองทุนรวมและไม่ได้ต้องการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยผู้ถือหน่วยลงทุนต้องลงทุนให้ครบตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องประกาศหรือกำหนด