TISCOWB-A
ที่เลือกเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total Return)
กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทย Well-being
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX ตามดุลยพินิจ • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
8.3834
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
128 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.9%
อันดับค่าธรรมเนียม 32 จาก 47
1 วัน
+1.08%
1 สัปดาห์
+3.02%
1 เดือน
+2.07%
3 เดือน
+15.50%
6 เดือน
+11.87%
1 ปี
+12.47%
5 ปี
-
สูงสุด
+23.32%
+11.83%(+0.8869)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 3% | 1.61% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2.5% | 1% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2.5% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 999999% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5% | 1.9% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ และ/หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้นแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ตามสภาวะการลงทุนหรือคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) ซึ่งดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นธุรกิจที่ผู้ลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
(1) กองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ย ในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน
(2) ทั้งนี้ ภายใต้กรอบการลงทุนตาม (1) ทีมผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการลงทุน
โดยหลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุนต้องมีคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้
(3) นอกจากการวิเคระห์หลักทรัพย์ตาม (2) แล้ว ในขณะเดียวกัน ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณา “สาระสำคัญ” หรือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนในระยะยาว (Financial Materiality) ซึ่งอย่างน้อยจะรวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ความเสี่ยงปลายแถว (Tail Risks) และความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม (Financial-system Risks)
ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินกว่า 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์หลักทรัพย์ในด้าน ESG ตาม (2) และ (3) ข้างต้น และนอกเหนือจากนโยบายการลงทุนภายในที่กำหนดในการคัดกรองหลักทรัพย์แล้ว ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาผลการประเมินของผู้ประเมินภายนอก และจะพิจารณารายชื่อบริษัทจดทะเบียนฯ จากฐานข้อมูล ESG ของผู้ประเมินดังต่อไปนี้ ร่วมด้วย
กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Screening, ESG Integration และ Thematic ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้
Exclusionary Screening โดยการคัดกรองบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไป เช่น บริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่มีการบริหารจัดการด้านกำจัดของเสียหรือมลภาวะที่มีประสิทธิภาพ มาตรฐานแรงงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์ หรือบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีธรรมาภิบาลบกพร่อง ซึ่งครอบคลุมถึงจรรยาบรรณในการทำธุรกิจหรือการกระทำความผิดของผู้บริหาร ยกตัวอย่างเช่น การพิจารณาที่จะไม่ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ หรืออาวุธสงคราม เป็นต้น
ESG Integration โดยการคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนจะลงทุน กล่าวคือ ความเสี่ยงด้าน ESG มีผลต่อการดำเนินธุรกิจทุกๆ ด้านของบริษัทจดทะเบียนฯ โดยหากดูจากตัวเลขผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทจดทะเบียนฯ จะมีความเสี่ยงหรือความผันผวนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งจะสะท้อนออกมาในรูปของการประเมินมูลค่าของแต่ละบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่เท่ากัน
Thematic Investment โดยการเลือกที่จะลงทุนในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้าน ESG ด้านใดหน้าหนึ่งเป็นการเฉพาะ (Theme) เช่น
กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน ซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารกองทุนภายใต้แนวคิด “Universal Investor” ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจที่ดี ย่อมนำไปสู่มูลค่าของหลักทรัพย์ที่สูงขึ้นในอนาคตภายใต้พอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการคำนึงถึงเพียงกำไรรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจด้วย
นอกจากนี้ หากเป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Change) ที่เกี่ยวข้องกับ Megatrends ผลตอบแทนของการลงทุนมักจะมากกว่าค่าเฉลี่ยของการลงทุนโดยทั่วไป ซึ่งอัตราเร่งในการเปลี่ยนแปลง (The Speed of Disruption) เป็นตัวแปรหลักของการดำเนินธุรกิจและผลกำไรของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวนี้
ขั้นตอนที่ 1: ระบุปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจ (Identify Material Issues)
สอดคล้องกับแนวคิดการลงทุนแบบ Universal Investor ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาถึงปัจจัยที่มีนัยยะในระบบเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย ว่ามีปัจจัยใดบ้าง และกองทุนต้องการจะบรรลุเป้าหมาย SDGs ใด โดยจะจัดลำดับความสำคัญสะท้อนออกมาในรูปแบบของ Materiality Matrix
ขั้นตอนที่ 2: คัดกรองหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน (Stock Screening)
จากนั้นผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาคัดกรองบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องและสนับสนุนให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อปัจจัยที่มีนัยยะเหล่านั้น
หลังจากได้กลุ่มการลงทุนดังกล่าวแล้ว ผู้จัดการกองทุนจึงเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration ในลำดับถัดไป
การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration หมายรวมถึงการนำข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และแสวงหาโอกาสการลงทุนจากการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้จัดการกองทุนมีการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ในแต่ละมิติไว้ดังต่อไปนี้
Source: United Nations Global Compact, KPMG International
ผู้จัดการกองทุนพิจารณาและสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนฯ จัดให้มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ ด้วยการสื่อสารผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ (Corporate Engagement) เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว
o การจัดหาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ลม พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และอื่นๆ)
o อาคารสำนักงานหรือโรงงาน ที่ออกแบบให้มีการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
o ระบบสาธารณูปโภค ยานพาหนะ ที่ลดการพึ่งพาการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมที่อาจไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก “ความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Sustainability) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันเป็นผลมาจากการผลิตสินค้าหรือให้บริการ
ระดับบริษัท (Company Level):
การประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนมีความเข้าใจต่อผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ และนำไปสู่การประเมินมูลค่าบริษัทที่แม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว
ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level):
การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมในระดับที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละปัจจัยแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม
ระดับประเทศ (Country Level):
ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่งมีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน
ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งสำรองกรณีหากพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯ มีความผิดจริง นอกจากนี้ การถูกฟ้องร้องหรือกรณีพิพาทดังกล่าวยังเป็นเหตุให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์หรือการสูญเสียมูลค่าของแบรนด์ เป็นต้น
ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการปัจจัยด้านสังคม แบบ Best-in-Class กล่าวคือ การผลักดัน การแข่งขันกันระหว่างบริษัทฯ ในอุตสาหกรรม เพื่อจัดการปัจจัยต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ระดับบริษัท (Company Level):
ปัจจัยด้านสังคมจะมีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ มากขึ้นหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ ขนบธรรมเนียม ค่านิยมของประเทศหรือชุมชนที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาสในแต่ละประเทศหรือชุมชน ที่บริษัทจดทะเบียนฯ ไปประกอบธุรกิจ
ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level):
เช่นเดียวกับที่กล่าวมา จากความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม ค่านิยม ในแต่ละประเทศ ผู้จัดการกองทุนควรจัดลำดับความสำคัญตามความมีนัยยะ (Materiality) ก่อนหลัง เพื่อประเมินความเสี่ยง โอกาส ที่มาจากปัจจัยด้านสังคม
ระดับประเทศ (Country Level):
ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสังคมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่ง มีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน
ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแบบ “Threshold Assessment” กล่าวคือเป็นการพิจารณาเกณฑ์ขั้นต่ำที่บริษัทจดทะเบียนฯ ควรมีในหัวข้อที่กล่าวมาด้านธรรมาภิบาล และผู้จัดการกองทุนจะใช้คุณภาพการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนฯ ในช่วงเวลาใดๆ
ตัวชี้วัดของกองทุนนี้ ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) ในสัดส่วน 100% ซึ่งดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นธุรกิจ ที่ผู้ลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้ มีผลต่อการขยายตัวของ GDP และนำมาสู่การสร้างรายได้แก่คนในประเทศ รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย โดยมีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setwb/profile
แหล่งข้อมูล: www.set.or.th
ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) ไม่ได้ถูกจัดเป็นดัชนีชี้วัดเกี่ยวกับความยั่งยืน (SRI Benchmark) อย่างไรก็ตาม กองทุนเลือกใช้ดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีชี้วัด เนื่องจากดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) มีความสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนที่จะลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน นอกจากนี้ ดัชนีดังกล่าวประกอบด้วยหมวดธุรกิจที่นำมาสู่การสร้างรายได้แก่คนในประเทศ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และสามารถสะท้อนการลงทุนอย่างยั่งยืนได้
ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe
นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนหรือนำหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ* ดังต่อไปนี้เข้าไปอยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe
*โดยเกณฑ์การชี้วัดที่เข้าข่ายธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มากกว่า 15% จากงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนฯ ในปีนั้นๆ
ในบางขณะ บริษัทจดทะเบียนฯ อาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ด้าน ESG ที่เกิดขึ้น ทั้งในเชิงของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นที่มีความผันผวนมากขึ้น
แนวทางการบริหารความเสี่ยง รายละเอียดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4
สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) ที่กำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากเกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยเหตุนี้ในบางขณะบริษัทจดทะเบียนฯ ที่อยู่ภายใต้ Investment Universe อาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) ด้วยเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
ผู้จัดการกองทุนจะต้องทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้น ผ่านการเข้าพบกรรมการและผู้บริหาร (Company Visit and Analyst Meeting) การประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็คทรอนิคส์อื่นๆ (Conference Call) โดยไม่ชักช้า และหลังจากที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปแนวทางการลงทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน แนวทางที่กำหนดไว้อาจอยู่ในรูปแบบของ
กรณีที่หลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อ ผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด
หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการที่ดีด้าน ESG หรือ เหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะต้องจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน
บริษัทจัดการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน (Engagement) โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
ทีมจัดการลงทุนมองกระบวนการ Engagement เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนหลัก โดยในบริบทของปัจจัยด้าน ESG บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ ได้มีการนำหลัก ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ และสามารถจับต้องได้ผ่านการเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยืนในหัวข้อต่างๆ
บริษัทจัดการมีการกำหนดแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงอย่างชัดเจนในแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้
การกำหนดรายละเอียดการใช้สิทธิออกเสียงในหัวข้อดังกล่าวนอกจากจะครอบคลุมปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแล้ว ปัจจุบันยังยกระดับไปสู่การพิจารณาออกเสียงให้มีความเข้มข้นในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น เช่น การลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติในโครงการลงทุนในอนาคตที่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การเมือง หรือการบริหารจัดการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีนัยยะต่อบริษัท เป็นต้น
เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม
ในกรณีที่มีหุ้นที่กองทุนลงทุน ขอเพิกถอนบริษัทหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนก่อนวันปรับเปลี่ยนรายชื่อหลักทรัพย์ หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวได้อีกต่อไป เช่น ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นถูกขึ้นเครื่องหมายจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-being (SETWB) อื่น แทนหลักทรัพย์ที่เพิกถอนหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถลงทุนได้ดังกล่าว ภายใน 30 วันนับแต่วันที่หลักทรัพย์นั้นเพิกถอนหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์นั้นไม่สามารถลงทุนได้
สำหรับส่วนที่เหลืออาจลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ตราสารทางการเงิน ตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น
กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้งกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่อยู่ในระหว่างการเสนอขายตราสารต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในครั้งแรก (IPO) เพื่อการจดทะเบียนซื้อขาย และ/หรือมีการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรืออาจเข้าทำธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนด
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนในกำหนดเวลาดังกล่าว
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ
เป็นไปตามประกาศ ยกเว้น กองทุนจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total Return)
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมในระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี