SCBEMEQ
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินปันผล
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยั่งยืนตลาดเกิดใหม่
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Lazard Emerging Markets Equity Fund รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
8.2266
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
125 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.75%
อันดับค่าธรรมเนียม 6 จาก 13
1 วัน
+0.32%
1 สัปดาห์
-0.23%
1 เดือน
+0.48%
3 เดือน
-1.13%
6 เดือน
-1.35%
1 ปี
+7.01%
5 ปี
-
สูงสุด
+7.05%
+7.01%(+0.5391)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.61% | 1.61% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 0.54% | 0.54% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 0.54% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 0.54% | 0.54% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 0.54% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 1% | 1% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.94% | 1.75% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Lazard Emerging Markets Equity Fund ชนิดหน่วยลงทุน (share class) S Acc USD สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็น Sub Fund ของ Lazard Global Active Funds Public Limited Company บริหารจัดการโดย Lazard Fund Managers (Ireland) Limited และมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศไอร์แลนด์
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในหุ้นของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ซึ่งจดทะเบียนหรือซื้อขายอยู่ในตลาดที่มีการกำกับดูแล
กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ในส่วนที่เหลือจากการลงทุนบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
ทั้งนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน เช่น ในบางขณะผู้จัดการกองทุนอาจปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสาร/หลักทรัพย์ (Asset allocation) และเพิ่มการลงทุนในสัญญาชื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับตราสาร/หลักทรัพย์นั้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการลงทุนของกองทุน ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน/ด้านราคาตราสาร/อัตราดอกเบี้ย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมทั้งอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนจะลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาท ซึ่งมีการกำหนดอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงระหว่างร้อยละ 95 ถึงร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) อนึ่ง กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (listed securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุน แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเป็น non – investment grade หรือ unlisted securities เท่านั้น
ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น และ/หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด และ/หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน เป็นต้น กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก (Master fund) และ/หรือบริษัทจัดการ อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลัก (Master Fund) เป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 15 วัน
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน
ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนจึงอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้
ข้อมูลทั่วไปของกองทุน Lazard Emerging Markets Equity Fund (กองทุนหลัก)
(แหล่งที่มาของข้อมูล: หนังสือชี้ชวนกองทุนหลักข้อมูล ณ 19 กันยายน 2568)
ลักษณะทั่วไปของกองทุน
วัตถุประสงค์การลงทุน
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในหุ้นของตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ซึ่งจดทะเบียนหรือซื้อขายอยู่ในตลาดที่มีการกำกับดูแล นโยบายการลงทุน
กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนี MSCI Emerging Markets Net Total Return USD ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบคลุมหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ที่จัดตั้ง จดทะเบียน หรือประกอบธุรกิจหลักในประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Countries) โดยพิจารณาจากบริษัทที่มีสินทรัพย์สุทธิและ/หรือรายได้มากกว่าร้อยละ 50 มาจากประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารทุนและตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของผู้ออกหลักทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิที่ซื้อขายในหรือนอกตลาดหลักทรัพย์ ใบสำคัญแสดงสิทธิ สิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ตราสารแสดงสิทธิในการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ และหุ้นประเภทต่าง ๆ
นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในกองทุนอื่น ซึ่งรวมถึงกองทุนอีทีเอฟ และ/หรือกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน รวมทั้งอาจลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) (ซึ่งรวมถึงพันธบัตรและตั๋วเงิน) และอาจลงทุนในตราสารหนี้แปลงสภาพที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดที่มีการกำกับดูแล
กองทุนหลักมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบการลงทุน (due diligence) และการติดตามการลงทุนในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กองทุนหลักยังใช้เกณฑ์ global norms-based และเกณฑ์ activity-based exclusion ในขั้นตอนการคัดเลือกหลักทรัพย์ หลักทรัพย์ที่กองทุนหลักจะลงทุนต้องจดทะเบียนและ/หรือซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการกำกับดูแล ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในประเทศรัสเซียไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกองทุนหลัก โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนหรือซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มอสโก (Moscow Exchange) เท่านั้น
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (FDI) เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management (EPM)) โดยจะลงทุนใน index futures และ/หรือ swaps เพื่อให้มีฐานะการลงทุนในหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก โดยกองทุนหลักจะคำนวณ global exposure limit ด้วยวิธี Commitment Approach
ชนิดหน่วยลงทุน
S Acc USD
Base Currency
USD
วันจัดตั้งกองทุน
23 มีนาคม 2550
วันเริ่มต้น Class
18 กรกฎาคม 2556
หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลCentral Bank ประเทศไอร์แลนด์
ตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนปลายทางจดทะเบียนซื้อขาย
-
วันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน
ทุกวันทำการ
นโยบายการจ่ายเงินปันผล
ไม่จ่าย
Management CompanyLazard Fund Managers (Ireland) Limited
Investment ManagerLazard Asset Management LLC
Depositary
State Street Custodial Services (Ireland) Limited
Administrator, Registrar and Transfer AgentState Street Fund Services (Ireland) Limited
ดัชนีอ้างอิง (Index)
MSCI Emerging Markets Net Total Return USD Index
Bloomberg Code
LAZEMUA ID
ISIN Code
IE00B94NQ323
Website
https: //www.lazardassetmanagement.com/ie/en_gb/investment-solutions/how-to-invest/17/159?shareClass=1345
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก*
Annual Management Fee0.85%
Ongoing charges0.92%
Max Subscription Fee3.00%
Max Redemption Fee2.00%
การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม
กองทุนรวมนี้เป็นกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) ประเภท SRI Promote ซึ่งส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมผ่านการนำปัจจัย ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมนี้ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนโดยตรง
หลักเกณฑ์การพิจารณาหลักทรัพย์กองทุนหลักอยู่ภายใต้ Article 8 ของ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR)
โดยกองทุนหลักมีกระบวนการพิจารณาหลักทรัพย์ดังนี้
เพื่อให้มั่นใจว่ากองทุนหลักมีผลการดำเนินงานด้าน ESG โดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักในระดับที่ดีกว่าในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ อันดับด้าน ESG จะสะท้อนถึงระดับความเสี่ยงและประสิทธิภาพการบริหารในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของบริษัทต่างๆ โดยผู้จัดการลงทุนมุ่งเน้นให้กองทุนหลักมีอันดับด้าน ESG โดยรวมที่ดีกว่า ผ่านการลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีคุณลักษณะด้าน ESG ที่ดี และจำกัดการลงทุนในบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูง
ผู้จัดการลงทุนจะประเมินการละเมิดหลักการของ United Nations Global Compact (UNGC) และแนวปฏิบัติขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสำหรับบรรษัทข้ามชาติ (OECD Guidelines for Multinational Enterprises) โดยใช้ข้อมูลจากผู้ประเมินภายนอกควบคู่กับการวิเคราะห์ภายใน ทั้งนี้ ในกรณีบริษัทถูกพิจารณาว่ามีการละเมิดหลักการ UNGC หรือแนวปฏิบัติของ OECD บริษัทดังกล่าวจะถูกตัดออกจากหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ (Investment Universe) โดยกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม
กองทุนหลักกำหนดเกณฑ์การคัดออกตามประเภทกิจกรรม โดยจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ถูกคัดออกภายใต้นโยบายดังกล่าว รวมถึงไม่ลงทุนในบริษัทที่ถูกคัดออกตามบทบัญญัติมาตรา 10(2) ของระเบียบสหภาพยุโรป (EU) ทั้งนี้ เกณฑ์การคัดออกของกองทุนหลักครอบคลุมถึงบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังนี้
เป้าหมายด้านความยั่งยืนกองทุนหลักมีเป้าหมายส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและ/หรือสังคม (E/S characteristics) แต่ไม่มีนโยบายการลงทุนอย่างยั่งยืนกรอบการลงทุน (Investment Universe)กรอบการลงทุนของกองทุน คือ หน่วยลงทุนของกองทุนหลัก Lazard Emerging Markets Equity Fund
ส่วนกรอบการลงทุนของกองทุนหลัก คือ หลักทรัพย์ของบริษัทที่จัดตั้งในประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ในดัชนี MSCI Emerging Markets Index ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่น้อยกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกองทุนหลักจะมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสภาพคล่องเพียงพอ นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีสินทรัพย์สุทธิและ/หรือรายได้มากกว่าร้อยละ 50 มาจากประเทศตลาดเกิดใหม่ แม้ว่าบริษัทดังกล่าวจะจัดตั้งหรือจดทะเบียนในประเทศพัฒนาแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ กองทุนหลักมีการบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่มีนัยสำคัญทางการเงิน (Financially Material ESG Factors) เข้ามาในกระบวนการลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Promote ที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือสังคม (Social) หรือความยั่งยืน (“ESG”) โดยมีการนำปัจจัยด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนกองทุนหลักมีการบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่มีนัยสำคัญทางการเงิน (Financially Material ESG Factors) เข้ากับกระบวนการลงทุน โดยผู้จัดการลงทุนจะใช้ระบบการให้คะแนนความเสี่ยงของหลักทรัพย์ในประเทศตลาดเกิดใหม่ เพื่อใช้พิจารณาโอกาสการลงทุน รวมถึงตัดสินใจซื้อ เพิ่ม/ลดน้ำหนักการลงทุน หรือขายหลักทรัพย์ โดยระบบดังกล่าวถูกนำมาใช้ในขั้นตอนการจัดพอร์ตและการประเมินความเสี่ยงของกระบวนการลงทุน เพื่อคำนวณคะแนนความเสี่ยงถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก โดยพิจารณาจากความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อบริษัท ได้แก่ ความเสี่ยงด้านธุรกิจของบริษัท ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค ความเสี่ยงทางการเมือง และความเสี่ยงด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญทางการเงิน ทั้งนี้ คะแนนดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของกระบวนการจัดพอร์ตและ/หรือการประเมินความเสี่ยง โดยน้ำหนักของคะแนนนี้อาจแตกต่างกันไปตามลักษณะของหุ้นแต่ละตัวในแต่ละช่วงเวลา
ทั้งนี้ ผู้จัดการลงทุนจะพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญทางการเงิน ประกอบการประเมินมูลค่าหุ้น โดยยึดหลักการสะท้อนต้นทุนจากการดำเนินงานด้าน ESG ที่ไม่เหมาะสม หรือประโยชน์จากการดำเนินงานด้าน ESG ที่ดีในการพิจารณาประเมินมูลค่าหุ้นตามความเหมาะสม ซึ่งตัวอย่างประเด็นด้าน ESG ที่ใช้ประกอบการพิจารณา ได้แก่ มลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม แนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน การใช้แรงงานเด็ก ความสอดคล้องของผลประโยชน์ระหว่างผู้บริหารและผู้ถือหุ้น และประวัติด้านธรรมาภิบาลของบริษัทในอดีต
แนวทางของผู้จัดการลงทุนในการวิเคราะห์ปัจจัยด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญทางการเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน มีดังต่อไปนี้แต่ไม่จำกัดเพียง
โดยปัจจัยด้าน ESG ข้างต้น อาจมีการให้น้ำหนักแตกต่างกันในการพิจารณาลงทุน รวมทั้งปัจจัยที่นำมาพิจารณาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละอุตสาหกรรม โดยขึ้นอยู่กับประเทศ อุตสาหกรรม หรือคุณลักษณะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กองทุนหลักมีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัยด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุน โดยมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทประกอบการลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Promote
ดัชนีชี้วัด
บริษัทจัดการจะเปิดเผยดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (performance benchmark) และดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (reference ESG benchmark) (ถ้ามี) ของกองทุนไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม และ/หรือหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ
อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ความเสี่ยงความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุนของกองทุนหลัก
ความเสี่ยงจากการลงทุนของกองทุนหลักต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลความเสี่ยงฉบับเต็มของกองทุนหลักได้ที่ https://www.lazardassetmanagement.com/docs/-m0-/117535/LFMISFDRWebsitePolicy.pdf
แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนแนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก
กระบวนการติดตามและตรวจสอบ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนหลักสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนอย่างยั่งยืนของผู้จัดการลงทุนมีดังนี้
ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจพบการลงทุนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์กำหนด จะต้องรายงานต่อฝ่ายกำกับดูแลทันที เพื่อดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ หากบริษัทใดถูกบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อหลักทรัพย์ที่ยกเว้นการลงทุนด้านอาวุธต้องห้าม (Controversial Weapons Exclusion List) หรือบัญชีรายชื่อหลักทรัพย์ที่ยกเว้นการลงทุนด้าน ESG สำหรับกองทุนหลักที่อยู่ภายใต้ Article 8 และ Article 9 ของ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR) ผู้จัดการลงทุนจะดำเนินการขายตราสารที่กองทุนหลักลงทุนอยู่ออกจากพอร์ตโดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนและกองทุน ทั้งนี้ หากพิจารณาว่าการขายหลักทรัพย์ออกทันทีอาจไม่เป็นไปตามหลักการทำรายการที่ดีที่สุด (best execution) ผู้จัดการลงทุนอาจทยอยขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตภายในระยะเวลา 30 วัน
แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุน
กระบวนการติดตามและตรวจสอบ
บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก
การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข
กรณีบริษัทจัดการตรวจพบว่ากองทุนหลักมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งกองทุนหลักโดยไม่ชักช้า เพื่อหาสาเหตุ แนวทาง และติดตามการแก้ไขในการลงทุนเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือภายในรอบการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักถัดไป หรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ
แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข
ภายหลังครบกำหนดตามกรอบระยะเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักยังคงไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการยกระดับติดตามกองทุนหลักที่มีประเด็นด้าน ESG โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และการรักษาผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:
อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบ ในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด
หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่จะไม่ลงทุนกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังต่อไปนี้
** ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการโดยพลัน
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินปันผล
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)