กองทุนมีนโยบายสร้างผลตอบแทนของกองทุนรวมให้เป็นไปตามการเคลื่อนไหวของดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 (SET50 TRI) โดยลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นสามัญจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี SET50 และ/หรือหลักทรัพย์ประเภทอื่นๆที่มีผลในการคำนวณดัชนี SET50 การลงทุนดังกล่าวจะส่งผลให้มี net exposure ในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
การลงทุนจะมีลักษณะเป็นการบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Management) โดยจะพิจารณาลงทุนในสัดส่วนที่ใกล้เคียง หรือเท่ากับน้ำหนัก (Weighting) ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในขณะใดขณะหนึ่งกองทุนอาจไม่ได้ลงทุนในหุ้นซึ่งประกอบเป็นดัชนี SET50 ครบทั้ง 50 หุ้น
โดยในสภาวะปกติ กองทุนจะพยายามดำรงค่าความผันผวนของส่วนต่างของผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนรวมกับดัชนีผลตอบแทนรวมของ SET 50 (SET50 TRI) (tracking error : “TE”) ไม่เกิน 1.50 % ต่อปี ยกเว้นในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย กองทุนอาจไม่สามารถดำรงส่วนต่างดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะใช้ความเชี่ยวชาญและความพยายามให้มากที่สุดเพื่อรักษาค่า TE ให้อยู่ในเป้าหมายดังกล่าว
ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝากและ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์/REITs หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infra) หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ เป็นต้น ตลอดจนลงทุนในหน่วย private equity และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีที่กองทุนใช้อ้างอิงในการสร้างผลตอบแทนเป็นดัชนีราคาหุ้นอื่นๆ ในกรณีที่ดัชนี SET50 ถูกยกเลิกหรือไม่มีการคำนวณดัชนี SET50 แล้ว โดยดัชนีที่จะนำมาใช้จะต้องเป็นดัชนีที่วัดผลตอบแทนของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์โดยรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะขอความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมโครงการโดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น รวมทั้งอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) รวมถึงทรัพย์สินอื่นใด และ/หรือการหาดอกผลอื่นใดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างโดยเป็นไปตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ ประกาศสานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจไม่นับช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงหรือก่อนการเลิกกองทุน รวมทั้งช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนทั้งในและ/หรือต่างประเทศไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติ เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ ราคาตลาดลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบปีบัญชี หรือกรณีอื่นใดที่จะก่อความเสียหายให้แก่กองทุนโดยรวม เป็นต้น และ/หรือ กรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร และ/หรือในช่วงระยะเวลาประมาณ 10 วันทำการ กรณีที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนสั่งซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขโครงการ
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ข้อมูลดัชนี SET50 :
ดัชนี SET 50 เป็นดัชนีที่ใช้เพื่อแสดงระดับความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ โดยจะคัดเลือกหลักทรัพย์ 50 หลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ มีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือ Free Float ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้เป็นดัชนีอ้างอิง (Underlying Index) สำหรับการออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ทาการเงินโดยเฉพาะการออกตราสารอนุพันธ์
การปรับรายการหลักทรัพย์
ตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนดให้มีการพิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนี SET50 ทุกๆ 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับภาวะการณ์ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น กรณีที่มีบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ หรือกรณีที่มีการเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียนซึ่งอาจส่งผลให้หุ้นสามัญบางตัวที่ไม่ได้ถูกคัดเลือกมาก่อนมีคุณสมบัติครบถ้วนขึ้น และสามารถนำมาใช้ในการคำนวณดัชนี SET50 ได้
หลักทรัพย์ที่นำมาพิจารณาคัดเลือกหุ้นสามัญจดทะเบียนจากตลาดหลัก (SET’s Main Market)
วันที่เริ่มเผยแพร่ดัชนี SET5016 สิงหาคม 2538
วันฐานของ SET50 TRI2 มกราคม 2545
ค่าดัชนีในวันฐาน1,000 จุด
การเผยแพร่ข้อมูล• ข้อมูล ณ สิ้นวันทำการ โดยจะเผยแพร่ในวัดถัดไป ประมาณ 8:30 น. (มีข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ พ.ศ. 2545)
•อัตราผลตอบแทนรวมรายเดือนของหลักทรัพย์ย้อนหลัง 12 เดือน จะเผยแพร่ภายใน 5 วันทำการนับจากสิ้นเดือน
รอบของการปรับหลักทรัพย์ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายนและเดือนธันวาคม โดยมีผลในวันทำการแรกของเดือนถัดไป
การปรับฐานการคำนวณเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นของหลักทรัพย์ที่เป็นผลมาจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การเพิ่มทุนของบริษัท การแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญ และใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญของบริษัท
ที่มา: www.set.or.th
วิธีการคำนวณดัชนีผลตอบแทนรวม SET50
คำนวณผลตอบแทนทุกประเภทของการลงทุนในหลักทรัพย์ให้สะท้อนออกมาในค่าดัชนีทั้งผลตอบแทนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหลักทรัพย์ที่ลงทุน (Capital gain/loss) สิทธิในการจองซื้อหุ้น (Rights) ซึ่งเป็นสิทธิที่ให้ผู้ถือหุ้นเดิมในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งมักจะให้สิทธิซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด ณ ขณะนั้น และเงินปันผล (Dividends) ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของกำไรที่จ่ายให้กับผู้ถือหุ้น โดยมีสมมติฐานเพิ่มเติมว่าเงินปันผลที่ได้รับนี้จะถูกนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ด้วย (Reinvest)
TRIt = TRIt-1 *(1+ Dally Total Returnt)
โดยที่
TRIt = ดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 ณ วันปัจจุบัน
TRIt-1 = ดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 ณ วันปัจจุบัน
Dally Total Returnt = ผลตอบแทนรวมของดัชนี ณ วันปัจจุบัน
หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ในดัชนี SET50
หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ในดัชนี SET50 นั้น ประกอบด้วย 2 ส่วนด้วยกัน คือ หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ตามรอบการทบทวนรายชื่อ ซึ่งใช้คัดเลือกทรัพย์ตามรอบการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ (Periodic Review of Constituent Companies) ซึ่งดำเนินการทุกครึ่งปี และหลักเกณฑ์การพิจารณาการเปลี่ยนแปลงรายชื่อหลักทรัพย์ (Changes to Constituent Companies) ซึ่งใช้ในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายชื่อระหว่างรอบเท่านั้น
การพิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ทุก 6 เดือน (ในการคำนวณดัชนี SET50)
รอบทบทวนเดือนมิ.ย. สำหรับข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ ช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม - ธันวาคมปีเดียวกัน
รอบทบทวนเดือนธ.ค. สำหรับข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ ช่วงระหว่างเดือนมกราคม - มิถุนายนปีถัดไป