T-ThaiESG-A
ชนิดที่ 1เหมาะสําหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total Return)
กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
12.5268
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
118 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.83%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
+0.53%
1 สัปดาห์
+1.85%
1 เดือน
+1.14%
3 เดือน
+16.66%
6 เดือน
+24.46%
1 ปี
+31.39%
5 ปี
-
สูงสุด
+40.93%
+30.78%(+2.9484)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 3% | 1.61% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 0% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5% | 1.83% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยจะพิจารณาผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration)
ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการลงทุน ภายใต้กรอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้
อนึ่ง ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณา “สาระสำคัญ” หรือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนในระยะยาว (Financial Materiality) ซึ่งอย่างน้อยจะรวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ความเสี่ยงปลายแถว (Tail Risks) และความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม (Financial-system Risks)
นอกจากนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากำหนดกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Investment Universe ซึ่งนอกจากการใช้นโยบายการลงทุนดังกล่าวในการคัดกรองแล้ว ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาผลการประเมินของผู้ประเมินภายนอก และจะพิจารณารายชื่อบริษัทจดทะเบียนจากฐานข้อมูล ESG ของผู้ประเมินดังต่อไปนี้ ร่วมด้วย เช่น
(แหล่งข้อมูล: https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile)
(แหล่งข้อมูล: https://www.thaicsr.com/)
(แหล่งข้อมูล: https://setsustainability.com/page/cgr-corporate-governance-report)
Coalition Against Corruption หรือ CAC)
(แหล่งข้อมูล: https://www.thai-cac.com/who-we-are/our-members/)
(แหล่งข้อมูล: https://www.cgfundthailand.com/หลักเกณฑ์การลงทุน-universe/)
(แหล่งข้อมูล: https://www.spglobal.com/spdji/en/indices/esg/dow-jones-sustainability-world-index/#overview)
(แหล่งข้อมูล: https://www.morningstarthailand.com/th/topics/172927/theme/esg.aspx)
กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดในกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe ซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนภายใต้แนวคิด “Universal Investor” ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจที่ดี ย่อมนำไปสู่มูลค่าอนาคตที่สูงขึ้นของพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเพียงกำไรรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ยังให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจ
กลยุทธ์การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration หมายรวมถึงการนำข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) ที่ดีในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และแสวงหาโอกาสการลงทุนจากการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้จัดการกองทุนมีการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ในแต่ละมิติไว้ดังต่อไปนี้
Source: United Nations Global Compact, KPMG International
o การจัดหาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ลม พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และอื่นๆ)
o อาคารสำนักงานหรือโรงงาน ที่ออกแบบให้มีการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
o ระบบสาธารณูปโภค ยานพาหนะ ที่ลดการพึ่งพาการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมที่อาจไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก “ความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Sustainability) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันเป็นผลมาจากการผลิตสินค้าหรือให้บริการ
ระดับบริษัท (Company Level):
การประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนมีความเข้าใจต่อผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ และนำไปสู่การประเมินมูลค่าบริษัทที่แม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว
ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level):
การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมในระดับที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละปัจจัยแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม
ระดับประเทศ (Country Level):
ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่งมีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน
ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งสำรองกรณีหากพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯ มีความผิดจริง
นอกจากนี้ การถูกฟ้องร้องหรือกรณีพิพาทดังกล่าวยังเป็นเหตุให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์หรือการสูญเสียมูลค่าของแบรนด์ เป็นต้น
ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการปัจจัยด้านสังคม แบบ Best-in-Class กล่าวคือ การผลักดันการแข่งขันกันระหว่างบริษัทฯ ในอุตสาหกรรม เพื่อจัดการปัจจัยต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ระดับบริษัท (Company Level):
ปัจจัยด้านสังคมจะมีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ มากขึ้นหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ ขนบธรรมเนียม ค่านิยมของประเทศหรือชุมชนที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาสในแต่ละประเทศหรือชุมชน ที่บริษัทจดทะเบียนฯ ไปประกอบธุรกิจ
ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level):
เช่นเดียวกับที่กล่าวมา จากความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม ค่านิยม ในแต่ละประเทศ ผู้จัดการกองทุนควรจัดลำดับความสำคัญตามความมีนัยยะ (Materiality) ก่อนหลัง เพื่อประเมินความเสี่ยง โอกาส ที่มาจากปัจจัยด้านสังคม
ระดับประเทศ (Country Level):
ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสังคมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่ง มีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน
ควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย
พิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงินและความยั่งยืนของกิจการ
ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแบบ “Threshold Assessment” กล่าวคือเป็นการพิจารณาเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาลขั้นต่ำที่บริษัทจดทะเบียนฯ ควรมีในหัวข้อที่กล่าวมา และผู้จัดการกองทุนจะใช้คุณภาพการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนฯ ในช่วงเวลาใดๆ
ตัวชี้วัดของกองทุนนี้ ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) ในสัดส่วน 100% โดยดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมีขนาดและสภาพคล่องผ่านตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งนี้ ดัชนี SETESG มีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่
https: //www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile
แหล่งข้อมูล: www.set.or.th
ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe
นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนหรือนำหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ* ดังต่อไปนี้เข้าไปอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe
*โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการทำธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มาจากการทำธุรกิจดังกล่าวที่มากกว่า 15% ของรายได้รวมของบริษัทนั้น
ในบางครั้ง บริษัทจดทะเบียนฯ อาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ด้าน ESG ที่เกิดขึ้น ทั้งในเชิงของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นที่มีความผันผวนมากขึ้น
แนวทางการบริหารความเสี่ยง: รายละเอียดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4
ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนเกิดปัญหาทางด้าน ESG และส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ นั้น อย่างรุนแรง หากผู้ลงทุนเกิดความไม่มั่นใจและขายหลักทรัพย์ดังกล่าวพร้อมกันเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลทำให้กองทุนไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ในราคาที่เหมาะสมหรือภายในระยะเวลาที่ต้องการ
แนวทางการบริหารความเสี่ยง: บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ อย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบของกองทุนภายใต้เงื่อนไขการลงทุนที่สามารถดำเนินการได้
สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) ที่กำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยเหตุนี้ในบางครั้งบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ อาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) ด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
ผู้จัดการกองทุนจะต้องทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น ผ่านการเข้าพบกรรมการและผู้บริหาร (Company Visit and Analyst Meeting) การประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ (Conference Call) โดยไม่ชักช้า และหลังจากที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปแนวทางการลงทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน แนวทางที่กำหนดไว้อาจอยู่ในรูปแบบของ
กรณีที่หลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด
หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการที่ดีด้าน ESG หรือ เหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน
บริษัทจัดการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน (Engagement) โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
ทีมจัดการลงทุนมองกระบวนการ Engagement เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนหลัก โดยในบริบทของปัจจัยด้าน ESG บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ ได้มีการนำหลัก ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ และสามารถจับต้องได้ผ่านการเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยืนในหัวข้อต่างๆ
บริษัทจัดการมีการกำหนดแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงอย่างชัดเจนในแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้
การกำหนดรายละเอียดการใช้สิทธิออกเสียงในหัวข้อดังกล่าวนอกจากจะครอบคลุมปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแล้ว ปัจจุบันยังยกระดับไปสู่การพิจารณาออกเสียงให้มีความเข้มข้นในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น เช่น การลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติในโครงการลงทุนในอนาคตที่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การเมือง หรือการบริหารจัดการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีนัยยะต่อบริษัท เป็นต้น
เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม
ในกรณีที่สถาบันที่มีความน่าเชื่อถือที่กองทุนใช้อ้างอิงในการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน มีการประกาศเปลี่ยนแปลงรายชื่อบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลทำให้บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนอยู่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในการประกาศของสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือนั้นแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวต่อไป หากบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน
สำหรับส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) เป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน ดัชนีหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน และอัตราดอกเบี้ย ซึ่งการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวจะโดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรืออาจเข้าทำธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้งกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่อยู่ในระหว่างการเสนอขายตราสารต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในครั้งแรก (IPO) เพื่อการจดทะเบียนซื้อขายและ/หรือมีการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ทั้งนี้ การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นนอกเหนือจากหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ตามข้อ 1.1 จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมีฐานะการลงทุนสุทธิ (Net Exposure) ในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ตามข้อ 1.1 โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
เหมาะสําหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total Return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินปันผล