PRINCIPAL GBRAND-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล แบรนด์
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Morgan Stanley Investment Funds - Global Brands Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
11.3011
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
21 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
2.004%
อันดับค่าธรรมเนียม 7 จาก 7
1 วัน
+0.55%
1 สัปดาห์
+4.63%
1 เดือน
+4.51%
3 เดือน
+0.78%
6 เดือน
-4.39%
1 ปี
-15.42%
5 ปี
-
สูงสุด
-15.64%
-15.42%(-2.0611)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.603% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.22% | 2.004% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวผ่านการลงทุนในหุ้นของบริษัทต่างๆ ในประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ประสบผลสำเร็จหรือมีชื่อเสียงโดยพิจารณาจาก intangible assets (เช่น มีเครื่องหมายการค้าที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้า หรือกลวิธีการจัดจำหน่าย เป็นต้น) ภายใต้แฟรนไชส์ธุรกิจที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ์ ตราสารหนี้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น และหลักทรัพย์อื่นที่อ้างอิงกับหุ้น เพื่อให้ได้ผลกำไรจากบริษัทต่างๆ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศในตลาดเกิดใหม่ และลงทุนในหุ้นของประเทศจีน (A-Shares) ผ่าน Stock Connect ซึ่งกองทุนอาจลงทุนในหุ้น A-Shares ผ่าน Stock Connect ดังกล่าว ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น
ส่วนที่เหลือจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์, ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกัน ความเสี่ยง เป็นต้น
ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกัน ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่า การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ในตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) เฉพาะในกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุนของกองทุนที่ลงทุน (classes หรือ sub-classes) หรือขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนที่แตกต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ และมีคุณสมบัติหน่วยลงทุนต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็น Fund of Funds หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศได้ หรือกลับมาเป็นกองทุน Feeder Fund ได้โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ
(2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
ในกรณีการดำเนินการดังกล่าวทำให้การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหัวข้อ “อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม” ส่วนที่ 6: การดำเนินการเมื่อการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนรวม
รายละเอียดกองทุนหลัก
กองทุนหลักที่กองทุนจะลงทุน คือ Morgan Stanley Investment Funds - Global Brands Fund มีรายละเอียดต่อไปนี้
ชื่อกองทุน : Morgan Stanley Investment Funds - Global Brands Fund
Class : Z (สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน)
ประเภท : กองทุนรวมตราสารทุน
อายุโครงการ : ไม่กำหนด
วันจัดตั้งกองทุน : 30 ตุลาคม 2543
จดทะเบียนประเทศ : ลักเซมเบิร์ก
สกุลเงินของกองทุน : USD
วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการของธนาคารในประเทศลักเซมเบอร์ก
การจ่ายปันผล : ไม่จ่าย
บริษัทจัดการ : Morgan Stanley Investment Management (Ireland) Limited
ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : J.P. Morgan Bank Luxembourg S.A.
นโยบายการลงทุน : มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวผ่านการลงทุนในหุ้นของบริษัทต่างๆ ในประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ประสบผลสำเร็จหรือมีชื่อเสียงโดยพิจารณาจาก intangible assets (เช่น มีเครื่องหมายการค้าที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สินค้า หรือกลวิธีการจัดจำหน่าย เป็นต้น) ภายใต้แฟรนไชส์ธุรกิจที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ์ ตราสารหนี้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น และหลักทรัพย์อื่นที่อ้างอิงกับหุ้น เพื่อให้ได้ผลกำไรจากบริษัทต่างๆ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศในตลาดเกิดใหม่ และประเทศจีน (A-Shares) ผ่าน Stock Connect ซึ่งกองทุนอาจลงทุนในหุ้น A-Shares ผ่าน Stock Connect ดังกล่าว ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม
Max Entry Charge : ไม่เกิน 1.00%
Management Fee : 0.75%
Ongoing Charges : 0.90%
ตัวชี้วัด (benchmark) : MSCI World Net Index
Bloomberg ticker : MORGBRZ LX
ISIN : LU0360482987
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของกองทุนหลัก
ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น
กองทุนที่ลงทุนในหุ้นจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนในตลาดหลักทรัพย์ และอาจขาดทุนเป็นจำนวนมากได้ ราคาหุ้นอาจได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งในระดับของตัวบริษัทเอง การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการเมือง แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ผลการดำเนินงานของบริษัท แนวโน้มด้านประชาการ และภัยพิบัติต่างๆ
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้
การลงทุนในตราสารหนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย และด้านเครดิต และความเสี่ยงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ เช่น หลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ High Yield หลักทรัพย์ประเภท Asset Backed Securities หรือเงินกู้ต่างๆ
หลักทรัพย์ประเภทนี้มีความเสี่ยงที่ผู้ออกหลักทรัพย์อาจไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามภาระหน้าที่ได้ (ความเสี่ยงด้านเครดิต) และราคาตราสารอาจมีความผันผวนเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความอ่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย มุมมองของตลาดด้านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหลักทรัพย์ และสภาพคล่องของตลาดโดยทั่วไป (ความเสี่ยงด้านตลาด) กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น มักจะลดมูลค่าของตราสารหนี้ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะเพิ่มมูลค่าของตราสารหนี้ ผลการดำเนินงานของกองทุนจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการคาดการณ์และการตอบสนองต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตลาด และขึ้นอยู่กับการใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการเพิ่มผลตอบแทนสูงสุด ในขณะเดียวกันก็พยายามลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนที่ใช้ในการลงทุน
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน
กองทุนอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน รวมถึงออปชั่นของยุโรปและอเมริกา รวมถึง single securities, สกุลเงิน, คอลออปชั่นและพุทออปชั่นในตระกร้าหลักทรัพย์หรือดัชนีหลักทรัพย์; single securities, equity index และ volatility futures; อัตราดอกเบี้ย, ยูโรดอลลาร์และ treasury futures; contract for differences (CFDs); สวอปสกุลเงิน (single currency swap), สวอปการผิดนัดชำระหนี้ (credit default swap), สวอปอัตราดอกเบี้ย (interest rate swaps), สวอปดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI), สวอปผลตอบแทนรวม (Total Return Swaps), ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured note), ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ (warrants), ฟอร์เวิร์ดสกุลเงิน (currency forward) และ participatory notes
ถึงแม้การใช้ตราสารอนุพันธ์อย่างระมัดระวังอาจเป็นประโยชน์ แต่ตราสารอนุพันธ์ก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างไปจากความเสี่ยงที่พบในการลงทุนแบบเดิมๆ และในบางกรณีก็มีความเสี่ยงมากกว่า หากมีการระบุไว้ในนโยบายการลงทุน กองทุนอาจใช้กลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงบางประเภท และ/หรือ เพิ่มผลตอบแทน กลยุทธ์เหล่านี้อาจรวมถึงการใช้ตราสารอนุพันธ์เช่น ออปชั่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ สวอปและ/หรือ ฟิวเจอร์ ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวอาจไม่ประสบความสำเร็จและทำให้กองทุนขาดทุน
นอกจากนี้ ตราอนุพันธ์ยังมีความเสี่ยงเฉพาะ ความเสี่ยงเหล่านี้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านการจัดการ ความเสี่ยงด้านคู่สัญญา ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงในการประเมินราคาผิดหรือไม่เหมาะสมของตราสารอนุพันธ์ และความเสี่ยงที่ตราสารอนุพันธ์ อาจไม่สัมพันธ์อย่างสมบูรณ์แบบกับสินทรัพย์อ้างอิง อัตราดอกเบี้ย และดัชนี
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)