PRINCIPAL iPROPEN-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return) (ยังไม่เปิดให้บริการ)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล เอ็นแฮนซ์ พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซ์ อินคัม
เน้นลงทุนในทรัพย์สินทางเลือก โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
9.3897
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
454 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
8
ระดับ 8 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.575%
อันดับค่าธรรมเนียม 18 จาก 30
1 วัน
-0.31%
1 สัปดาห์
+0.17%
1 เดือน
+1.60%
3 เดือน
+2.66%
6 เดือน
+0.74%
1 ปี
+7.20%
5 ปี
-
สูงสุด
+8.49%
+7.00%(+0.6141)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.605% | 0.962% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.605% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1.605% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 7.29% | 1.575% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม รวมถึง Exchange Traded Fund (ETF) และ/หรือหน่วยของกองทุน private equity ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือเน้นลงทุนในตราสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือตราสารของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/ตราสารของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงตราสารอื่นใดที่ให้สิทธิในการได้มาซึ่งตราสารดังกล่าวหรือกลุ่มของตราสารดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารทางการเงิน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใด ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุนประกาศกําหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนสามารถลงทุนได้ หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์, ทิศทางอัตราดอกเบี้ย, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น
ในกรณีที่มีการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่า การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
ทั้งนี้ จะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) เฉพาะในกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น และ/หรือลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารแห่งทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ Principal Real Estate Investors LLC เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนของกองทุน (Outsourced fund manager) และมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ รวมถึงเงื่อนไขการเปลี่ยนผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนเป็นไปตามที่ระบุในโครงการจัดการกองทุนและสัญญาแต่งตั้งผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน ซึ่ง Principal Real Estate Investors LLC เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ให้บริการด้านการจัดการลงทุน ที่จัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) และเป็นพหุภาคีประเภท Signatory A ใน MMOU โดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนอาจนำทรัพย์สินบางส่วนหรือทั้งหมดของกองทุนไปลงทุนในทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ และอาจลงทุนในทรัพย์สินที่บริหารจัดการโดยผู้รับมอบหมายงานด้านจัดการลงทุน และ/หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องตามดุลยพินิจของผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะกำหนดสัดส่วนการบริหารการลงทุนระหว่างบริษัทจัดการและผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ โดยบริษัทจัดการหรือผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบริหารการลงทุนทั้งหมด
นอกจากนี้ ก่อนที่บริษัทจัดการจะเริ่มมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนให้ Principal Real Estate Investors LLC นำทรัพย์สินของกองทุนไปลงทุนได้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนเริ่มดำเนินการ
ในกรณีที่ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนไม่สามารถดำรงคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนนั้นไม่เหมาะสมที่จะได้รับการมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธืในการเปลี่ยนผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน หรือยกเลิกการมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนและบริษัทจัดการจะบริหารจัดการลงทุนทั้งหมด โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ได้ โดยไม่ทําให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Spectrum) เพิ่มขึ้นและผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว
ในกรณีการดำเนินการดังกล่าวทำให้การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหัวข้อ “อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม” ส่วนที่ 6: การดำเนินการเมื่อการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนรวม
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return) (ยังไม่เปิดให้บริการ)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเงินลงทุนในชนิดหน่วยลงทุนนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานของทางการประกาศกำหนด รวมถึงผู้ลงทุนที่คาดหวังรับผลตอบแทนจากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return) (ยังไม่เปิดให้บริการ)