ONE-ELITE11-RA
ชนิดที่ 1เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน ซึ่งกองทุนจะนําผลประโยชน์จากการลงทุนไปลงทุนต่อ
กองทุนเปิด วรรณ อีลีท 11
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% / ขาย 0.2% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
11.0976
2026-04-07
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
175 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
—
ยังไม่มีข้อมูล
1 วัน
+0.80%
1 สัปดาห์
+1.19%
1 เดือน
-1.08%
3 เดือน
-4.24%
6 เดือน
+0.06%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+10.98%
-3.81%(-0.4396)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
ยังไม่มีข้อมูลค่าธรรมเนียมของกองนี้
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในตราสารทุนและ/หรือหุ้นสามัญ โดยมีสัดส่วนหรือน้ำหนักการลงทุนใกล้เคียง (Full Replication) กับดัชนี Bloomberg Global Industry Elite 55 Index (“ดัชนีอ้างอิง”) ซึ่งประกอบด้วยหุ้นจาก 11 อุตสาหกรรม (Sector) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นและ/หรือจำนวนอุตสาหกรรม (Sector) ที่กองทุนจะลงทุนเพื่อให้มีสัดส่วนหรือน้ำหนักการลงทุนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง หากดัชนีอ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลงการลงทุน และ/หรือเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคัดเลือกหุ้น และ/หรือเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของดัชนี
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีอ้างอิงที่กองทุนใช้ในการสร้างผลตอบแทนเป็นดัชนีอ้างอิงอื่นใดแทน ในกรณีที่ดัชนีอ้างอิงดังกล่าวถูกยกเลิกหรือไม่มีการคำนวณ โดยจะต้องเป็นดัชนีอ้างอิงที่ใช้วัดผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
ส่วนที่เหลือจากการลงทุนข้างต้น กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝากในสถาบันการเงิน ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. และ/หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้ลงทุนได้
ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) ได้
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการได้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนปลายทางนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด ในกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนจะลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สํานักงาน ก.ล.ต. กําหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทางได้ (circle investment)
กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต และ/หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ซึ่งหากทรัพย์สินอ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม
สําหรับการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น) เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน เช่น ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก หรือในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในสัดส่วนที่น้อยหรืออาจพิจารณาไม่ลงทุน อย่างไรก็ตาม หากผู้จัดการกองทุนพิจารณาแล้วว่าการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทําให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ทําการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ อนึ่ง การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนที่ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลง ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินลงทุนคืนต่ำกว่าที่ลงทุนเริ่มแรกได้
การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน รวมถึงการดำรงอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศ จะไม่บังคับใช้ในช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม หรือช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม หรือช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 10 วันทำการ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนในอนาคตเป็นกองทุนรวม Feeder Fund หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds หรือเปลี่ยนกลับมาลงทุนโดยตรงในตราสารและ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน
รายละเอียดของ Bloomberg Global Industry Elite 55 Net Return Index (ดัชนีชี้วัด)
องค์ประกอบของดัชนี (Index Composition)ดัชนีประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วโลก (ยกเว้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) อัตรากำไร (Profit Margin) และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (Return on Asset) สูงสุด 5 อันดับแรก จาก 11 อุตสาหกรรม (Sector) ได้แก่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริการด้านการสื่อสาร การแพทย์ การเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าฟุ่มเฟือย สาธารณูปโภค และวัสดุพื้นฐาน รวมจำนวน 55 บริษัทสกุลเงิน
ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)Ticker
BGIE55N
วันที่เริ่มใช้ดัชนี
10 ตุลาคม 2565
ผู้จัดทำดัชนีBloomberg ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ให้บริการข้อมูลทางการเงินและการวิเคราะห์ทางธุรกิจระดับโลก จึงเป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและทำหน้าที่ได้อย่างอิสระจากบริษัทจัดการหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ และวิธีการคำนวณดัชนี (Index Methodology)1) จัดอันดับหุ้นที่อยู่ใน Bloomberg Developed Markets ex-APAC Large-Mid Cap ตาม 3 ปัจจัย ดังนี้
(2 x อันดับ Market Cap) + อันดับ Profit Margin + อันดับ Return on Asset
(Market Cap ของหุ้นแต่ละตัว / Market Cap รวมของหุ้น 55 ตัว) x Tilt Factor
โดย Tilt Factor กำหนดจากอันดับของอุตสาหกรรมตามข้อ 5.1) ดังนี้
อันดับที่ 1 – 3: Tilt Factor เท่ากับ 2
อันดับที่ 4 – 8: Tilt Factor เท่ากับ 1
อันดับที่ 9 – 11: Tilt Factor เท่ากับ 0.5
น้ำหนักการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวตามข้อ 5.2) / น้ำหนักการลงทุนรวมของหุ้น 55 ตัว ตามข้อ 5.2)
รอบการทบทวนองค์ประกอบของดัชนี (Rebalance)ทุกไตรมาส (เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม)ช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของดัชนีhttps://www.bloomberg.com/quote/BGIE55N:IND
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลของ Bloomberg Global Industry Elite 55 Net Return Index ตามที่ดัชนีดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขในอนาคต โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน ซึ่งกองทุนจะนําผลประโยชน์จากการลงทุนไปลงทุนต่อ
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม