SCBGMLITE(A)
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Multi-Asset Core Portfolio Lite
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.8% • รับเงินคืน T+5
NAV ล่าสุด
10.08
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
417 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.54%
อันดับค่าธรรมเนียม 62 จาก 76
1 วัน
-0.08%
1 สัปดาห์
+0.02%
1 เดือน
-0.97%
3 เดือน
-1.02%
6 เดือน
+0.71%
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+0.79%
+0.88%(+0.0879)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.39% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3.21% | 0.75% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3.21% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 3.21% | 0.75% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 3.21% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 1% | 1% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 4.5% | 1.54% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS หน่วยของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น โดยกองทุนจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนและตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีลักษณะดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้
ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น
ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น2. คริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) ที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบให้ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่มีการลงทุนดังกล่าว โดยในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในหน่วยของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท เช่น Bitcoin, Ethereum เป็นต้น จะต้องมีฐานะการลงทุนสูงสุด (maximum limit) ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และเมื่อนับรวมกับ total specific investment product แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีลักษณะ เงื่อนไข และผลตอบแทนดังนี้
ลักษณะของคริปโทแอสเซ็ทคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น หุ้น หรือพันธบัตร โดยคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนอาจอยู่ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin และ Ethereum ที่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บรักษามูลค่าได้เงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ทการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น
โดยปัจจัยข้างต้นอาจเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างมากได้เช่นกัน
ผลตอบแทนของคริปโทแอสเซ็ทผลตอบแทนจากการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) โดยทั่วไปสามารถสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา อย่างไรก็ดี เนื่องจากมูลค่าของสินทรัพย์ประเภทนี้มีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนที่ซื้อในช่วงราคาต่ำและขายในช่วงราคาสูง อาจสามารถทำกำไรได้อย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ความผันผวนนี้ก็อาจนำไปสู่การขาดทุนในมูลค่าสูงได้ในช่วงที่ราคาของสินทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็วในส่วนของการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนหรือคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนทางอ้อม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ การแต่งตั้งผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นไปตามที่กองทุนปลายทางกำหนด
ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากกองทุนลงทุนทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุนปลายทาง ผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวจึงสะท้อนอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุน
อนึ่ง กองทุนไม่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อมในช่วงแรก อย่างไรก็ดี หากในอนาคตกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลลักษณะ เงื่อนไข ผลตอบแทน และการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนหรือคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนมีการลงทุนทางอ้อมในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ไม่ได้ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ BlackRock (Singapore) Limited เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนของกองทุน (Outsourced fund manager) และมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ รวมถึงเงื่อนไขการเปลี่ยนผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน เป็นไปตามที่ระบุในโครงการจัดการกองทุนและสัญญาแต่งตั้งผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน
BlackRock (Singapore) Limited จัดตั้งในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ BlackRock, Inc. ที่เป็นบริษัทการลงทุนข้ามชาติจากประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 2531 โดย BlackRock, Inc. เป็นผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 11.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) ทั้งนี้ BlackRock, Inc. มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ก และมีสำนักงานสาขา 70 แห่งใน 30 ประเทศ รวมทั้งมีลูกค้าอยู่ใน 100 ประเทศทั่วโลก โดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนอาจนำทรัพย์สินบางส่วนหรือทั้งหมดของกองทุนไปลงทุนในทรัพย์สินและ/หรือหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในทรัพย์สินที่บริหารจัดการโดยผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนและ/หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องตามดุลยพินิจของผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะกำหนดสัดส่วนการบริหารการลงทุนระหว่างบริษัทจัดการและผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ โดยบริษัทจัดการหรือผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบริหารการลงทุนทั้งหมด
ในกรณีที่ผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนไม่สามารถดำรงคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนนั้นไม่เหมาะสมที่จะได้รับการมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวอีกต่อไป บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน หรือยกเลิกการมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน โดยบริษัทจัดการจะบริหารจัดการลงทุนทั้งหมด หรือขอสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด
อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)