UGSTAR
ชนิดที่ 1เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล สตาร์ อิควิตี้ ฟันด์
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก Robeco Global Stars Equities IL USD รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
17.5207
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
15 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.86%
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 วัน
+0.73%
1 สัปดาห์
+1.09%
1 เดือน
-0.84%
3 เดือน
+1.67%
6 เดือน
+1.49%
1 ปี
+7.72%
5 ปี
-
สูงสุด
+12.74%
+7.72%(+1.2558)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 2.14% | 1.61% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 2% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) | 10% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5.35% | 1.86% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
(1) กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Robeco Global Stars Equities IL USD (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งและบริหารจัดการโดย Robeco Institutional Asset Management B.V. โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลัก จดทะเบียนที่ประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) และเป็น Société d'Investissement à Capital Variable (“SICAV”) โดยเป็นกองทุนที่จัดตั้งตามระเบียบของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO)
กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก การเลือกตราสารทุนเพื่อลงทุนจะใช้หลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในหุ้นที่มีกระแสเงินสดในระดับสูง มีอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพื่อการดำเนินงานของบริษัท Return on Invested Capital (ROIC) ที่จูงใจ และมีแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เหมาะสม
นอกจากนี้กองทุนหลักอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM))
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปยังประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยกองทุนหลักจะนำเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD) ไปลงทุนต่อในหลักทรัพย์ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และ/หรือ ในรูปสกุลเงินอื่นใด หากมีการเปลี่ยนแปลงโดยกองทุนหลักในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิปรับปรุงรายละเอียดโครงการและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
(2) ส่วนที่เหลือจะลงทุนใน ตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันทั้งในและต่างประเทศ หรือหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และ/หรือ อาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
(3) ในกรณีที่กองทุนปลายทางในต่างประเทศ (Master Fund) มีการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์สินที่กองทุนไทยสามารถลงทุนได้ ได้แก่ Securities lending ในอัตราส่วนที่มากกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนไทย และ/หรือ Credit Default Swap (protection seller) ในอัตราส่วนที่มากกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนไทย บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(3.1) บริษัทจัดการจะคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิม โดยกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ดังกล่าว จะมีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนเดิม และตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุนและบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนและเป็นประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนต่างประเทศกองทุนใหม่ที่มีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.ประกาศกำหนด หรือมีแนวทางให้ดำเนินการได้ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป
(3.2) หากเกิดกรณีใดๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนเดิมได้บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลังหักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
(4) ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หากกองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังต่อไปนี้
1 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ
2 ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง
ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
รายละเอียดการดำเนินการ
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1
3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
4 รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3 ให้สำนักงานทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ
(5) กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก กรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไถ่ถอนหน่วยลงทุนเกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก โดยคำสั่งไถ่ถอนที่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจทำรายการให้ในวันทำการถัดไป โดยคำสั่งดังกล่าวจะได้รับสิทธิในการจัดสรรก่อน กองทุนหลักอาจขยายระยะเวลาการคืนเงินที่เกิดจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่จะไม่เกิน 30 วันทำการของธนาคารพาณิชย์ กองทุนอาจมีความจำเป็นต้องนำเงินลงทุนกลับมายังกองทุนในกรณีที่มีอุปสรรคอันเนื่องมาจากกฏระเบียบของผู้ควบคุมการดูแลซื้อขาย หรือข้อจำกัดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ในตลาดซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของกองทุนหลักได้ลงทุนอยู่
(6) เนื่องจากกองทุนหลักจัดตั้งเป็นกองทุนรวมตราสารทุน ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งไม่ขัดกับระเบียบของ UCITS อย่างไรก็ดี โดยปกติตามเกณฑ์ไทยที่เกี่ยวข้อง กองทุนรวมตราสารทุน ต้องมีการลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่เนื่องจากกองทุนไทยมีลักษณะพิเศษเป็นกองทุน Feeder Fund ซึ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (กองทุนหลัก) ซึ่งประกาศที่ ทน. 87/2558 และหนังสือเวียนที่ ก.ล.ต.นจ.(ว) 3/2560 ได้อนุญาตให้กองทุนไทยสามารถกำหนดประเภทกองทุนตามชื่อหรือนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักได้
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ดังกล่าวข้างต้น หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการแก้ไขโครงการผ่านการประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสมเว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากสำนักงาน
ลักษณะสำคัญของกองทุน Robeco Global Stars Equities IL USD (กองทุนหลัก)
ชื่อกองทุน : Robeco Global Stars Equities IL USDบริษัทจัดการ :
(Management Company)
Robeco Institutional Asset Management B.V.วันที่จัดตั้ง Robeco Global Stars Equities Fund10 พฤศจิกายน 2551วันที่จัดตั้ง Robeco Global Stars Equities Fund - Class IL USD26 พฤศจิกายน 2562ประเภทโครงการ :กองทุนรวมตราสารทุนวัตถุประสงค์และนโยบาย
การลงทุน : กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวและส่งเสริมการลงทุนด้าน ESG โดยกองทุนหลักมีการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาพิจารณาใช้ในกระบวนการลงทุน (ESG Intergrated) นอกจากนี้กองทุนหลักมุ่งหวังจะมีฟุตพริ้นท์ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Footprint) ที่ดีกว่า Benchmark
กองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนโดยจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกตราสารทุนเพื่อลงทุนจะใช้หลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในหุ้นที่มีกระแสเงินสดในระดับสูง มีอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพื่อการดำเนินงานของบริษัท Return on Invested Capital (ROIC) ที่จูงใจ และมีแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เหมาะสม
กองทุนหลักส่งเสริมปัจจัยด้านความยั่งยืน ดังต่อไปนี้
กองทุนหลักมีการใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนดังต่อไปนี้
นอกจากนี้กองทุนหลักอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงและ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)
กองทุนหลักอาจพิจารณาลงทุนตามข้อจำกัดสัดส่วนการลงทุนของกองทุนและตามที่กฏหมายกำหนด ในตราสารทุน หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้ ตราสารในตลาดเงิน หน่วยลงทุน UCITS หรือตราสารอนุพันธ์ โดยสามารถลงทุนในตราสารอนุพันธ์ผ่านศูนย์ซื้อขาย หรือตราสารอนุพันธ์ที่ซื้อขายนอกตลาดทางการ (over-the-counter) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง futures, swaps, contracts for differences, currency forwards, options และ swaptions
แม้ว่ากองทุนหลักจะสามารถใช้ตราสารอนุพันธ์เพื่อการลงทุน เพื่อการป้องกันความเสี่ยง รวมถึงการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) แต่กองทุนหลักไม่มีเป้าหมายที่จะใช้เครื่องมือดังกล่าวในสัดส่วนสูงเพื่อจุดประสงค์ข้างต้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ กองทุนหลักไม่มีการกำหนดกลยุทธ์ในการใช้ตราสารอนุพันธ์แบบเฉพาะเจาะจง แต่จะใช้ตราสารอนุพันธ์ตามความเหมาะสม และข้อกำหนดที่ระบุไว้ในหลักเกณฑ์การลงทุน เพื่อให้การบริหารกองทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
Benchmark (กองทุนหลัก)MSCI World Index (Net Return, USD)
MSCI World Index (Net Return, USD) เป็น benchmark ที่แสดงถึง investment universe ของกองทุนหลัก แม้ว่า benchmark ดังกล่าวจะไม่ได้สะท้อนถึงการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม กองทุนหลักก็มีการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาใช้ในการพิจารณาลงทุน เพื่อมุ่งหวังให้กองทุนมีคะแนน carbon , water , waste footprint ที่ดีกว่า benchmark อย่างน้อย 20% และมีคะแนนด้าน ESG โดยรวมที่ดีกว่า benchmark โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาหลักเกณฑ์การจัดทำ benchmark เพิ่มเติมได้จาก https://www.msci.com/.
ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้งLuxembourgวันทำการซื้อขายทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลักอายุโครงการ :ไม่กำหนดการจ่ายเงินปันผล :ไม่จ่ายเงินปันผลผู้ดูแลผลประโยชน์/
ผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน
ของกองทุน : J.P. Morgan SE, Luxembourg BranchBloomberg Ticker :ROGSEIU LX (ISIN number : LU2080584019)Bloomberg Benchmark Ticker :NDDUWI IndexWebsitehttps://www.robeco.com/en-int/products/funds/isin-lu2080584019/robeco-sustainable-global-stars-equities-il-usd?tab=performance-costsค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมต่างประเทศค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกองทุนค่าธรรมเนียมการจัดการร้อยละ 0.88 ต่อปีค่าธรรมเนียมอื่นๆ Ongoing chargeร้อยละ 1.01 ต่อปีService Feeร้อยละ 0.12 ต่อปีExpected transaction costsร้อยละ 0.30 ต่อปีค่าธรรมเนียมที่เก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อไม่มีค่าธรรมเนียมการสั่งขายไม่มีค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนร้อยละ 1.00 (ปัจจุบัน ยกเว้น)อนึ่ง กองทุนหลักอาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้
ความเสี่ยงที่สำคัญของกองทุนหลัก:
(1) ความเสี่ยงด้านตลาด : ราคาหุ้นมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาดโดยทั่วไป และความผันผวนด้านราคาของเครื่องมือทางการเงิน นอกจากนั้นนักลงทุนควรทราบถึงความเป็นไปได้ที่มูลค่าการลงทุนจะเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และภาวะตลาด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ทางกองทุนจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าการลงทุนจะสามารถบรรลุจุดประสงค์การลงทุนของกองทุนได้ รวมถึงไม่สามารถรับประกันได้ว่ามูลค่าของตราสารที่กองทุนเข้าลงทุนจะไม่ลดลงต่ำกว่าราคาวันที่เริ่มเข้าลงทุน
(2) ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว : ตามนโยบายการลงทุน กองทุนอาจลงทุนในเครื่องมือทางการเงินที่ออกโดยบริษัทที่มีธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรม ภูมิภาค หรือตลาดเดียวกัน ซึ่งในกรณีดังกล่าว การกระจุกตัวของพอร์ตการลงทุนอาจทำให้พอร์ตการลงทุนได้รับผลกระทบด้านราคามากกว่าการลงทุนในพอร์ตที่ไม่มีการกระจุกตัว
(3) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน : พอร์ตการลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนอาจลงทุนในตราสารที่ไม่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ดังนั้นความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลบวกหรือผลลบต่อการลงทุนของกองทุนได้ กองทุนมีนโยบายบริหารอัตราแลกเปลี่ยนเชิงรุก โดยอาจมีการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนบางส่วนหรือทั้งหมด แต่ไม่ได้รับประกันว่ากองทุนสามารถป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในสินทรัพย์ที่ลงทุนได้ทั้งหมด
(4) ความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อ : ผลจากอัตราเงินเฟ้ออาจทำให้กระแสเงินสดที่ได้รับจากกองทุนมีมูลค่าลดน้อยลง
(5) ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กถึงกลาง : กองทุนอาจลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าตลาดเล็กถึงปานกลาง ทำให้กองทุนอาจเผชิญกับความเสี่ยง เช่น ความผันผวนของราคาที่สูงกว่าตลาดทั่วไป ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะชนมีน้อย สินทรัพย์มีสภาพคล่องน้อย หรือมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ
การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม
เนื่องจากกองทุน UGSTAR-M มีนโยบายลงทุนโดยมุ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Robeco Global Stars Equities IL USD (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว (Feeder fund) โดยกองทุนหลักเป็นกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์หรือข้อกำหนดการกำกับดูแลด้านความยั่งยืน Article 8 ของ SFDR (Article 8 of the Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR)) ดังนั้น การลงทุนของกองทุนไทยจึงเป็นการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนผ่านกองทุนหลัก รวมถึงการนำหรือผนวกปัจจัย ESG ซึ่งส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการกองทุนผ่านกองทุนหลักเช่นกัน อาทิ การกำหนดกรอบการลงทุนและกลยุทธ์การลงทุน หลักเกณฑ์และกระบวนการในการคัดเลือกหลักทรัพย์ เป็นต้น ทั้งนี้ กองทุนไทยไม่ได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์และ/หรือเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) ประเภท SRI Promote วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนไทยมีนโยบายลงทุนโดยมุ่งเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก โดยไม่ได้มีการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยตรง และมีบทบาทในการคัดเลือกกองทุนหลักที่มีแนวทางการลงทุนที่คำนึงถึงปัจจัย ESG
กองทุนหลักมีการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน (ESG Integration) โดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานควบคู่กับการประเมิน ESG และใช้กระบวนการคัดกรองและยกเว้นการลงทุน (Screening/Exclusion) ในธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน เช่น ธุรกิจอาวุธหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นต้น กองทุนหลักยังมีการใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น (Active Ownership/Proxy Voting) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทที่ลงทุนดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
โดยกองทุนหลักมุ่งส่งเสริมการลงทุนในบริษัทที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น UN Global Compact, UN Guiding Principles และ OECD Guidelines และหลีกเลี่ยงบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูง
นอกจากนี้ กองทุนหลักมีเป้าหมายให้พอร์ตการลงทุนมีคุณลักษณะด้าน ESG และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยคาร์บอน น้ำ และของเสีย อยู่ในระดับที่ดีกว่าดัชนีอ้างอิง
ดังนั้น การลงทุนของกองทุนไทยจึงเป็นการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนผ่านกองทุนหลัก
เป้าหมายด้านความยั่งยืน
กองทุนไทยไม่มีการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนเชิงผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง แต่มีการมุ่งส่งเสริมให้พอร์ตการลงทุนมีคุณลักษณะด้าน ESG ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก กองทุนไทยจึงมีบทบาทในการเลือกลงทุนในกองทุนหลักที่มีแนวทางการลงทุนที่คำนึงถึง ESG โดยไม่ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนในระดับกองทุนโดยตรง
กองทุนหลักมีการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนในลักษณะเชิงสัมพัทธ์ (relative ESG characteristics) เช่น การมีคะแนน ESG ที่ดีกว่าดัชนีอ้างอิง และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น carbon, water, waste footprint) เมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิง รวมถึงการจำกัดการลงทุนในบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูง และไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น UN Global Compact หรือ OECD Guidelines และมีการติดตามตัวชี้วัดด้าน ESG เช่น ESG score, footprint และระดับความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของบริษัทที่ลงทุน
ดังนั้น กองทุนไทยจึงมีลักษณะการส่งเสริมด้านความยั่งยืนในเชิงคุณลักษณะของพอร์ตการลงทุน (ESG characteristics) ผ่านกองทุนหลัก โดยไม่ได้มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนในเชิงผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง
กรอบการลงทุน (Investment Universe)
กรอบการลงทุนของกองทุนไทย คือ หน่วยลงทุนของกองทุนหลัก Robeco Global Stars Equities IL USD
กองทุนหลักมีกรอบการลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลก โดยเน้นบริษัทในประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เช่น มูลค่าตลาดขั้นต่ำ และสภาพคล่องที่เหมาะสม กองทุนหลักจำกัด universe โดยไม่รวมบริษัทที่ไม่สอดคล้องกับหลักสากลด้านความยั่งยืน เช่น การละเมิด UN Global Compact และจำกัดการลงทุนในธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบ เช่น ยาสูบ อาวุธ หรือเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นต้น
นอกจากนี้ กองทุนหลักมุ่งลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เช่น กระแสเงินสดสูง และมีอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (ROIC) ที่เหมาะสม รวมถึงมีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึง ESG
กรอบการลงทุนของกองทุนไทยจึงถูกกำหนดผ่านกรอบการลงทุนของกองทุนหลัก ซึ่งมีการผนวกปัจจัย ESG เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนด universe ของหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้
ทั้งนี้ กองทุนหลักมีแนวทางการลงทุนที่คำนึงถึงปัจจัย ESG การลงทุนของกองทุนไทยจึงเป็นการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนผ่านกองทุนหลัก ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) ประเภท SRI Promote ที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือสังคม (Social) หรือความยั่งยืน (“ESG”)
กลยุทธ์การลงทุน (Sustainability Strategy)
กองทุนไทยไม่มีการลงทุนหรือคัดเลือกหลักทรัพย์โดยตรง แต่ใช้กลยุทธ์การคัดเลือกกองทุนหลักที่มีการผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการลงทุน
กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน (ESG Integration) โดยใช้ข้อมูล ESG ควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการตัดสินใจลงทุน กองทุนหลักใช้กระบวนการคัดกรองและยกเว้นการลงทุน (Screening/Exclusion Strategy) เพื่อหลีกเลี่ยงธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน เช่น ธุรกิจอาวุธ ยาสูบ และเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือบริษัทที่ละเมิด UN Global Compact
กองทุนหลักมีการใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น (Active Ownership / Proxy Voting) และการมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน เพื่อส่งเสริมให้บริษัทพัฒนาการดำเนินธุรกิจด้าน ESG
กองทุนหลักมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เช่น กระแสเงินสดสูง และ ROIC ที่ดี ควบคู่กับการพิจารณาปัจจัย ESG เพื่อเพิ่มคุณภาพของการลงทุนในระยะยาว
กล่าวโดยสรุป กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนไทยจึงเป็นการนำแนวทาง ESG Integration, Screening และ Active Ownership ของกองทุนหลักมาใช้ในการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับ sustainability objective (SRI Promote)
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนไทยไม่ได้มีการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยตรง แต่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ซึ่งเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนหลักใช้การวิเคราะห์แบบ Bottom‑up ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยผสมผสานการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางการเงิน เช่น กระแสเงินสด (Free Cash Flow) และอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (ROIC) พร้อมกับการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG Integration) เข้ากับการวิเคราะห์การลงทุน เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสของบริษัท นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการใช้เครื่องมือและข้อมูล ESG เช่น ESG Dashboard และข้อมูลจากผู้ให้บริการภายนอก เพื่อประเมินคุณภาพด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุน โดยข้อมูล ESG อาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าและการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละตัว
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนไทยจึงเป็นการอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ของกองทุนหลัก ซึ่งผนวกการวิเคราะห์ด้านการเงินและ ESG เข้าด้วยกัน
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนไทยไม่ได้มีการวิเคราะห์หรือคัดเลือกหลักทรัพย์โดยตรง แต่ลงทุนผ่านกองทุนหลักซึ่งเป็นผู้ดำเนินกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนหลักใช้กระบวนการวิเคราะห์แบบ Bottom‑up โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นฐานของบริษัทแต่ละราย ร่วมกับการประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ดังนั้น ในกระบวนการวิเคราะห์จะมีการผนวกข้อมูล ESG เข้ากับการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ (ESG Integration) โดยประเมินทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เพื่อระบุความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน และข้อมูล ESG ถูกนำเสนอผ่านเครื่องมือ เช่น ESG Dashboard และข้อมูลจากผู้ให้บริการภายนอก เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาการลงทุน ผลจากการวิเคราะห์ ESG อาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าของบริษัท และการตัดสินใจลงทุน เช่น การปรับสมมติฐานทางการเงินหรือการกำหนดน้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์ กระบวนการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการคัดกรองหลักทรัพย์ที่ไม่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ของกองทุนไทยจึงอ้างอิงตามกระบวนการของกองทุนหลัก ซึ่งผนวก ESG เข้ากับการวิเคราะห์การลงทุนของกองทุนด้วย
ข้อจำกัดด้านการลงทุน
กองทุนไทยไม่ได้มีการกำหนดข้อจำกัดในการลงทุนในหลักทรัพย์โดยตรง เนื่องจากเป็นกองทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนหลักเป็นสำคัญ
กองทุนหลักมีการกำหนดข้อจำกัดในการลงทุน โดยใช้เกณฑ์การคัดกรองและการยกเว้นการลงทุน (Screening/Exclusion strategy) อาทิ การไม่ลงทุนในธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ ยาสูบ หรือเชื้อเพลิงฟอสซิล และไม่ลงทุนในบริษัทที่มีการละเมิดมาตรฐานสากล เช่น United Nations Global Compact (UNGC) หรือ OECD Guidelines
นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมีการจำกัดสัดส่วนการลงทุนในบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูง และมีระบบควบคุมการลงทุนทั้งก่อนและหลังการทำรายการ (Pre‑trade และ Post‑trade monitoring) เพื่อให้เป็นไปตามข้อจำกัดที่กำหนดไว้ และกองทุนหลักอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านการลงทุนตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรอบ UCITS และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
ข้อจำกัดด้านการลงทุนของกองทุนไทยจึงเป็นการอ้างอิงตามข้อจำกัดของกองทุนหลัก ซึ่งครอบคลุมทั้งข้อจำกัดด้าน ESG และข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อควบคุมความเสี่ยงและส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน
ดัชนีชี้วัด
(ก) ดัชนี้ชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance benchmark)
ดัชนี MSCI World Net Total Return USD (100%)
ปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ร้อยละ 95 และปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทนร้อยละ 5
กองทุนรวมนี้ไม่มี benchmark ที่เหมาะสมที่จะสะท้อนพอร์ตการลงทุนแบบยั่งยืน จึงเลือกใช้ benchmark ของกองทุนหลัก ซึ่งแสดงถึง investment universe ของกองทุนหลัก
โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาหลักเกณฑ์การจัดทำ benchmark เพิ่มเติมได้จาก
https: //www.msci.com/.
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนตัวชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับตัวชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนตัวชี้วัดดังกล่าวผ่านการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม ในกรณีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดเพื่อให้เป็นไปตามประกาศ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และ/หรือ ประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เกี่ยวกับมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวม และ/หรือ การเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดในการใช้เปรียบเทียบในกรณีที่ผู้ออกตัวดัชนีของตัวชี้วัดไม่ได้จัดทำหรือเปิดเผยข้อมูล/อัตราดังกล่าวอีกต่อไป บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าผ่านการประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลการตัดสินใจลงทุนได้
(ข) ดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (Reference ESG benchmark) (ถ้ามี)
ไม่มี
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน1. ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน อาจเกิดจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน
กองทุนไทยไม่ได้มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ แต่จะได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้าน ESG ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก
ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุนของกองทุนหลัก
มูลค่าหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนอาจได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์หรือสภาวะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก :
(1) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Economy) และ
(2) ความเสี่ยงจากผลกระทบทางกายภาพของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กระบวนการปรับตัวสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อมูลค่าหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก โดยมีปัจจัยจากนโยบายสาธารณะด้านสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหรือการเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ของตลาด (Market Sentiment) ความชอบของลูกค้า และ/หรือคุณค่าของสังคมซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะ ความเร็ว และจุดเน้นของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินและชื่อเสียงในระดับต่างๆ ต่อพอร์ตของกองทุนหลัก
ผลกระทบทางการเงินต่อหลักทรัพย์ของกองทุนหลักอาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น ความถี่ในการเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงบ่อยครั้งขึ้นและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตลอดจนความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ น้ำและดิน ความเครียดน้ำ (water stress) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการตัดไม้ทำลายป่า ความเสี่ยงทางกายภาพอาจเกิดขึ้น "เฉียบพลัน" เมื่อเกิดขึ้นจากเหตุการณ์รุนแรง เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุ และจะ "เรื้อรัง" เมื่อเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้น เช่น อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ความเครียดน้ำ (water stress) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และความขาดแคลนทรัพยากร
มูลค่าหลักทรัพย์ของกองทุนหลักอาจได้รับอิทธิพลในทางลบจาก ผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์เกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย สิทธิมนุษยชน แนวทางปฏิบัติในการขายและการติดฉลากผลิตภัณฑ์ สวัสดิการ ลูกค้า ความล้มเหลวในการกำกับดูแลสาธารณะ หรือโรคติดเชื้อ
หลักธรรมาภิบาลของผู้ออกหลักทรัพย์อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อมูลค่าหลักทรัพย์ของกองทุนหลัก ซึ่งเป็นผลมาจากจรรยาบรรณทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมการแข่งขัน การจัดการสภาพแวดล้อมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ
ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ การประเมินมูลค่า และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนของบริษัทที่ลงทุน แม้ว่ากองทุนหลักจะมีการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบด้าน ESG ได้ทั้งหมด
ดังนั้น กองทุนไทยจึงมีความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนผ่านกองทุนหลัก โดยอาจมีผลกระทบต่อผลตอบแทนของกองทุนในระยะสั้นหรือระยะยาว
แนวทางการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน
กองทุนไทยไม่ได้มีการวิเคราะห์หรือบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในระดับหลักทรัพย์โดยตรง แต่จะพิจารณาคัดเลือกกองทุนหลักที่มีแนวทางการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเป็นระบบ
กองทุนหลักมีการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน (ESG Integration) เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของบริษัทที่ลงทุน
กองทุนหลักมีการใช้เครื่องมือและข้อมูล ESG จากทั้งแหล่งข้อมูลภายในและภายนอก เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาส โดยผลการประเมิน ESG อาจมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนและการกำหนดน้ำหนักการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์
กองทุนหลักมีการควบคุมความเสี่ยงผ่านการคัดกรองและยกเว้นการลงทุน (Screening/Exclusion) รวมถึงการจำกัดการลงทุนในบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูง
นอกจากนี้ กองทุนหลักมีระบบควบคุมความเสี่ยงก่อนและหลังการลงทุน (Pre‑trade และ Post‑trade monitoring) และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแล เช่น Investment Restrictions Team เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง
กองทุนหลักมีการติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น (Active Ownership) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทปรับปรุงการดำเนินงานด้าน ESG
ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของกองทุนไทยจึงเป็นการอ้างอิงตามแนวทางของกองทุนหลัก ซึ่งผนวก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุนและมีระบบควบคุมความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
ความเสี่ยงจากการตัดสินใจลงทุนของกองทุนรวมที่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนและ/หรือ sustainability objective ของกองทุนรวม ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน
กองทุนไทยไม่ได้มีการลงทุนในหลักทรัพย์โดยตรง แต่จะได้รับผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก
แม้ว่ากองทุนหลักจะมีการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG Integration) เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ และมีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน แต่การลงทุนของกองทุนหลักอาจไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมตามที่คาดหวังได้เสมอไป เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกองทุน เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว เป็นต้น
ดังนั้น กองทุนไทยจึงมีความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนผ่านกองทุนหลัก ซึ่งอาจส่งผลต่อผลตอบแทนของกองทุนในระยะสั้นหรือระยะยาว
แนวทางการพิจารณาและการจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน
กองทุนไทยไม่ได้มีการพิจารณาหรือจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนในระดับหลักทรัพย์โดยตรง แต่จะพิจารณาคัดเลือกกองทุนหลักที่มีแนวทางการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเป็นระบบ
สรุปแนวทางการพิจารณาและการจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักมีการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกระบวนการวิเคราะห์การลงทุน เพื่อใช้ระบุและประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ลงทุน
กองทุนหลักใช้ข้อมูล ESG จากแหล่งข้อมูลภายในและภายนอก รวมถึงเครื่องมือวิเคราะห์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาส โดยผลการประเมินดังกล่าวอาจนำไปใช้ในการตัดสินใจลงทุนและการกำหนดน้ำหนักการลงทุน
กองทุนหลักมีการจัดการความเสี่ยงผ่านกลไก เช่น การคัดกรองและยกเว้นการลงทุน (Screening/Exclusion) และการจำกัดการลงทุนในบริษัทที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูง
นอกจากนี้ กองทุนหลักมีระบบควบคุมความเสี่ยงทั้งก่อนและหลังการลงทุน (Pre‑trade และ Post‑trade monitoring) เพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามข้อกำหนดและกรอบความเสี่ยงที่กำหนดไว้
กองทุนหลักมีการติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นเพื่อส่งเสริมให้บริษัทปรับปรุงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้าน ESG
ดังนั้น แนวทางการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของกองทุนไทยจึงอ้างอิงตามแนวทางของกองทุนหลัก ซึ่งผนวก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน และมีระบบควบคุมความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน
กระบวนการติดตามและตรวจสอบ การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข และแนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข โดยกองทุนหลักมีการ Monitor และแนวทางการดำเนินการเพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามกรอบ ESG ที่วางไว้ ดังนี้
กองทุนไทยไม่ได้มีการติดตามหรือกำหนดมาตรการจัดการในระดับหลักทรัพย์โดยตรง แต่จะติดตามกลยุทธ์และนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก
กระบวนการติดตามและตรวจสอบ
บริษัทจัดการจะติดตามกลยุทธ์และนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักทุกเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนของกองทุนหลักยังคงเป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้
การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข
ในกรณีที่ตรวจพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนหรือ sustainability objective ของกองทุน บริษัทจัดการจะพิจารณาดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุนภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น การปรับลดสัดส่วนการลงทุน หรือการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุน
โดยทั่วไป บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไข ภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ตรวจพบ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขขึ้นอยู่กับลักษณะของเหตุการณ์ ความรุนแรงของประเด็นด้านความยั่งยืน สภาพตลาด และการคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน
แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข
หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการจะพิจารณาแก้ไข เช่น เปลี่ยนแปลงกองทุนหลักให้มีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเดิม เป็นต้น โดยดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามที่ระบุในโครงการต่อไป
ดังนั้น แนวทางการควบคุมผลกระทบในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุน เป็นการอ้างอิงตามแนวทางของกองทุนหลัก ซึ่งมีระบบติดตาม ควบคุม และดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อจำกัดด้านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและ methodologies ที่กองทุนหลักใช้ในการบริหารจัดการกองทุนได้ที่
https: //www.robeco.com/en/key-strengths/sustainableinvesting/sustainability-reports-policies.html.
นอกจากนี้กองทุนหลักจะพิจารณาปัจจัยด้านความยั่งยืนดังต่อไปนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า กองทุนหลักบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืน
ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการโดยพลัน
เงื่อนไขอื่นๆ
(1) ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป และ/หรือ Class หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือ กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการกระทำผิดตามความเห็นของหน่วยงานกำกับดูแลของกองทุนต่างประเทศ และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนเกินจำเป็น เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักที่กองทุนลงทุนได้เลิกโครงการในขณะที่บริษัทจัดการยังดำเนินการบริหารและจัดการลงทุนกองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล สตาร์ อิควิตี้ ฟันด์ ทั้งนี้ เมื่อปรากฏกรณีดังกล่าวข้างต้นบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยเป็นไปตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด โดยจะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุน และในการโอนย้ายกองทุนดังกล่าว บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการในครั้งเดียว หรือทยอยโอนย้ายเงินทุน ซึ่งอาจส่งผลให้ ในช่วงเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน โดยอาจเป็นกองทุนที่บริหารและจัดการลงทุนโดย Robeco Institutional Asset Management B.V. หรือไม่ก็ได้ และ/หรือขอสงวนสิทธิในการเลิกโครงการจัดการกองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล สตาร์ อิควิตี้ ฟันด์ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยพลัน
(2) ในกรณีที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุน รวมถึงกฎเกณฑ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือประกาศอื่นใดที่กระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน Robeco Global Stars Equities IL USD ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์
ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ที่แตกต่างไปจากประกาศ
กองทุนจะไม่ลงทุนในทรัพย์สินประเภทหน่วย private equity
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป
ผู้ถือหน่วยลงทุนมีสิทธิที่จะได้รับการจัดสรรผลกำไรในรูปของเงินปันผล ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในหัวข้อเรื่อง "กำหนดเวลา วิธีการ และข้อจำกัดในการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน"
เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และคาดหวังที่จะได้รับผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของหน่วยลงทุนในระยะยาว (Total Return)
ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้สิทธิลดหย่อนภาษี และมีสิทธิที่จะได้รับการจัดสรรผลกำไรในรูปของเงินปันผล ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในหัวข้อเรื่อง "กำหนดเวลา วิธีการ และข้อจำกัดในการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน"