MEGA10CHINATECH-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total Return)
กองทุนเปิด MEGA 10 CHINA TECHNOLOGY
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ไม่ป้องกันความเสี่ยง FX (เปิดรับอัตราแลกเปลี่ยน) • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
8.3303
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
115 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.75%
อันดับค่าธรรมเนียม 16 จาก 26
1 วัน
+0.88%
1 สัปดาห์
+2.05%
1 เดือน
+7.26%
3 เดือน
+1.26%
6 เดือน
-8.06%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-16.69%
-13.47%(-1.2972)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.61% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 100% | 100% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.55% | 1.75% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่กองทุนเข้าลงทุน
ขั้นตอนที่ 1 : คัดเลือกตราสารทุน และ/หรือ หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange; HKEX) ที่เป็นส่วนประกอบใน Hang Seng Tech Index (HSTECH)*
ขั้นตอนที่ 2 : คัดเลือกตราสารทุน และ/หรือ หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดจากการเรียงลำดับ
ขั้นตอนที่ 3 : คัดเลือกตราสารทุน และ/หรือ หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 คัดเลือกตราสารทุนที่มีสภาพคล่องสูง โดยพิจารณาจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Turnover) เทียบกับขนาดของกองทุน
ขั้นตอนที่ 4 : จากตราสารทุน และ/หรือ หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่คัดเลือกในขั้นตอนที่ 3 ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกตราสารเพื่อลงทุนจำนวน 10 บริษัท ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจจะพิจารณาคัดเลือกจากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และ/หรือ อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ผู้จัดการกองทุนกำหนด และ/หรือ ปัจจัยอื่นที่ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาเพิ่มเติม เช่น สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทโดยรัฐบาลรวมถึงที่รัฐบาลมีอํานาจควบคุมกิจการ ผลสำรวจความเห็นเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์จากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Consensus)** เป็นต้น
* Hang Seng Tech Index (HSTECH) เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จำนวน 30 บริษัท ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมตามการจำแนกของ Hang Seng Industry Classification System (HSICS) ในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง ดังนี้ (1) อุตสาหกรรม (Industrials) (2) สินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) (3) สุขภาพ (Healthcare) (4) การเงิน (Financials) (5) เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) และบริษัทนั้น ๆ ต้องมีการดำเนินธุรกิจในธีมเทคโนโลยี ธีมใดธีมหนึ่ง ได้แก่ อินเทอร์เน็ต (รวมถึงโทรศัพท์มือถือ) ฟินเทค (FinTech) คลาวด์ (Cloud) อีคอมเมิร์ซ (E-commerce) (ดิจิทัล) Digital หรือ อัตโนมัติ (Autonomous) (as of August 2025)
** ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาผลสำรวจความเห็นจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (Analyst Consensus) จากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ที่รวบรวมจากนักวิเคราะห์จำนวนมาก และมีการปรับปรุงข้อมูลอยู่เสมอ เช่น Bloomberg หรือจากแหล่งข้อมูลอื่นที่มีลักษณะดังกล่าว
กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารทุนจำนวน 10 บริษัทในสัดส่วนการลงทุนที่ใกล้เคียงกัน แต่ในบางขณะสัดส่วนการลงทุนนั้นอาจแตกต่างกันซึ่งสืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคาหลักทรัพย์นั้น ๆ อนึ่ง กองทุนอาจมีการถือครองตราสารทุนในจำนวนที่มากกว่าหรือน้อยกว่า 10 บริษัทได้ในบางขณะ เช่น ในช่วงการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ อันเกิดจากการปรับเพิ่มและลดจำนวนหลักทรัพย์ที่ลงทุนในช่วงเวลาเดียวกัน หรือในกรณีอื่น ๆ ที่จำเป็นได้
อนึ่ง บริษัทจัดการอาจพิจารณาไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง แม้หลักทรัพย์นั้นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่กำหนด หากกองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในหลักทรัพย์นั้นได้จากสาเหตุ เช่น ประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ต่อรายการ หรือเงินลงทุนขั้นต่ำที่ต้องลงทุนในหลักทรัพย์นั้น จะทำให้สัดส่วนการลงทุนผิดเพี้ยนไป หรือลงทุนเพิ่มเติม/ลดการลงทุนได้ยาก เป็นต้น กองทุนจะเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกในลำดับถัดไปแทน
การปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์
บริษัทจัดการจะทำการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) รวมถึงปรับรายชื่อหลักทรัพย์การลงทุนในตราสารทุนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกดังข้างต้น โดยการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุนในแต่ละรอบ บริษัทจัดการจะปรับสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ทั้ง 10 บริษัทให้อยู่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
อนึ่ง บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะปรับรายชื่อหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือหลายบริษัทออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ณ ขณะนั้น เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น หรืออาจเกิดขึ้น หรือข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ที่บริษัทจัดการคาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบทางลบต่อราคาในทิศทางที่จะทำให้ราคาตราสารทุนของบริษัทนั้นลดลงอย่างมาก ซึ่งการดำเนินการข้างต้นจะส่งผลให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ ความถี่ในการปรับสมดุลของสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน (Rebalance) และการปรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่กำหนดไว้ข้างต้นไม่เพียงพอ และ/หรือ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุน ณ ขณะใดแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯดังกล่าวนั้นโดยเป็นไปในลักษณะที่ไม่ด้อยกว่าหลักเกณฑ์เดิมที่กำหนด เช่น เพิ่มความถี่ของรอบการปรับสมดุลในสัดส่วนน้ำหนักการลงทุน และ/หรือเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมดัชนีเพื่อการคัดเลือกหลักทรัพย์ และ/หรือปรับรายชื่อหลักทรัพย์เพื่อลงทุน และ/หรือใช้วิธีการวิเคราะห์มูลค่า (Valuation) และทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์เป็นเกณฑ์เพิ่มเติม โดยถือประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดของการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ฯ ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน และ/หรือผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total Return)