PRINCIPAL GCREDIT-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล เครดิต
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร ผ่านกองทุนหลัก BNY Mellon Global Credit Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
10.1363
2026-07-27
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
95 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.236%
อันดับค่าธรรมเนียม 61 จาก 65
1 วัน
+0.11%
1 สัปดาห์
-0.29%
1 เดือน
-1.43%
3 เดือน
-0.25%
6 เดือน
-0.18%
1 ปี
+0.52%
5 ปี
-
สูงสุด
+1.00%
+0.17%(+0.0167)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.069% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.22% | 1.236% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีอ้างอิงอื่น ๆ เป็นต้น ตามดุลยพินิจของ บลจ. รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade)
กองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี <80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี >80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
เนื่องจากกองทุนหลักจัดตั้งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลกอย่างน้อย 50% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลกซึ่งไม่ขัดกับระเบียบของ UCITS อย่างไรก็ดี โดยปกติตามเกณฑ์ไทยที่เกี่ยวข้องกองทุนรวมตราสารหนี้ต้องมีการลงทุนในตราสารหนี้โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนหลัก แต่เนื่องจากกองทุนไทยมีลักษณะเป็นกองทุน Feeder Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (กองทุนหลัก) ซึ่งตามประกาศที่ ทน.87/2558 หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรือที่จะแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ได้อนุญาตให้กองทุนไทยสามารถกําหนดประเภทกองทุนตามชื่อหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักได้ ดังนั้น จึงสามารถกําหนดประเภทของกองทุนให้เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ได้
สรุปสาระสำคัญของกองทุน BNY Mellon Global Credit Fund (กองทุนหลัก)
กองทุน BNY Mellon Global Credit Fund
ชื่อกองทุน : BNY Mellon Global Credit Fund
Class : USD W (Acc)
ประเภท : กองทุนรวมตราสารหนี้
อายุโครงการ : ไม่กำหนด
วันจัดตั้งกองทุน : 29 กุมภาพันธ์ 2559
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง : ไอร์แลนด์
สกุลเงินของกองทุน : USD
วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก
การจ่ายปันผล : ไม่มี
บริษัทจัดการลงทุน : BNY Mellon Fund Management (Luxembourg) S.A.
ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : The Bank of New York Mellon SA/NV, Dublin Branch
วัตถุประสงค์ในการลงทุน : กองทุนมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนรวม (Total Return) จากรายได้และ การเติบโตจากหลักทรัพย์ที่ลงทุน
นโยบายการลงทุน : -กองทุนมีเป้าหมายที่จะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยลงทุนมากกว่า 50% ของ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลก ส่วนที่เหลือจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ (ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล หน่วยงานระหว่างประเทศ และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงสกุลเงินตราต่างประเทศ เงินสดหรือสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด)
ทั้งนี้ตราสารหนี้หรือที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ที่ CIS ดังกล่าวลงทุน ณ เวลาที่ซื้อจะต้องมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า B- (หรือเทียบเท่า) หรือในกรณีมีการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์คํ้าประกัน (Asset-Backed Securities), ตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์คํ้าประกัน (Mortgage-Backed Securities) และการลงทุนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านเครดิต จะต้องมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่า BBB- (หรือเทียบเท่า) ที่จัดอันดับโดยจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
กลยุทธ์การลงทุน
กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนโดยจะพิจารณาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาค ได้แก่ ระดับการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อตราสารหนี้ ตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ และสกุลเงินตราต่างประเทศ นอกจากนี้ กองทุนจะวิเคราะห์ความแตกต่างของหลักทรัพย์แต่ละประเภทที่อยู่ในพอร์ตการลงทุน ได้แก่ การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) ตราสารหนี้ภาครัฐ และสกุลเงิน เพื่อประเมินศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน หลังจากนั้นกองทุนจะกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าว รวมถึงมีการพิจารณาปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม โดยผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (Financial Derivative Instruments (FDI)) หรือหน่วย CIS แทนการซื้อหลักทรัพย์นั้นโดยตรง ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาข้อมูลที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานด้านสินเชื่อที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในหมวดธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเพื่อเลือกลงทุน เช่น ตราสารหนี้ที่ออกโดยผู้ออกตราสารในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รถยนต์ เทคโนโลยี และการผลิต รวมถึงตราสารหนี้ภาครัฐ เป็นต้น
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Max Initial Charge) : 5.00% (ยกเว้น)
ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Fee) : ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fees) : 0.40% ต่อปี
หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆของกองทุนได้
ตัวชี้วัด (benchmark) : Bloomberg Barclays Global Aggregate Credit TR USD Hedged
Bloomberg ticker : BMGCWAU ID
ISIN : IE00BYZW5L40
ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ BNY Mellon Global Credit Fund - USD W (Acc.) (bnymellonim.com)
หมายเหตุ : ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของกองทุนหลัก
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ (Fixed Income Securities)
การลงทุนในตราสารหนี้มักมีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ด้านภาคอุตสาหกรรม ด้านความมั่นคงและเครดิต กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับต่ำกว่า Baa (หรือเทียบเท่า) ที่ได้รับการจัดอันดับโดยหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ (Credit Rating Agencies) อันดับเครดิตที่ต่ำจะสะท้อนถึงความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเปลี่ยนแปลงในเชิงลบของสถานะการเงินของผู้ออกหลักทรัพย์ หรือในสภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป หรือการปรับเพิ่มของอัตราดอกเบี้ยโดยไม่คาดคิด อาจทำให้ความสามารถของผู้ออกหลักทรัพย์ ในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุนของกองทุน ในกรณีที่หลักทรัพย์ไม่มีตลาดซื้อขายที่มีสภาพคล่อง กองทุนอาจไม่สามารถกำหนดมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์ดังกล่าวได้
ปริมาณธุรกรรมที่ได้รับผลกระทบในตลาดตราสารหนี้ระหว่างประเทศบางแห่งอาจต่ำกว่าตลาดที่ใหญ่กว่า เช่น สหรัฐอเมริกา ดังนั้นการลงทุนของกองทุนในตลาดดังกล่าวอาจมีสภาพคล่องน้อยกว่าและราคาอาจมีความผันผวนมากกว่าการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายมากขึ้น นอกจากนี้ระยะเวลาการชำระหนี้ในบางตลาดอาจนานกว่าในตลาดอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพคล่องของกองทุน
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารประเภท High Yield
หลักทรัพย์ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับต่ำกว่ามักจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหลักทรัพย์ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สูงกว่า เพื่อชดเชยความน่าเชื่อถือทางเครดิตที่ลดลงและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการผิดนัดชำระหนี้ของหลักทรัพย์เหล่านี้ โดยทั่วไปหลักทรัพย์ที่มีการจัดอันดับต่ำกว่ามักจะสะท้อนถึงการพัฒนาขององค์กรและตลาดในระยะสั้นในระดับที่มากกว่าหลักทรัพย์ที่มีการจัดอันดับที่สูงกว่า หลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไปเป็นหลัก ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำหรืออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ออกหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่มีเลเวอเรจสูงอาจประสบกับความเครียดทางการเงินและอาจไม่มีรายได้เพียงพอที่จะชำระภาระผูกพันในการจ่ายดอกเบี้ย
การที่มีผู้ที่ลงทุนจำนวนน้อยลงทุนในตราสารที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับต่ำและอาจเป็นเรื่องยากที่จะซื้อและขายหลักทรัพย์ในเวลาที่เหมาะสม ดังนั้น หลักทรัพย์ดังกล่าวโดยทั่วไปจะมีสภาพคล่องต่ำ มีความผันผวนสูงกว่า และมีความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้นและดอกเบี้ยมากกว่าตราสารหนี้ที่มีอันดับสูง
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารแปลงสภาพโดยเงื่อนไข (Contingent Convertible Securities Risks )
ตราสารแปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข มีลักษณะคล้ายกับตราสารหนี้แปลงสภาพ อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ตราสารหนี้จะแปลงสภาพเป็นตราสารทุน จะต้องไปตามเงื่อนไขการแปลงสภาพของตราสาร ทั้งนี้จะไม่มีการรับประกันได้ว่าผู้ออกตราสารจะแปลงสภาพตราสารหนี้เป็นตราสารทุน ซึ่งอาจส่งผลให้กองทุนอาจขาดทุนจากการลงทุน เนื่องจากมูลค่าของตราสารแปลงสภาพดังกล่าวอาจปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ตราสารแปลงสภาพโดยมีเงื่อนไข อาจมีการยกเลิกการจ่ายดอกเบี้ยโดยผู้ออกตราสารได้ ซึ่งกองทุนจะไม่สามารถเรียกร้องใดๆได้
ความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Financial Derivatives Instrument Risks)
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนหรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนจะลงทุนใน FDI แทนการลงทุนในสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง เช่น อัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การใช้ FDI มีความเสี่ยงแตกต่างหรืออาจมากกว่าความเสี่ยง
จากการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์อ้างอิง อาจทำให้กองทุนขาดทุนมากกว่าจำนวนเงินต้นที่ลงทุนได้
ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)