PRINCIPAL MYRFIUH-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล มาเลเซียน ฟิกซ์ อินคัม อันเฮดจ์
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร ผ่านกองทุนหลัก Principal Lifetime Bond Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
10.8402
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
991 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.706%
อันดับค่าธรรมเนียม 34 จาก 47
1 วัน
-0.72%
1 สัปดาห์
-0.82%
1 เดือน
+0.28%
3 เดือน
-0.33%
6 เดือน
+4.00%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+8.40%
+7.42%(+0.7484)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 0.535% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.22% | 0.706% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนหลักมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้มาเลเซียเป็นหลัก โดยกองทุนจะลงทุนอย่างน้อย 70% - 98% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย “BBB3” หรือ “P2” โดย RAM (Rating Agency Malaysia) หรือระดับที่เทียบเท่าโดย MARC (Malaysian Rating Corporation) หรือสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่นๆในประเทศ หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย “BBB-” โดย S&P หรือเทียบเท่าโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Debt Securities) ได้ไม่เกิน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้เงินสกุลริงกิต (MYR) เป็นสกุลเงินหลัก และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว
กองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย เครดิต ตามดุลยพินิจของ บลจ. รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี <80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี >80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
สรุปสาระสำคัญของกองทุน Principal Lifetime Bond Fund (กองทุนหลัก)
ชื่อกองทุน
Principal Lifetime Bond Fund
Class
MYR
ประเภท
กองทุนตราสารหนี้
อายุโครงการ
ไม่กำหนด
วันจัดตั้งกองทุน
15 พฤศจิกายน 2538
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง
มาเลเซีย
สกุลเงินของกองทุน
MYR
วันทำการซื้อขาย
ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก
การจ่ายปันผล
มี พิจารณาจ่ายปีละ 1 ครั้งในเดือนมกราคมของทุกปี ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
บริษัทจัดการลงทุน
Principal Asset Management Berhad
Investment Manager
Principal Asset Management Berhad
ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน
HSBC (Malaysia) Trustee Berhad
วัตถุประสงค์ในการลงทุน
กองทุนมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอรวมถึงการเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ผ่านการลงทุนหลักในพันธบัตรมาเลเซีย
นโยบายการลงทุน
กองทุนจะลงทุนอย่างน้อย 70% - 98% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนใน ตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย “BBB3” หรือ “P2” โดย RAM (Rating Agency Malaysia) หรือระดับที่เทียบเท่าโดย MARC (Malaysian Rating Corporation) หรือสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่นๆในประเทศ หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย “BBB-” โดย S&P หรือเทียบเท่าโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Debt Securities) ได้ไม่เกิน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนอาจลงทุนผ่านหน่วย CIS ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของ GUTF (Guidelines on Unit Trust Funds)
นอกจากนี้ เพื่อให้บรรลุวัตุประสงค์การลงทุน กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Products) และ/หรือตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contracts), ออปชั่น (Options), ฟิวเจอร์ส (Futures Contracts) และสวอป (Swap Agreements) ที่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับตราสารหนี้
กลยุทธ์การจัดสรรทรัพย์สินของกองทุนมีดังนี้
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Application Fee)ไม่เกิน 2% ของมูลค่าซื้อขาย (ปัจจุบันยกเว้น)ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Withdrawal Charge)ไม่มีค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)ไม่เกิน 1.00% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.00% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน)ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee)ไม่เกิน 0.05% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (ปัจจุบันเรียกเก็บ 0.03% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน)Performance Feeไม่มีTotal Expenses Ratio (TER)ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.03% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้
ตัวชี้วัด (benchmark) : Quant shop MGS Bond Index (Medium Sub-Index (กำหนด benchmark เพื่อ performance comparison เท่านั้น)
Bloomberg ticker : CIMBMBF MK
ISIN : MYU1000AJ008
ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.principal.com.my/en/bof
ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)