SCBNEXT(A)
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Next Generation Internet
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% / ขาย 0.1% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
7.7465
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
166 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
0.6%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
-0.81%
1 สัปดาห์
+0.89%
1 เดือน
-6.52%
3 เดือน
+1.56%
6 เดือน
+10.73%
1 ปี
+1.69%
5 ปี
-
สูงสุด
+1.67%
+1.69%(+0.1284)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.61% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3.21% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3.21% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 3.21% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 3.21% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 1% | 1% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.9% | 0.6% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS และ/หรือหน่วยของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตแห่งอนาคต (next generation internet) เช่น ธุรกิจที่มุ่งเน้นและคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเปลี่ยนฐานของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปยังระบบคลาวด์ การดำเนินธุรกิจผ่านทางเว็บไซต์หรือให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต และอาจรวมถึงบริษัทที่พัฒนานวัตกรรมด้านการชําระเงิน นวัตกรรมทางการเงิน (FinTech Innovation) big data และ internet of things
โดยกองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้
ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น
ลักษณะของคริปโทแอสเซ็ทคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น หุ้น หรือพันธบัตร โดยคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนอาจอยู่ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เช่น Bitcoin และ Ethereum ที่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บรักษามูลค่าได้เงื่อนไขที่ต้องพิจารณาในการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ทการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น
โดยปัจจัยข้างต้นอาจเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นหรือก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างมากได้เช่นกันผลตอบแทนของคริปโทแอสเซ็ทผลตอบแทนจากการลงทุนในคริปโทแอสเซ็ท (Crypto Asset) โดยทั่วไปสามารถสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา อย่างไรก็ดี เนื่องจากมูลค่าของสินทรัพย์ประเภทนี้มีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนที่ซื้อในช่วงราคาต่ำและขายในช่วงราคาสูง อาจสามารถทำกำไรได้อย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ความผันผวนนี้ก็อาจนำไปสู่การขาดทุนในมูลค่าสูงได้ในช่วงที่ราคาของสินทรัพย์ลดลงอย่างรวดเร็วในส่วนของการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนหรือคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนลงทุนทางอ้อม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ การแต่งตั้งผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลจะเป็นไปตามที่กองทุนปลายทางกำหนด
ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากกองทุนลงทุนทางอ้อมผ่านหน่วยของกองทุนปลายทาง ผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวจึงสะท้อนอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนลงทุน
อนึ่ง กองทุนไม่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทางอ้อมในช่วงแรก อย่างไรก็ดี หากในอนาคตกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS ต่างประเทศที่กองทุนลงทุนมีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลลักษณะ เงื่อนไข ผลตอบแทน และการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนหรือคริปโทแอสเซ็ทที่กองทุนมีการลงทุนทางอ้อมในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (cascade investment)
อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1. และ 2. ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3.
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสารและ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน :
ข้อมูลสิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง
ผู้รับเอาประกันของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันในปัจจุบัน คือ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต
ผู้ถือหน่วยลงทุนของหน่วยลงทุนชนิดควบประกันจะได้รับความคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพของบริษัทประกัน ตามที่กรมธรรม์กำหนด ดังนี้
มูลค่าเงินลงทุนคงเหลือ = มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนซื้อ/สับเปลี่ยนเข้า – มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยลงทุนขาย/สับเปลี่ยนออก
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้มีสิทธิเอาประกันตามความเหมาะสม โดยการดำเนินการดังกล่าวบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
ในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นผู้มีสิทธิเอาประกัน ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับความคุ้มครองนับตั้งแต่วันที่เริ่มความคุ้มครอง หรือนับตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุมัติการเอาประกันจากบริษัทประกัน
ทั้งนี้ การสิ้นสุดความคุ้มครอง ให้เป็นไปตามเงื่อนไขตามปีกรมธรรม์หรือตามรอบระยะเวลาที่บริษัทประกันกำหนด
สิทธิประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับตามกรมธรรม์ดังกล่าว บริษัทจัดการได้จัดให้เพื่อความคุ้มครองผู้ถือหน่วยลงทุนและเพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสุขภาพ โดยเบี้ยประกันที่ได้รับความคุ้มครองจะรวมอยู่ในค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพทุก ๆ ปี หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร หากบริษัทจัดการเห็นว่าสิทธิประโยชน์ด้านการประกันชีวิตและสุขภาพจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ลงทุนโดยรวม หรือมีผลกระทบต่อกองทุนรวมในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ความคุ้มครอง เงื่อนไขกรมธรรม์ บริษัทประกัน หรือเงื่อนไขอื่นใด ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงยกเลิกสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ หรือยกเลิกหน่วยลงทุนชนิดควบประกัน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
เงื่อนไขการเริ่มรับความคุ้มครอง
วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ หมายถึง ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไปนับจากวันเปิดให้บริการชนิดหน่วยลงทุนควบประกันครั้งแรก (หรือวันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์)
วันที่เริ่มความคุ้มครอง หมายถึง วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับหรือวันที่บริษัทประกันอนุมัติให้ความคุ้มครอง หรือ เปลี่ยนแปลงแผนความคุ้มครองให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน
ระยะเวลาความคุ้มครอง หมายถึง วันที่เริ่มความคุ้มครอง ถึงวันสิ้นสุดความคุ้มครอง ซึ่งจะไม่เกินวันที่กรมธรรม์ยังให้ความคุ้มครองอยู่
เงื่อนไขวันเริ่มคุ้มครอง
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงวันที่เริ่มความคุ้มครอง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างทั่วถึงด้วยวิธีการที่เหมาะสมอันทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว โดยอย่างน้อยจะเผยแพร่ข้อมูลไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) เว้นแต่กรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หรือกรณีจำเป็นและสมควร บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยทันที
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น scb easy , scbam fund click เป็นต้น และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดเพิ่มเติม
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเงินลงทุนในชนิดหน่วยลงทุนนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานของทางการประกาศกำหนด
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเงินลงทุนในชนิดหน่วยลงทุนนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเป็นผู้ลงทุนที่ทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น SCBAM Fund Click เป็นต้น และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดเพิ่มเติม