PRINCIPAL PCREDITUI-R
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้สม่ำเสมอจากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ และไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัตินั้น
กองทุนเปิดพรินซิเพิล ไพรเวท เครดิต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
เน้นลงทุนในอื่น ๆ ผ่านกองทุนหลัก Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+25
NAV ล่าสุด
10.4319
2026-06-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
33 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
81
ระดับ 81 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.209%
อันดับค่าธรรมเนียม 3 จาก 4
1 วัน
-1.79%
1 สัปดาห์
+0.38%
1 เดือน
+0.88%
3 เดือน
+5.43%
6 เดือน
+5.71%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+4.32%
+6.14%(+0.6038)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.14% | 1.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 6.22% | 1.209% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
โดยกองทุนหลักจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) ชนิดหน่วยลงทุน Institutional Class โดยกองทุนอ้างอิงจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงเงินที่กู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน ในสินทรัพย์ประเภท private credit เช่น เงินกู้ (loans), ตราสารหนี้ (bonds) หรือตราสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครดิต (other credit instruments) ซึ่งเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงในวงจำกัด (private offering) หรือออกโดยบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (private companies) รวมถึงหลักทรัพย์ประเภททุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ที่แนบมากับตราสารหนี้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ประเภท private credit อาจได้มาโดยตรงจากผู้ออกหลักทรัพย์ หรือผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (secondary market)
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว
กองทุนและกองทุนหลักอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้
กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ได้โดยไม่กำหนดอัตราส่วน
กองทุนอ้างอิง อาจกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนได้โดยสามารถทำการกู้ยืมเงิน (Leverage) ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากการกู้ยืม กองทุนจะต้องมีอัตราความคุ้มครองสินทรัพย์ (asset coverage) อย่างน้อย 300% ตามที่กำหนดในกฎหมาย Investment Company Act of 1940
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และทิศทางของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี <80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี >80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
โครงสร้างการลงทุนของกองทุน
กองทุน PRINCIPAL PCREDITUI จะลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก) Class I-Dis ซึ่งกองทุนหลักจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนต่อในกองทุน Principal Private Credit Fund I (กองทุนอ้างอิง) Institutional Class
สรุปสาระสำคัญของกองทุน Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC (กองทุนหลัก)
ชื่อกองทุน
Principal Private Credit Fund iCapital Offshore Access Fund SPC
Class
I-Dis
อายุโครงการ
ไม่กำหนด
วันจัดตั้งกองทุน29 กันยายน 2568ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง
หมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands)
สกุลเงินของกองทุน
USD
บริษัทจัดการลงทุน
iCapital Advisors, LLC
Investment Manager
iCapital Advisors, LLC
ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian)
The Bank of New York Mellon
วัตถุประสงค์ในการลงทุน
กองทุนจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) ซึ่งกองทุนอ้างอิงมีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนอ้างอิงมุ่งเน้นในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าของเงินทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทนรวมสูงสุด
กลยุทธ์การลงทุน
กองทุนจะนำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดไปลงทุนในกองทุน Principal Private Credit Fund (กองทุนอ้างอิง) ชนิดหน่วยลงทุน Institutional Class โดยกองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงเงินที่กู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน ในสินทรัพย์ประเภท private credit เช่น เงินกู้ (loans), ตราสารหนี้ (bonds) หรือตราสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครดิต (other credit instruments) ซึ่งเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงในวงจำกัด (private offering) หรือออกโดยบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (private companies) รวมถึงหลักทรัพย์ประเภททุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ที่แนบมากับตราสารหนี้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ประเภท private credit อาจได้มาโดยตรงจากผู้ออกหลักทรัพย์ หรือผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (secondary market) (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในข้อมูลของกองทุนอ้างอิง)การจ่ายปันผล
กองทุนจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามรอบระยะเวลาการจ่ายเงินปันผลของกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund) โดยเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนอ้างอิงอาจถูกหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน รวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะถูกจัดสรรให้แก่ผู้ถือหน่วย ตามสัดส่วนของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV) ของแต่ละราย โดยกองทุนจะดำเนินการจ่ายเงินปันผลภายในประมาณ 7 วันทำการนับจากวันที่ได้รับเงินจากกองทุนอ้างอิง หรือหลังจากการสรุปมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนแล้ว แล้วแต่อย่างใดจะเกิดขึ้นหลังสุด
การสั่งซื้อหน่วยลงทุน
ทุกวันทำการแรกของเดือน โดย
สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 8 วันทำการก่อนวันทําการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Date)
สำหรับการสั่งซื้อครั้งถัดไป: ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการก่อนวันทําการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Date)
ทั้งนี้ ระยะเวลาการแจ้งล่วงหน้าอาจลดลงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน หรืออาจขยายหากกองทุนอ้างอิงกำหนดให้ต้องแจ้งล่วงหน้านานขึ้น
โดยต้องชำระค่าสั่งซื้อหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 4 วันทำการก่อนวันซื้อหน่วยลงทุน หากไม่ได้ชำระค่าสั่งซื้อหน่วยลงทุนตามกำหนด คำสั่งซื้อหน่วยลงทุนนั้นอาจถูกปฏิเสธ
ผู้ลงทุนจะได้รับมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนก่อนหน้า (เช่น สั่งซื้อหน่วยลงทุนรอบวันที่ 1 พฤศจิกายน จะได้มูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันที่ 31 ตุลาคม เป็นต้น)
ขั้นต่ำในการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Minimum Subscription):
การขายคืนหน่วยลงทุน
สามารถทำได้เป็นรายไตรมาส ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนถัดจากแต่ละไตรมาส (Repurchase Date) โดยผู้ลงทุนต้องแจ้งความประสงค์ล่วงหน้า (Repurchase Notice) อย่างน้อย 25 วันก่อนวันขายคืนหน่วยลงทุน (Repurchase Date) (เช่น หากวันซื้อคืนหน่วยลงทุนคือวันที่ 30 เมษายน ผู้ลงทุนต้องแจ้งขอซื้อคืนหน่วยลงทุนก่อนวันทำการของวันที่ 5 เมษายน) ทั้งนี้ ระยะเวลาการแจ้งล่วงหน้าอาจลดลงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน หรืออาจขยายหากกองทุนอ้างอิงกำหนดให้ต้องแจ้งล่วงหน้านานขึ้น
ผู้ลงทุนจะไม่สามารถยกเลิกคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นรายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการกองทุนหรือผู้จัดการกองทุน (แล้วแต่กรณี) ซึ่งอาจอนุมัติหรือปฏิเสธได้ตามดุลยพินิจ นอกจากนี้คณะกรรมการกองทุนหรือผู้จัดการกองทุนอาจปฏิเสธคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ได้ยื่นไว้แล้วได้ หากไม่ได้รับการอนุมัติในรอบนั้น โดยคำสั่งขายคืนดังกล่าวจะไม่ถูกยกไปดำเนินการในรอบถัดไป
ราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะคำนวณจากชนิดหน่วยลงทุนที่ถูกไถ่ถอน โดยราคารับซื้อคืนจะอ้างอิง NAV ต่อหน่วยจากกองทุนอ้างอิง ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนถัดจากเดือนสิ้นสุดแต่ละไตรมาส (หลังหักค่าใช้จ่ายหรือภาษีที่เกี่ยวข้อง) โดยคาดว่าจะดำเนินการชำระเงินหลังจาก NAV ของกองทุนหลักได้รับการสรุปซึ่งโดยทั่วไปจะสรุปภายใน 1 วันทำการหลังจาก Repurchase Date
ทั้งนี้ กองทุนอาจรับซื้อคืนหน่วยลงทุนน้อยกว่าคำสั่งขายคืนที่ได้ยื่นไว้ หากมีคำสั่งขายคืนเกินกว่าที่กำหนดในแต่ละไตรมาส และคณะกรรมการกองทุนอ้างอิงอาจแก้ไขหรือระงับการซื้อคืนได้ ดังนั้นการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอาจไม่ได้มีในทุก ไตรมาส
โดยทั่วไป กองทุนอ้างอิงจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในแต่ละไตรมาส ไม่เกิน 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนอ้างอิง ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนถัดจากเดือนสิ้นสุดแต่ละไตรมาส (เช่น การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รวม ณ วันที่ 30 เมษายน จะถูกจำกัดไม่เกิน 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนอ้างอิง ณ วันที่ 30 เมษายน เป็นต้น)
หากการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะทำให้จำนวนหน่วยลงทุนที่เหลือต่ำกว่า 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์รับซื้อคืนหน่วยลงทุนทั้งหมด เว้นแต่กองทุนอ้างอิงอนุมัติจำนวนขายคืนไม่เต็มจำนวน
กองทุนจะชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้แก้ผู้ถือหน่วยลงทุนภายในประมาณ 7 วันทำการหลังจากที่ได้รับเงินจากกองทุนอ้างอิง หรือภายหลังจากได้มีการสรุปมูลค่าทรัพย์สินสุทธิแล้ว แล้วแต่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นหลังสุด
หากมีการขายคืนหน่วยลงทุนเกินกว่าสิทธิรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนอ้างอิง กองทุนจะชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro rata) โดยเงินส่วนที่เหลือจะถูกยกเลิก โดยผู้ลงทุนจะต้องส่งคำสั่งขายคืนในรอบถัดไป ทั้งนี้ ไม่มีการรับประกันว่าจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามจำนวนหรือเวลาที่ต้องการ
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมของกองทุนหลัก (Administrative Fee)0.20% ต่อปี (ปัจจุบันเก็บจริง 0.15%) ขั้นต่ำ USD 100,000ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม0.20% ต่อปี (ปัจจุบันเก็บจริง 0.15%) ขั้นต่ำ USD 100,000 หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้
ตัวชี้วัด (benchmark) : ไม่มี
Bloomberg ticker : N/A
ISIN : KYG7256F1138
สรุปสาระสำคัญของกองทุน Principal Private Credit Fund I (กองทุนอ้างอิง)
กองทุนอ้างอิง
(Master Fund Underlying)
Principal Private Credit Fund
ประเภทกองทุน
Private Credit (กองทุนปิดประเภท Interval Fund)
กองทุนนี้เป็นกองทุนปิดประเภท Interval Fund ที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นช่วงเวลา เพื่อให้กองทุนมีสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้บางส่วน
กองทุนอยู่ภายใต้กฏหมาย Investment Company Act of 1940 ในรูปแบบบริษัทจำกัดความรับผิด ตามกฏหมายรัฐเดลาแวร์ (Delaware) ประเทศสหรัฐอเมริกา
ชนิดหน่วยลงทุน
(Share Class)
Institutional Class I
อายุโครงการ
ไม่กำหนด
วันจัดตั้งกองทุน3 มิถุนายน 2567
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง
สหรัฐอเมริกา
สกุลเงินของกองทุน
USD
บริษัทจัดการ
(Management Company)
Principal Global Investor, LLC (PGI)
ผู้รับฝากทรัพย์สิน
(Custodian)
The Bank of New York Mellon and Computershare Trust Company, N.A.
วัตถุประสงค์การลงทุน
กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าของเงินทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทนรวมสูงสุด แต่อย่างไรก็ตามไม่มีการรับประกันว่ากองทุนจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนดังกล่าว หรือสามารถจัดโครงการการลงทุนได้ตามที่คาดหวังไว้ รวมถึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ในช่วงเวลาใดๆ
กลยุทธ์การลงทุน
ในสภาวะปกติ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของสินทรัพย์สุทธิของกองทุน รวมถึงเงินที่กู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท private credit เช่น เงินกู้ (loans), ตราสารหนี้ (bonds) หรือตราสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครดิต (other credit instruments) ซึ่งเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงในวงจำกัด (private offering) หรือออกโดยบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (private companies) รวมถึงหลักทรัพย์ประเภททุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือหุ้นบุริมสิทธิ์ที่แนบมากับตราสารหนี้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ประเภท private credit อาจได้มาโดยตรงจากผู้ออกหลักทรัพย์ หรือผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (secondary market)
ในสภาวะปกติ กองทุนจะลงทุนโดยเน้นการปล่อยกู้โดยตรง (privately originated) และเจรจาแบบเฉพาะราย (privately negotiated) กับ บริษัทหรือผู้ออกตราสารขนาดกลางในสหรัฐอเมริกา (lower and core middle market) ผ่านสินเชื่อที่มีหลักประกันไม่ด้อยสิทธิลำดับที่หนึ่งและสอง (first and second lien senior secured loans) สินเชื่อแบบรวมหนี้ไม่ด้อยสิทธิและหนี้ด้อยสิทธิไว้ด้วยกัน (unitranche loans) รวมถึงสินเชื่อที่มีโอกาสแปลงสภาพเป็นทุนในภายหลังตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ (mezzanine debt) โดย บริษัทหรือผู้ออกตราสารขนาดกลาง (lower and core middle market) ตามที่บริษัทจัดการกำหนด หมายถึงบริษัทหรือผู้ออกตราสารที่มีรายได้ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ระหว่าง 5 ล้านถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในบริษัทหรือผู้ออกตราสารที่อยู่นอกเกณฑ์ EBITDA ดังกล่าว และ/หรืออยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกาได้เช่นกัน ทั้งนี้ กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (variable-rate investments)
การลงทุนส่วนใหญ่ของกองทุนจะอยู่ในสินทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่อง (illiquid assets) กองทุนอาจลงทุนในตราสารของผู้ออกจำนวนน้อยราย ซึ่งอาจทำให้การกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนอยู่ในระดับจำกัด และอาจมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารของผู้ออกรายเดียวในระดับสูง นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในเงินกู้ร่วมที่มีผู้ให้กู้หลายราย (broadly syndicated loans) รวมถึงตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับลงทุนได้ (below investment grade) อีกทั้ง กองทุนอาจเข้าลงทุนร่วม (co-investments) กับบริษัทในเครือ ภายใต้ข้อยกเว้นที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ
กองทุนได้จัดตั้งวงเงินสินเชื่อกับผู้ให้กู้ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุน รวมถึงเพื่อเสริมสภาพคล่อง (เช่น กรณีที่เกี่ยวข้องกับการเสนอรับซื้อคืนหน่วยลงทุน) ตลอดจนอาจนำไปใช้ในการเข้าลงทุนหรือ รีไฟแนนซ์การลงทุนหนึ่งรายการหรือหลายรายการ รวมถึงวัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร ซึ่งกองทุนสามารถทำการกู้ยืมเงิน (Leverage) ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากการกู้ยืม กองทุนจะต้องมีอัตราความคุ้มครองสินทรัพย์ (asset coverage) อย่างน้อยร้อยละ 300 ตามที่กำหนดในกฎหมาย Investment Company Act of 1940 ตัวอย่างเช่น หากกองทุนมีสินทรัพย์สุทธิ 100 ดอลลาร์สหรัฐ กองทุนสามารถกู้ยืมเพิ่มเติมได้สูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่าสินทรัพย์รวมเท่ากับ 150 ดอลลาร์ หรือเท่ากับมีอัตราความคุ้มครองสินทรัพย์ที่ร้อยละ 300 ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาปรับระดับการกู้ยืม (leverage) เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้โดยขึ้นอยู่กับการประเมินสภาวะตลาดการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา
การจ่ายปันผล
กองทุนมีนโยบายประกาศและจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย ไตรมาสละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ หากกองทุนมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่ลงทุนหลังหักค่าใช้จ่ายและภาษี (net realized capital gains) ในรอบปีบัญชี (สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม) กองทุนอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตาม กองทุนไม่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่แน่นอน และไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง
การสั่งซื้อหน่วยลงทุน
ทุกวันทำการในสหรัฐอเมริกา
ขั้นต่ำในการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Minimum Subscription):
การขายคืนหน่วยลงทุน
รายไตรมาส
กองทุนนี้เป็นกองทุนปิดประเภท Interval Fund เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้บางส่วนเป็นรายไตรมาส โดยกองทุนมีนโยบายที่จะซื้อคืนหน่วยลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 5 และไม่เกินร้อยละ 25 ของหน่วยลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ การซื้อคืนหน่วยลงทุนเกินกว่าร้อยละ 5 จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการกองทุน (Board of Trustees) เท่านั้น
กองทุนจะเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาส ในเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม โดยจะแจ้งส่งหนังสือแจ้งวันที่เริ่มเสนอซื้อคืน (Repurchase Offer) ไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 21 วันก่อนวันสุดท้ายที่สามารถยื่นคำขอขายคืนหน่วยลงทุนได้ (Repurchase Request Deadline)
หากมีการขายคืนหน่วยลงทุนเกินกว่าสิทธิรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุน กองทุนจะชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro rata) ทั้งนี้ ไม่มีการรับประกันว่าจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามจำนวนหรือเวลาที่ต้องการ
หนังสือแจ้งผู้ถือหน่วย จะมีรายละเอียดดังนี้
โดยหนังสือดังกล่าวจะเผยแพร่ผ่านเว็ปไซต์ของกองทุนที่ principalam.com/interval
หากผู้ถือหน่วยลงทุนส่งคำสั่งไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดจะไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้จนกว่าจะถึงรอบการรับซื้อคืนในครั้งถัดไปและต้องส่ง คำสั่งใหม่
ราคารับซื้อคืนและการชำระค่ารับซื้อคืน
ราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุนจะเกิดขึ้นไม่เกิน 14 วันหลังจากวันสุดท้ายที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน (Repurchase Request Deadline) (หากตรงกับวันหยุดให้เลื่อนเป็นวันทำการถัดไป) โดยกองทุนคาดว่าจะดำเนินการชำระค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Repurchase Payment Deadline) ภายใน 1-3 วันทำการหลังจากวันที่กำหนดราคารับซื้อคืน โดยไม่เกิน 7 วัน
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างวันที่ส่งคำสั่งรับซื้อคืนและวันครบกำหนดส่งคำสั่งขายคืน
การระงับหรือการเลื่อนการรับซื้อคืน
ภายใต้กฏหมาย Investment Company Act of 1940 โดยต้องได้รับอนุมัติเสียงข้างมากจากผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee) กองทุนสามารถระงับหรือเลื่อนการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนได้ในกรณีดังนี้
โดยกองทุนจะมีการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบหากมีการระงับหรือเลื่อนการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม Sales Chargeไม่มีManagement Fee1.25% ต่อปีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวม3.96% ต่อปีIncentive Fee15% จากรายได้สุทธิก่อนหักค่าธรรมเนียมจูงใจ (Pre-Incentive Fee Net Investment Income)
โดยมีหลักเกณฑ์การคำนวณดังนี้
(ก) ค่าธรรมเนียมจูงใจ (Incentive Fee) จะถูกคำนวณและเรียกเก็บเป็น รายไตรมาสย้อนหลัง โดยอ้างอิงจากรายได้สุทธิก่อนหักค่าธรรมเนียมจูงใจ ในไตรมาสที่ผ่านมา
(ข) การจัดเก็บค่าธรรมเนียมจูงใจจะกระทำได้ต่อเมื่อกองทุนอ้างอิงสามารถสร้างผลตอบแทนสุทธิจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมจูงใจได้ เกินกว่า อัตราผลตอบแทน ขั้นต่ำ (Hurdle Rate) ซึ่งกำหนดเป็นอัตราที่สูงกว่า ระหว่าง:
(ค) หากกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนสุทธิที่เกินกว่า Hurdle Rate ได้ จะมีการใช้กลไก “Catch-Up” โดยอัตราผลตอบแทนส่วนที่เกินจาก Hurdle Rate จะถูกจัดสรรให้แก่ผู้จัดการกองทุนในอัตรา 100% จนกระทั่งค่าธรรมเนียมจูงใจสะสมมีมูลค่าเท่ากับ 15% ของรายได้สุทธิจากการลงทุนทั้งหมดในไตรมาสนั้น
(ง) หลังจากผ่านช่วง “Catch-Up” แล้ว ค่าธรรมเนียมจูงใจจะถูกคำนวณ ในอัตรา 15% ของรายได้สุทธิจากการลงทุนที่เกินจากระดับ Catch-Up ดังกล่าว
หมายเหตุ: กองทุนอ้างอิงอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้
ตัวชี้วัด (benchmark) : ไม่มี
Bloomberg ticker : PPAIX
ISIN : US74255R3057
ข้อความในส่วนกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิงได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
อนึ่ง กองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักหรือกองทุนอ้างอิงโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้สม่ำเสมอจากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ และไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัตินั้น