SCBFST
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ
เน้นลงทุนในตราสารหนี้/พันธบัตร โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Active (เน้นบริหารสร้างผลตอบแทน) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
11.531
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
734 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
4
ระดับ 4 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.64%
อันดับค่าธรรมเนียม 16 จาก 65
1 วัน
+0.06%
1 สัปดาห์
-0.49%
1 เดือน
+0.89%
3 เดือน
+2.96%
6 เดือน
+7.73%
1 ปี
+5.13%
5 ปี
-
สูงสุด
+6.96%
+6.34%(+0.6872)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.07% | 0.54% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3.21% | 0.54% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3.21% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 3.21% | 0.54% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 3.21% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 1% | 1% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.36% | 0.64% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ เช่น ตราสารแห่งหนี้ระยะสั้นทั้งภาครัฐ และ/หรือภาคสถาบันการเงิน และ/หรือภาคเอกชน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ เป็นต้น ตลอดจนหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่นและ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ส่วนที่เหลือในประเทศบริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก บัตรเงินฝาก รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ โดยกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงอาจลงทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน อีกทั้งอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities)
กองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ในกรณีสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศซึ่งจะส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือตามอัตราส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศ เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ และ/หรือกรณีที่วงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราว และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่ิมวงเงินลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ทันที หรืออาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามข้างต้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ ในโครงการตามประกาศต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)