PRINCIPAL iGOLD-A
ชนิดที่ 1เหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลด์ อินคัม
เน้นลงทุนในทรัพย์สินทางเลือก ผ่านกองทุนหลัก SPDR Gold Trust รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
17.5147
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
2 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
8
ระดับ 8 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.414%
อันดับค่าธรรมเนียม 13 จาก 13
1 วัน
-0.36%
1 สัปดาห์
-0.69%
1 เดือน
-3.05%
3 เดือน
-12.91%
6 เดือน
-18.78%
1 ปี
+16.36%
5 ปี
-
สูงสุด
+14.75%
+14.41%(+2.2056)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 3.75% | 0.414% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุน SPDR Gold Trust ที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ หรือกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุนดังกล่าว ไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญ หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือค่าใช้จ่าย หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนและเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องหรือใกล้เคียงกับ กองทุน SPDR Gold Trust ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ หรือกองทุน SPDR Gold Trust ที่จดทะเบียนในประเทศอื่น โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งในการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศนั้น บริษัทจัดการจะพิจารณาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นอย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจยกเลิกกองทุน หรือดำเนินการขอมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนก็ได้
ในสภาวการณ์ปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ ในขณะใดขณะหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ มิให้รวมถึงช่วงเวลาประมาณ 15 วันทำการนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และหรือในช่วงระยะเวลา ประมาณ 15 วันทำการก่อนเลิกกองทุน
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศและ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติ เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน หรือกรณีอื่นใดที่จะก่อความเสียหายให้แก่กองทุนโดยรวม เป็นต้น และ/หรือ กรณีเกิดเหตุสุดวิสัย หรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร และ/หรือในช่วงระยะเวลาประมาณ 10 วันทำการ กรณีที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนสั่งซื้อ หรือขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
เงื่อนไขอื่นๆ
ในกรณีที่กองทุนรวมหน่วยลงทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทาง*หากเกิดเหตุการณ์ที่กองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะใดดังนี้
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง
ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ
(2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
(3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
(4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
*กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้
(1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น
(2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์ในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย/เลิกกองทุน กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินในต่างประเทศ (offshore investment) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือก และ/หรือ เตรียมการลงทุน และ/หรือ เลิกกองทุนดังกล่าว
รายละเอียด กองทุน SPDR Gold Trust:
กองทุนหลักที่กองทุนจะลงทุนคือ กองทุน SPDR Gold Trust
Sponser : World Gold Trust Services, LLC ที่ถือหุ้นโดย World Gold Council (WGC) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
มีรายละเอียดต่อไปนี้
ชื่อ : SPDR Gold Trust
ประเภท : กองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange Arca: NYSE Arca) ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Singapore Stock Exchange: SGX) ตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น (Tokyo Stock Exchange: TSE) และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Stock Exchange of Hong Kong: SEHK)
นโยบายการลงทุน : กองทุนมีนโยบายลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจัดการทั้งหมดของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
กองทุนไม่มีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (hedging) รวมทั้ง ตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade)
ค่าธรรมเนียม : ประมาณ 0.40% ต่อปี โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้
Trustee : BNY Mellon Asset Servicing
Custodian : HSBC Bank USA, N.A.
Website : http:www.spdrgoldshares.com
วันจัดตั้งกองทุน : 12 พฤศจิกายน 2547
Marketing Agency : State Street Global Markets, LLC
กองทุน SPDR Gold Trust เป็นกองทุนรวม ETF เพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) และไม่ใช่กองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (hedge fund) ที่มีหน่วยงานกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (“IOSCO”) โดยกองทุนต่างประทศดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาทองคำ
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทจัดการ ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return) โดยในเบื้องต้นกำหนดให้สำหรับผู้ลงทุนที่ทำรายการผ่าน Mobile Application (Mobile App) และ Internet (Easy invest) ของบริษัทจัดการเท่านั้น รวมถึงกลุ่มผู้ลงทุนอื่นที่บริษัทจัดการประกาศเพิ่มเติมในอนาคต โดยบริษัทจัดการจะติดประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการเพิ่มเติมกลุ่มผู้ลงทุนอื่นดังกล่าวล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดการไม่น้อยกว่า 7 วัน และปรับปรุงในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปของกองทุน
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรับรายได้สม่ำเสมอจากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ และไม่ต้องเสียภาษีจากเงินได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัตินั้น