กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange, “NYSE Arca”) ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Singapore Exchange Securities Trading Limited) และตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) ซึ่งกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก กองทุน SPDR S&P 500 ETF มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 โดยกองทุนดังกล่าวบริหารและจัดการโดย State Street Global Advisors ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ ตราสารทางการเงินอื่นๆ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated Securities) หลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ในต่างประเทศ และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
นอกจากการลงทุนในต่างประเทศแล้ว กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากในประเทศที่มีอายุของตราสารหรือสัญญา หรือระยะเวลาการฝากเงิน แล้วแต่กรณี ต่ำกว่า 1 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรองเงินไว้สำหรับการดำเนินงาน รอการลงทุน หรือรักษาสภาพคล่องของกองทุน หรืออาจลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ในส่วนของการลงทุนในประเทศ กองทุนจะลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated Securities) และหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) แต่กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ จึงอาจมีความเสี่ยงสูงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินจากการที่กองทุนนำเงินบาทไปซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ซึ่งมูลค่าของกองทุนอาจจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกาที่กองทุนไปลงทุน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ โดยตัวอย่างของการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เช่น กรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่มากกว่ากรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มแข็งค่า อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในกรณีที่ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนโดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบ และจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยปิดประกาศให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันก่อนดำเนินการดังกล่าว ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนในกำหนดเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ การดำรงอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศตามที่ระบุไว้ข้างต้น จะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม และ/หรือในช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนวันเลิกโครงการ และ/หรือ ในช่วงเวลาที่ผู้ลงทุนทำการสั่งซื้อหรือขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ
ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF นั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น และ/หรือ มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลัก เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด เป็นต้น และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และ/หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนดังกล่าวได้อีกต่อไป และ/หรือไม่สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้อีกต่อไป และ/หรือ กองทุนดังกล่าวมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ หรือราคาปิดของกองทุนดังกล่าวมีความผันผวนจากราคาซื้อขายระหว่างวันอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่ส่งผลกระทบหรือความเสียหายต่อกองทุน เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนของกองทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF เป็นตลาดหลักทรัพย์ของประเทศอื่นนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ และปิดประกาศให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนดำเนินการดังกล่าว ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ลักษณะสำคัญของกองทุน SPDR S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) มีดังนี้
ชื่อSPDR S&P 500 ETFประเภทกองทุนรวมอีทีเอฟ (Exchange Traded Fund)ดัชนีอ้างอิงดัชนี S&P 500วัตถุประสงค์การลงทุนลงทุนในตราสารแห่งทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุน
(ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500วันที่จดทะเบียนจัดตั้งกองทุน22 มกราคม 2536ตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange, “NYSE Arca”) ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Singapore Exchange Securities Trading Limited) และตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) ทั้งนี้ กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กรหัสหลักทรัพย์SPYสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)นโยบายการจ่ายเงินปันผล
รายไตรมาส ได้แก่ ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนเมษายน กรกฎาคม ตุลาคม และมกราคม
สัดส่วนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยประมาณ0.1102% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่ปัจจุบัน
ผู้ดูแลผลประโยชน์มีการลดสัดส่วนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
ลงเหลือ 0.0945% ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน จนถึง 1 กุมภาพันธ์ 2557กลยุทธ์การลงทุนกองทุน SPDR S&P 500 ETF จะลงทุนในหุ้นทุกตัวที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 ตามสัดส่วนของหุ้นแต่ละตัวที่นำมาคำนวณในดัชนีบริษัทจัดการ (Investment Manager)State Street Global Advisorsผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee)State Street Bank and Trust Companyผู้จัดจำหน่าย (Distributor)ALPS Distributors, Inc.แหล่งข้อมูลwww.spdrs.com
ทั้งนี้ กองทุน SPDR S&P 500 ETF ไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) ตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated Securities)
หมายเหตุ : ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการ
ขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลัก โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการโดยพลัน
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับดัชนี S&P 500
1.ดัชนี S&P 500 เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทชั้นนำที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 500 บริษัท โดยคัดเลือกจากหุ้นของบริษัททั้งหมดที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งครอบคลุมมากกว่า 25 กลุ่มอุตสาหกรรม ดังนั้น ดัชนีดังกล่าวถือว่ามีการกระจายน้ำหนักอย่างเพียงพอ และหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ
2.ดัชนี S&P 500 เป็นดัชนีที่มีการกำหนดวิธีการคำนวณไว้อย่างชัดเจน คือ ใช้วิธี Float-adjusted Market Capitalization Weighted ในการคำนวณ ซึ่งจะใช้มูลค่าตลาดของหุ้นและการกระจายการถือหน่วยลงทุนของผู้ลงทุนรายย่อยเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาคัดเลือกหุ้นเข้ามาเป็นส่วนประกอบของดัชนี ทั้งนี้ ดัชนีจะใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) ในการคำนวณ และรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีจะมีการทบทวนทุกครั้งที่มีความจำเป็น เช่น ในกรณีที่มีการเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการหรือเกิดการปรับโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญของบริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี เป็นต้น
3.ดัชนี S&P 500 เป็นดัชนีที่ถูกจัดทำขึ้นโดยบริษัท S&P Dow Jones Indices LLC ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระจากบริษัทที่บริหารจัดการกองทุนหลัก และบริษัทจัดการ
4.ดัชนี S&P 500 มีการเผยแพร่ข้อมูลและแสดงค่าดัชนีอย่างต่อเนื่องผ่านสื่อที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เช่น ww.bloomberg.com (รหัส: SPX:IND)
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ
ส่วนที่ 1 : ตราสารทางการเงินทั่วไป
1.1 ประเภทของตราสาร
1.1.1 ตราสารหนี้
1.1.1.1 พันธบัตร
1.1.1.2 ตั๋วเงินคลัง
1.1.1.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.1.1.4 ตั๋วแลกเงิน
1.1.1.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.1.1.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.1.1.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.1.1.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.1.1.1 – 1.1.1.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS
ส่วนที่ 3 : ทรัพย์สินประเภทเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo)
ส่วนที่ 5 : ธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending)
ส่วนที่ 6 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying Derivatives) เป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน
ทั้งนี้ ส่วนที่ 2 – ส่วนที่ 6 เป็นไปตามประกาศ
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในต่างประเทศ
ส่วนที่ 1 : ตราสารทางการเงินต่างประเทศทั่วไป
1.1 ประเภทของตราสาร
1.1.1 ตราสารทุนต่างประเทศ
1.1.1.1 หุ้น
1.1.1.2 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (Share Warrants)
1.1.1.3 ใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Right: TSR)
1.1.1.4 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
1.1.1.5 ตราสารทุนอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารทุนตามข้อ 1.1.1.1 – 1.1.1.4 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
1.1.2 ตราสารหนี้ต่างประเทศ
1.1.2.1 พันธบัตร
1.1.2.2 ตั๋วเงินคลัง
1.1.2.3 หุ้นกู้ (ไม่รวมหุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้อนุพันธ์ และตราสาร Basel III)
1.1.2.4 ตั๋วแลกเงิน
1.1.2.5 ตั๋วสัญญาใช้เงิน
1.1.2.6 ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
1.1.2.7 ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้
1.1.2.8 ตราสารหนี้อื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกับตราสารหนี้ตามข้อ 1.1.2.1 – 1.1.2.7 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คุณสมบัติของตราสารและหลักเกณฑ์ในการลงทุนเป็นไปตามประกาศ
ส่วนที่ 2 : ทรัพย์สินประเภทหน่วย CIS ในต่างประเทศ
ส่วนที่ 3 : เงินฝากในสถาบันการเงินต่างประเทศหรือตราสารต่างประเทศที่เทียบเท่าเงินฝาก
ส่วนที่ 4 : ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ในต่างประเทศ ที่มีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying Derivatives) เป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน
ทั้งนี้ ส่วนที่ 2 – ส่วนที่ 4 เป็นไปตามประกาศ
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม
เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้
1.อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (Single Entity Limit) ได้แก่ หน่วย CIS จัดตั้งตามกฎหมายไทย ไม่เกิน 10%
2.อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (Product Limit) ได้แก่ หน่วย CIS จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ไม่เกิน 20%