UEQ-TESGX-D
ที่เลือกสำหรับเงินลงทุนใหม่ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินเดียวกับกองทุน Thai ESG และเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและได้สิทธิในการรับเงินปันผล
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ
เน้นลงทุนในหุ้น โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • ฟรีค่าธรรมเนียม • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
12.4652
2026-08-03
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
0 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.84%
อันดับค่าธรรมเนียม 31 จาก 47
1 วัน
+0.26%
1 สัปดาห์
+0.48%
1 เดือน
-
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+0.89%
+0.89%(+0.1104)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.68% | 1.61% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 3% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 3% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2% | 2% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5.35% | 1.84% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
(1) กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บนกระดานหลัก และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีลักษณะดังนี้
(1.1) บริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) ซึ่งประกอบไปด้วย ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) และ/หรือ
(1.2) บริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
(1.3) บริษัทที่มีการยกระดับด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) โดยมีลักษณะดังนี้
(1.3.1) บริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Company : CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(1.3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนดังต่อไปนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ
(1.3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด และ/หรือ
(1.4) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ที่มีลักษณะดังนี้
(1.4.1) เป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET ที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวแล้ว
(1.4.2) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินตาม (1) ข้างต้น โดยมี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในตราสารทุนโดยมี net exposure ในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(2) เงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ผ่านกระบวนการคัดกรองของผู้จัดการกองทุน และ/หรือตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝากของสถาบันการเงินหรือธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
(3) นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้แก่ สัญญาฟอร์เวิร์ด และ/หรือสัญญาฟิวเจอร์ และ/หรือออปชั่นที่อ้างอิงดัชนีราคาหลักทรัพย์ ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ที่ราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงจะทำการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง และจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes)
(4) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และ/หรือตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด รวมถึงที่จะแก้ไขในอนาคต
ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้
อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง
(5) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) ซึ่งประกอบไปด้วย ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental)ด้านสังคม (Social) และด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) และ/หรือ บริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือบริษัทที่มีการยกระดับด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด และ/หรือ หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET ที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
เป้าหมายด้านความยั่งยืน
เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนหรือส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนคำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น กองทุนมีแนวทางในการส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ในภาพรวม โดยกองทุนใช้การผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้ากับกระบวนการตัดสินใจลงทุน ผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ตามแนวทาง ESG Integration อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เพื่อคัดเลือกและบริหารการลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ มีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส และมีแผนหรือแนวทางในการยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG อย่างเหมาะสมในระยะยาว เช่น ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม กองทุนอาจพิจารณาบริษัทที่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ รวมถึงบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลหรือมีแนวทางในการจัดการและลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การกำหนดเป้าหมายหรือแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว เป็นต้น รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้กิจการที่ลงทุนมีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาวและสามารถสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ กองทุนยังให้ความสำคัญกับการยกระดับด้านธรรมาภิบาล (Governance) โดยพิจารณาบริษัทที่มีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส และมีแผนหรือแนวทางในการยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงบริษัทที่เข้าร่วมโครงการหรือแนวทางที่ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของกิจการ เช่น โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพกิจการและตลาดทุนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กองทุนไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่เฉพาะเจาะจง แต่เป็นการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนผ่านการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง (ESG Integration)
กรอบการลงทุน (investment universe)
กองทุนกำหนดกรอบการลงทุนโดยคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลัก ESG ซึ่งสะท้อนถึงการสนับสนุนเป้าหมาย UN SDGs ในด้านต่าง ๆ
บริษัทจัดการพิจารณากำหนดกรอบการลงทุนตามหลักความยั่งยืน (ESG Investment Universe) ภายใต้กรอบการลงทุนของกองทุน โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา สรุปดังนี้
กรอบการลงทุนที่กองทุนเลือกทั้งในด้านประเภทหลักทรัพย์ คุณสมบัติผู้ออก กลุ่มอุตสาหกรรม และขอบเขตประเทศเอื้อต่อการใช้กระบวนการ ESG Integration อย่างเป็นระบบ เนื่องจากมีข้อมูล ESG ที่เพียงพอและตรวจสอบได้เปิดโอกาสให้ประเมิน E, S และ G อย่างแท้จริง ส่งเสริมการยกระดับ Governance และการเพิ่มมูลค่ากิจการ (ผ่าน CGR และ JUMP+) สนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนในระยะยาว และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน และความเหมาะสมกับ ESG Integration พิจารณา ดังนี้
(1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน
หุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หุ้นที่อยู่ใน ESG Investment Universe ของกองทุน เช่น หุ้นในดัชนี SETESG และหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ ESG เพิ่มเติมของบริษัทจัดการ (รวมถึงหุ้นที่มีการยกระดับ Governanceและหุ้นในโครงการ JUMP+)
ความเหมาะสมกับ ESG Integration
หุ้นเป็นทรัพย์สินที่สะท้อนการดำเนินธุรกิจจริงของผู้ออกหลักทรัพย์ ทำให้กองทุนสามารถประเมินผลการดำเนินงานด้าน E, S และ G ได้โดยตรง เปรียบเทียบและจัดอันดับคุณภาพ ESG ระหว่างบริษัทได้ เอื้อต่อการผนวก ESG เข้ากับการวิเคราะห์การลงทุน (ESG Integration) ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ สนับสนุน Active Ownership เช่น engagement และการใช้สิทธิออกเสียง เพื่อส่งเสริมการยกระดับ ESG ของบริษัท
(2) คุณสมบัติของผู้ออก
เป็นบริษัทจดทะเบียนในไทยที่มีการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลัก ESG มีการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนบริหารจัดการ และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) เช่น ได้รับการประเมิน CGR ในระดับสูง หรือมีแผนยกระดับการกำกับดูแลกิจการ เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ความเหมาะสมกับ ESG Integration
(3) กลุ่มอุตสาหกรรม
ลักษณะกลุ่มอุตสาหกรรม
ความเหมาะสมกับ ESG Integration
(4) ประเทศหรือภูมิภาค
ขอบเขตประเทศ : ประเทศไทย
ความเหมาะสมกับ ESG Integration
สรุปภาพรวมกรอบการลงทุนที่กองทุนเลือก ทั้งในด้านประเภทหลักทรัพย์ คุณสมบัติผู้ออก กลุ่มอุตสาหกรรม และขอบเขตประเทศเอื้อต่อการใช้กระบวนการ ESG Integration อย่างเป็นระบบ เนื่องจากมีข้อมูล ESG ที่เพียงพอและตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้ประเมิน E, S และ G อย่างแท้จริง
ส่งเสริมการยกระดับ Governance และการเพิ่มมูลค่ากิจการ (ผ่าน CGR และ JUMP+) สนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนในระยะยาว และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน
กลยุทธ์การลงทุน (Sustainability Strategy)
(1) กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้ ได้แก่ Screening (negative) และ/หรือ ESG Integration และ/หรือ Active ownership
(2) เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว
กองทุนใช้กระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์เชิงลบ (Negative Screening) เพื่อลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืน โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นด้าน ESG อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจขัดต่อเป้าหมาย UN SDGs เช่น ประเด็นสิ่งแวดล้อม ประเด็นทางสังคมและแรงงาน ประเด็นด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรมทางธุรกิจ เป็นต้น
การนำปัจจัย ESG ร่วมกับการวิเคราะห์การลงทุน (ESG Integration) กองทุนนำปัจจัย ESG มาพิจารณาร่วมกับการวิเคราะห์การลงทุนตามปกติ เช่น งบการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน ความเสี่ยง และผลตอบแทน เป็นต้น รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์ ควบคู่กับการพิจารณาด้านผลประกอบการ ความสามารถในการแข่งขัน และความเสี่ยง เพื่อประเมินความสามารถของบริษัทในการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN SDGs
การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์กับบริษัทจดทะเบียน (Active Ownership) กองทุนส่งเสริมการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน (Engagement) และการใช้สิทธิออกเสียง (Voting Proxy) เพื่อสนับสนุนให้บริษัทพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลัก ESG และเป้าหมาย UN SDGs อย่างต่อเนื่อง
(3) ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับ sustainability objective
กลยุทธ์การลงทุนทั้ง Negative Screening และ/หรือ ESG Integration และ/หรือ Active ownership เพื่อแสดงถึงการจัดการลงทุนที่มีการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ มีการนำปัจจัยด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับ sustainability objective (SRI Promote) และเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม
กองทุนใช้กระบวนการ ESG Integration เป็นเครื่องมือหลักในการส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ของพอร์ตการลงทุน โดยผนวกปัจจัย ESG เข้ากับทุกขั้นตอนของกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกำหนดกรอบการลงทุน การคัดเลือกหลักทรัพย์ การวิเคราะห์การลงทุน การควบคุมสัดส่วนการลงทุน ไปจนถึงการติดตามและการมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนอย่างเป็นรูปธรรมและตรวจสอบได้
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน
บริษัทจัดการมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับหลักการลงทุนอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ (Sustainable and Responsible Investing: SRI) โดยใช้ กระบวนการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG Integration) อย่างเป็นระบบ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน E, S และ G ของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว
ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการจะพิจารณากำหนดกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน (ESG Investment Universe) โดยพิจารณาหลักทรัพย์ที่มีคุณลักษณะด้าน ESG ที่เหมาะสมเป็นลำดับแรก ซึ่งครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลโดยอาศัยข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ดัชนีหรือการประเมินผลการดำเนินงานด้าน ESG รวมถึงดัชนี SETESG และข้อมูลการเปิดเผยของบริษัทจดทะเบียนบริษัทจัดการใช้กระบวนการคัดกรองหลักทรัพย์ (ESG Screening) เพื่อลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืน โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นด้าน ESG และ/หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือมีแหล่งที่มาของรายได้จากการผลิตอาวุธสงคราม ยาสูบ สื่อลามก การพนัน แอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มมึนเมา รวมกันเกินกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ต่อปีของกิจการ ตามที่ได้แสดงไว้ในงบการเงินปีล่าสุด ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าในระยะยาว อาทิ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สิทธิมนุษยชน จริยธรรมทางธุรกิจ หรือการกำกับดูแลกิจการ และ/หรือธุรกิจที่ไม่ปฏิบัติตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับ การยกระดับด้านธรรมาภิบาล (Governance) โดยพิจารณาบริษัทที่มีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส และได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับที่เหมาะสม รวมถึงบริษัทที่มีแผนหรือแนวทางการยกระดับการกำกับดูแลกิจการและการเพิ่มมูลค่าของกิจการอย่างเป็นรูปธรรม
ในการนี้ การคัดเลือกหลักทรัพย์ ครอบคลุมถึงบริษัทที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งสนับสนุนการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการ การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสื่อสารกับผู้ลงทุน
ทั้งนี้ การพิจารณาดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้กรอบ ESG Integration และวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน หลังจากผ่านกระบวนการคัดกรอง บริษัทจัดการจะนำปัจจัย ESG มาพิจารณา ควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางการเงินและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสของหลักทรัพย์ในระยะยาว รวมถึงใช้ข้อมูลด้าน ESG ประกอบการกำหนดน้ำหนักการลงทุน การจัดสรรการลงทุนในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม และการบริหารพอร์ตการลงทุนโดยรวม
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน
ผู้จัดการกองทุนจะบริหารจัดการลงทุนตามกลยุทธ์การลงทุนตามหลักความยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบเชิงลบ (Negative Screening) เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามหลักการ ESG ทั้งนี้ หลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน (ESG Investment Universe) โดยพิจารณาจากคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ โดยเฉพาะการพิจารณาด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) และการยกระดับการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นรูปธรรม
จากนั้น ผู้จัดการกองทุนจะนำข้อมูลปัจจัย ESG มาพิจารณาควบคู่กับการวิเคราะห์หลักทรัพย์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพภายใต้กระบวนการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้ากับการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) อย่างเป็นระบบเพื่อประเมินมูลค่าหลักทรัพย์และระดับความเสี่ยงรวมถึงใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกหลักทรัพย์และการจัดสรรการลงทุนของพอร์ตการลงทุน
ทั้งนี้ การพิจารณาหลักทรัพย์ภายใต้ ESG Investment Universe ครอบคลุมถึงบริษัทที่มีการยกระดับด้านธรรมาภิบาล และบริษัทที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบ ESG Integration และวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
บริษัทจัดการได้จัดให้มีแนวทางการกำกับดูแลภายในที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ากับกระบวนการตัดสินใจลงทุนอย่างเป็นระบบโดยการกำกับดูแลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การพิจารณาการลงทุนเป็นไปอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับนโยบายการลงทุน และส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว ในการดำเนินการ บริษัทจัดการมีการพิจารณาบทบาทและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องในการตัดสินใจลงทุนให้สามารถนำข้อมูลและปัจจัยด้าน ESG มาใช้ประกอบการพิจารณาได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ การพิจารณาดังกล่าวอาจครอบคลุมถึงการกำหนดแนวทางการลงทุน การทบทวนและพิจารณานโยบายหรือกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้จัดการกองทุนใช้ข้อมูล ESG จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ในการวิเคราะห์ ประเมิน และติดตามหลักทรัพย์ที่ลงทุน บริษัทจัดการมีแนวทางในการติดตามและทบทวนการนำ ESG Integration ไปใช้จริงในการตัดสินใจลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายที่กำหนด และสามารถปรับให้เหมาะสมกับลักษณะกองทุน สภาพแวดล้อมการลงทุน และบริบทด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ การกำกับดูแลภายในดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารจัดการของบริษัทจัดการ ซึ่งมุ่งเน้นให้การนำปัจจัย ESG ไปใช้ในการตัดสินใจลงทุนเป็นไปอย่างยืดหยุ่นเหมาะสมกับสถานการณ์ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน
บริษัทจัดการใช้แหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนที่หลากหลายและเหมาะสมเพื่อสนับสนุนการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เข้ากับกระบวนการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนของกองทุนอย่างรอบคอบและเป็นระบบ
แหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณาอาจรวมถึงข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลด้าน ESG รายงานหรือข้อมูลที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์เปิดเผยต่อสาธารณะข้อมูลจากการศึกษา วิเคราะห์ หรือวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้จากการมีส่วนร่วม การสื่อสาร หรือการติดตามกิจกรรมของบริษัทที่ลงทุน ทั้งนี้ เพื่อให้การประเมินปัจจัยด้าน ESG ครอบคลุมหลายมิติ และสะท้อนลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนได้อย่างเหมาะสม
บริษัทจัดการใช้ดุลยพินิจในการคัดเลือกและประเมินความเหมาะสมของแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนที่นำมาใช้โดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ความสอดคล้อง และความเหมาะสมกับลักษณะกองทุนและบริบทด้านการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ การใช้แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนตามวัตถุประสงค์ของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน โดยไม่กำหนดให้ต้องอาศัยแหล่งข้อมูลใดแหล่งหนึ่งเป็นการเฉพาะ
ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี)
กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่นๆ ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และ/หรือมีอัตราการเติบโตสูง และ/หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี แต่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ของกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด
ดัชนีชี้วัด
(ก) ดัชนี้ชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance benchmark)
กองทุนพิจารณาเลือกใช้ดัชนีชี้วัดของกองทุน (Benchmark) ได้แก่ ดัชนี SETESG TRI (ในสัดส่วน 100%) ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ดัชนี SETESG TRI เป็นดัชนีที่ถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization Weighted Index) และเป็นดัชนีที่สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวของราคากลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) ซึ่งมีขนาด (Market Capital Scale) และสภาพคล่อง (Liquidity) ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเหมาะสมซึ่งจะอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนดัชนีชี้วัดผ่านการประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลง Benchmark ของกองทุนตามข้างต้น ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
แนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี
(ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลดัชนี SETESG เพิ่มเติมได้ที่
https: //www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile และวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ได้ที่ www.set.or.th)
(ข) ดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (Reference ESG benchmark) (ถ้ามี)
ไม่มี
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน
ความเสี่ยงหลักที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนนี้ อาจได้แก่
แนวทางการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน
บริษัทจัดการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนโดยผนวกการพิจารณาปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ การจัดสรรการลงทุน และการติดตามการลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามแนวทางและมาตรการควบคุมที่กำหนดไว้ หากการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
แม้ว่ากองทุนจะมีการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG Integration) เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ และมีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน แต่การลงทุนของกองทุนอาจไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมตามที่คาดหวังได้เสมอไป เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกองทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ ภาวะเศรษฐกิจ หรือข้อจำกัดในการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุน
บริษัทที่กองทุนลงทุน ซึ่งในช่วงหนึ่งอาจมีคุณลักษณะสอดคล้องกับปัจจัย ESG อาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจ นโยบาย หรือกลยุทธ์ ที่ส่งผลให้ระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลลดลงในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน และอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุน
แนวทางการพิจารณาและการจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน
บริษัทจัดการจะติดตามการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสมตามนโยบายและกระบวนการลงทุนของกองทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะตระหนักถึงความเสี่ยงที่การลงทุนของกองทุนอาจส่งผลกระทบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนหรืออาจไม่สามารถสนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) ของกองทุนได้ตามที่คาดหวัง
ดังนั้น บริษัทจัดการอาจพิจารณากำหนดแนวทางในการพิจารณา ติดตาม และจัดการความเสี่ยงดังกล่าวโดยผนวกการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ (ESG Integration) อาทิ ในการพิจารณาก่อนการลงทุน บริษัทจัดการจะประเมินความสอดคล้องของการลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน
ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์ภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน (ESG Investment Universe) และการหลีกเลี่ยงการลงทุนในกรณีที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล และอาจรวมถึงภายหลังการลงทุน บริษัทจัดการจะติดตามการดำเนินงานด้าน ESG และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือนโยบายของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเสี่ยงที่การลงทุนอาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนในระยะต่อไป
ทั้งนี้ หากพบว่าการลงทุนใดมีแนวโน้มไม่เป็นไปตามนโยบายหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนบริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสม
เช่น การมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน การใช้สิทธิออกเสียงการปรับลดสัดส่วนการลงทุน หรือการพิจารณาจำหน่ายหลักทรัพย์ออกจากพอร์ตตามนโยบายและดุลยพินิจของบริษัทจัดการ
แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน
(ก) กระบวนการติดตามและตรวจสอบ
บริษัทจัดการจะมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกรอบการลงทุน (ESG Investment universe) อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การติดตามและการตรวจสอบดังกล่าวเป็นไปอย่างน้อยตามรอบระยะเวลาการทบทวนพอร์ตการลงทุน และ/หรือ ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญด้าน ESG โดยเฉพาะหากมีข่าวที่มีผลกระทบที่เกี่ยวกับด้าน ESG อันได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลหรือการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนนั้นๆ โดยเฉพาะหากพิจารณาแล้วว่าข่าวประเด็นดังกล่าวอาจมีผลกระทบเชิงลบต่อการบริหารจัดการกองทุนหรือพอร์ตการลงทุน รวมถึงกรอบนโยบายการลงทุน บริษัทจัดการจะติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดโดยไม่ชักช้า อาทิ การสอบถามผ่านที่ประชุมที่จัดโดยบริษัทจดทะเบียน การติดต่อสอบถามโดยตรงไปยังบริษัทนั้นๆ ผ่านช่องทางโทรศัพท์ การประชุมสายทางโทรศัพท์ การส่งจดหมายหรือสื่ออิเล็คทรอนิกส์ต่าง ๆ หรือรวมไปถึงการเข้าพบกรรมการ และ/หรือผู้บริหารของบริษัท เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและนำมาวิเคราะห์ จัดทำสรุปในแนวทางต่างๆ เพื่อนำเสนอหารือต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยง และ/หรือคณะกรรมการลงทุน (Investment Committee) เพื่อหาข้อสรุปและตัดสินใจในการบริหารจัดการกองทุนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ อาจอยู่ในแนวทางของการตัดสินใจในรูปแบบการบริหารจัดการลงทุนหรือพอร์ตการลงทุน เช่น ยังคงลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนนั้นต่อไป การปรับลดสัดส่วนหรือน้ำหนักการลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนนั้นลง หรือไม่ลงทุนในหุ้นนั้นเลย หรือพิจารณาตัดหุ้นของบริษัทจดทะเบียนนั้นออกจากกรอบการลงทุนของกองทุน แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและกองทุนเป็นสำคัญ
(ข) การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข
ในกรณีที่ตรวจพบว่าการลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนหรือ sustainability objective ของกองทุน บริษัทจัดการจะพิจารณาดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุนภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
โดยทั่วไป บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไข ภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ตรวจพบ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขขึ้นอยู่กับลักษณะของเหตุการณ์ ความรุนแรงของประเด็นด้านความยั่งยืน สภาพตลาด อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร บริษัทจัดการอาจพิจารณาขยายระยะเวลาในการแก้ไขตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
(ค) แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข
ในการแก้ไขกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการกองทุนรวมอาจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกัน ตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี ดังนี้
(1) การมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement)
บริษัทจัดการจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจการอย่างเข้มข้น เพื่อผลักดันให้กิจการปรับปรุงหรือยกระดับการดำเนินงานให้กลับมามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน หากการมีส่วนร่วมดังกล่าวไม่ประสบผลสำเร็จ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับลดสัดส่วนหรือจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินนั้นออกจากพอร์ตการลงทุน
(2) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor Disclosure)
บริษัทจัดการมีนโยบายเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบ ในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนหรือ sustainability objective ของกองทุนอย่างมีนัยสำคัญหรือเป็นกรณีต่อเนื่อง โดยอาจเปิดเผยผ่านรายงานรอบระยะเวลาบัญชี หรือการแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางที่บริษัทจัดการกำหนด เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลอย่างโปร่งใสและเพียงพอในการประกอบการตัดสินใจ
(3) การไถ่ถอนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน (Divestment)
บริษัทจัดการจะพิจารณาลดสัดส่วน ไถ่ถอน หรือ จำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน หรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) ของกองทุนออกจากพอร์ตการลงทุน ในกรณีที่การดำเนินการแก้ไขผ่านแนวทางอื่นแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ หรือเมื่อพ้นกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการแก้ไข ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปภายใต้ดุลยพินิจของบริษัทจัดการ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
สำหรับเงินลงทุนใหม่ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินเดียวกับกองทุน Thai ESG และเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและได้สิทธิในการรับเงินปันผล
สำหรับเงินลงทุนใหม่ เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในปี 2568 วงเงินใหม่สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยผู้ถือหน่วยลงทุนต้องซื้อหน่วยลงทุน ภายในวันที่ 2 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 โดยผู้ลงทุนลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและได้สิทธิในการรับเงินปันผล
สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนของกองทุน LTF เดิม และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุน LTF มากองทุน Thai ESGX เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินใหม่สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (ปีที่ 1 ไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนปีที่ 2-5 ลดหย่อนปีละเท่า ๆ กัน โดยไม่เกินปีละ 50,000 บาท) โดยผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งความประสงค์ในการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนภายในวันที่ 13 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 โดยผู้ลงทุนลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและได้สิทธิในการรับเงินปันผล
สำหรับเงินลงทุนใหม่ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินเดียวกับกองทุน Thai ESG และเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแต่ไม่ได้สิทธิในการรับเงินปันผล
สำหรับเงินลงทุนใหม่ เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในปี 2568 วงเงินใหม่สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยผู้ถือหน่วยลงทุนต้องซื้อหน่วยลงทุน ภายในวันที่ 2 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 โดยผู้ลงทุนลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแต่ไม่ได้สิทธิในการรับเงินปันผล
สำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนของกองทุน LTF เดิม และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุน LTF มากองทุน Thai ESGX เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีวงเงินใหม่สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (ปีที่ 1 ไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนปีที่ 2-5 ลดหย่อนปีละเท่า ๆ กัน โดยไม่เกินปีละ 50,000 บาท) โดยผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งความประสงค์ในการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนภายในวันที่ 13 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2568 โดยผู้ลงทุนลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแต่ไม่ได้สิทธิในการรับเงินปันผล