SCBRARE(A)
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Rare Earth and Strategic Metals
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.1% • รับเงินคืน T+2
NAV ล่าสุด
6.6662
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
1,002 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
7
ระดับ 7 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.18%
อันดับค่าธรรมเนียม 2 จาก 11
1 วัน
-1.10%
1 สัปดาห์
-2.77%
1 เดือน
-24.98%
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
-33.56%
-33.56%(-3.367)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.07% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3.21% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 3.21% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 3.21% | 1.07% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 3.21% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 1% | 1% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.36% | 1.18% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund ( ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงตลาดหลักทรัพย์เดียว กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Van Eck Associates Corporation และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ U.S. Securities and Exchange Commission ประเทศสหรัฐอเมริกา
กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของทรัพย์สินทั้งหมดในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MVIS® Global Rare Earth/Strategic Metals ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับการผลิต การกลั่น และการรีไซเคิลแร่หายาก (Rare earth) โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic metals) และทรัพยากรแร่ (minerals) บริษัทดังกล่าวอาจรวมถึงบริษัทที่มีขนาดเล็กและขนาดกลางของผู้ออกในตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ โดยบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ หรือมีทรัพยากรแร่ (mineral resources) ที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ดัชนี Rare Earth/Strategic Metals เป็นดัชนี rules based index ที่ปรับน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (modified capitalization‑weighted) และปรับด้วยสัดส่วนหุ้นหมุนเวียน (float‑adjusted) ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมแร่หายาก (Rare Earth) และโลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) ซึ่งรวมถึงผู้กลั่น (Refiners), ผู้รีไซเคิล (Recyclers) และผู้ผลิต (Producers) แร่หายาก (Rare earth) โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic metals) และทรัพยากรแร่ (minerals)
โดยหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีจะประกอบด้วย
นอกจากนี้ ดัชนีอาจประกอบด้วยบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งซื้อขายผ่าน Shanghai‑Hong Kong Stock Connect ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวมีการทบทวนองค์ประกอบ (Reconstitution) และปรับน้ำหนักขององค์ประกอบ (Rebalance) เป็นรายไตรมาส
โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลดัชนีได้ที่ https: //www.marketvector.com/indexes/hard-asset/mvis-global-rare-earth-strategic-metals
กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วย CIS เงินฝากและ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic Hedging) ซึ่งสามารถมีอัตราส่วนการป้องกันความเสี่ยงได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนแต่ไม่เกินร้อยละ 105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่ โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด
การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง
หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศตํ่ากว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการหรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก
อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) (ถ้ามี) ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึงและภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว
กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
(ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)
ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ข้อมูลทั่วไปของ VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF (กองทุนหลัก)
(แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ 1 พฤษภาคม 2568)
ลักษณะทั่วไปของกองทุนหลัก
วัตถุประสงค์การลงทุนกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี MVIS® Global Rare Earth/Strategic Metals นโยบายการลงทุนกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของทรัพย์สินทั้งหมดในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MVIS® Global Rare Earth/Strategic Metals ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับการผลิต การกลั่น และการรีไซเคิลแร่หายาก (Rare earth) โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์(Strategic metals) และทรัพยากรแร่ (minerals) บริษัทดังกล่าวอาจรวมถึงบริษัทที่มีขนาดเล็กและขนาดกลางของผู้ออกในตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ โดยบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์หรือมีทรัพยากรแร่ (mineral resources) ที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
แร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ คือ โลหะอุตสาหกรรมที่เป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองโลหะมีค่า (precious metals) และโลหะพื้นฐาน (base metals) ซึ่งธาตุที่ถือเป็นแร่หายาก/โลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ในปัจจุบันมีประมาณ 44 ธาตุ โดยแร่หายากจัดเป็นส่วนหนึ่งของโลหะที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งคือกลุ่มของธาตุเคมีที่มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีขั้นสูงของโลก เช่น โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง โทรทัศน์จอแบน เทคโนโลยีพลังงานสีเขียว และคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง ซูเปอร์คอนดักเตอร์ และระบบสื่อสารด้วยไฟเบอร์ออปติกในอนาคต
กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนที่เคลื่อนไหวตามดัชนี เพื่อสร้างผลการดำเนินงานให้ใกล้เคียงกับดัชนี Rare Earth/Strategic Metals ผ่านการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นแบบจำลององค์ประกอบของดัชนี และกองทุนหลักจะไม่ใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนหลักจัดเป็นกองทุนที่ไม่กระจายการลงทุน (non-diversified fund) ตาม Investment Company Act of 1940 ซึ่งอาจลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์รายใดรายหนึ่งในสัดส่วนที่สูงกว่ากองทุนรวมทั่วไปได้ รวมถึงกองทุนหลักอาจลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภทตามลักษณะการกระจุกตัวของดัชนี Rare Earth/Strategic Metals
ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกาหน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลU.S. Securities and Exchange Commission ประเทศสหรัฐอเมริกาวันจัดตั้งกองทุน 27 ตุลาคม 2553สกุลเงิน (Base Currency)ดอลลาร์สหรัฐ (USD)ชนิดหน่วยลงทุนไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลจ่ายปีละครั้งวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการBloomberg TickerREMXISINUS92189H8051ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง(Benchmark)MVIS® Global Rare Earth/Strategic Metals IndexIndex tickerMVREMXTRInvestment AdviserVan Eck Associates CorporationAdministratorVan Eck Associates CorporationCustodian and Transfer AgentState Street Bank and Trust Companyเว็บไซต์ (website)https://www.vaneck.com/us/en/investments/rare-earth-strategic-metals-etf-remx/overview/ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก
Management Fee0.50%Other Expenses0.08%Total Annual Fund Operating Expenses0.58%การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการโดยไม่ชักช้า
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total return)