M-SMART INCOME-AC
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (total return)
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล สมาร์ท อินคัม
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Active (เน้นบริหารสร้างผลตอบแทน) ไม่ป้องกันความเสี่ยง FX (เปิดรับอัตราแลกเปลี่ยน) • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
10.8562
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
128 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.1%
อันดับค่าธรรมเนียม 55 จาก 65
1 วัน
+0.39%
1 สัปดาห์
+0.70%
1 เดือน
-0.70%
3 เดือน
+0.04%
6 เดือน
-0.58%
1 ปี
+2.79%
5 ปี
-
สูงสุด
+7.60%
+2.79%(+0.2951)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.6% | 0.91% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 50% | 50% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 3.66% | 1.1% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารหนี้ต่างประเทศ ซึ่งกองทุนสามารถกระจายการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก หรือในบางช่วงเวลาอาจเน้นลงทุนเฉพาะประเทศ กลุ่มประเทศ ภูมิภาค และ/หรือกลุ่มธุรกิจ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน ในสัดส่วนกองทุนละไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวม อีทีเอฟต่างประเทศแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่สัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศกองทุนใดกองทุนหนึ่งเกินกว่าร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมิได้เกิดจากการลงทุนเพิ่มหรือได้หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวมาเพิ่มเติม บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศและ/หรือกองทุนรวม อีทีเอฟต่างประเทศดังกล่าว ภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนเกินสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้
กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนไปลงทุน อาจจะมีการลงทุนบางส่วนในตราสารทุนโดยจำกัดอัตราส่วน ตราสารที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ (mortgage-related security) และAsset-backed securities อื่นๆ และตราสารแปลงสภาพ (convertible securities) ทั้งนี้ในการลงทุนเหล่านี้สามารถทำได้ทั้งการลงทุนทางตรงในตราสาร และการลงทุนผ่านตราสารอนุพันธ์ ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศมีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่กองทุนไทยสามารถลงทุนได้ เช่น loan participations และ loan assignments เป็นต้น ในอัตราส่วนที่มากกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริษัทจัดการจะปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนต่างประเทศดังกล่าว เพื่อให้อัตราส่วนเป็นไปตามที่ก.ล.ต.กำหนด
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือกองทุนไทยอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) และ/หรือ ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือ ธุรกรรมการซื้อคืน (Repurchase) และ/หรือ ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศ ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น กรณี ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่มากขึ้น หรือกรณีที่ผู้จัดการกองทุนคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่า ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อยลง หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันความเสี่ยง ดังนั้น กองทุนจึงยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินเหลืออยู่ ซึ่งอาจทำให้ ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ อีกทั้ง การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) ได้ เช่นการทำสัญญาฟอร์เวิร์ด และ/หรือสัญญาสวอป ที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน / ราคาตราสาร / ราคาดอกเบี้ย หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ กลต. ประกาศกำหนด
ทั้งนี้กองทุนไทยจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บลจ. อาจไม่นับช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศและ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศดังกล่าว และในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่กองทุนลงทุนนั้นมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่ลงทุนลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินลดลงพร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุน เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุน :
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ประเภทของตราสาร ได้แก่
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (หน่วย CIS), หน่วยของกองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน (หน่วย infra) และหน่วยของกองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ (หน่วย property/REITs)
เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (listed fund) ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ :
ส่วนที่ 1 : ประเภทและคุณสมบัติของตราสารทางการเงินทั่วไป
ประเภทของตราสาร ได้แก่
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หน่วย CIS), หน่วยของกองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศ (หน่วย infra) และหน่วยของกองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (หน่วย property/REITs)
เป็นไปตามประกาศ ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหน่วย CIS ต่างประเทศที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นสมาชิกของ WTE ซึ่งมีคุณสมบัติของตราสารเช่นเดียวกันกับตราสาร transferable securities
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากต่างประเทศ
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนต่างประเทศ (reverse repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ต่างประเทศ (securities lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภท derivatives ในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ส่วนที่ 3 - ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในประเทศและต่างประเทศ :
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกำหนด ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้
ส่วนที่ 3 : อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ได้แก่
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (capital gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (total return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้สม่ำเสมอจากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ซึ่งผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี