First Trust Cloud Computing ETF
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- สหรัฐอเมริกา
- จำนวนกองทุนไทย
- 1 กองทุน
1. กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือ First Trust Cloud Computing ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq, ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนบริหารและจัดการโดย First Trust Advisors L.P. กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี ISE CTA Cloud ComputingTM Index (“ดัชนีอ้างอิง”) โดยกองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมถึงการกู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ดัชนีอ้างอิงได้รับการพัฒนา ดูแล และสนับสนุนโดย Nasdaq,Inc (“ผู้ให้บริการดัชนี”) โดยผู้ให้บริการดัชนีอาจใช้ดุลพินิจตามความเหมาะสมเป็นครั้งคราวเพื่อรักษาความถูกต้องและความสมบูรณ์ของดัชนี บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ในขณะที่กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในหลายสกุลเงิน และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและความเหมาะสมในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ โดยถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนรับทราบและยินยอมให้ดำเนินการแล้ว 2. ส่วนที่เหลือจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก เงินฝาก ตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์, ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่า การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (Issue/Issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) เฉพาะในกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนทั้งในและ/หรือต่างประเทศไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติ เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ ราคาตลาดลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบปีบัญชี หรือกรณีอื่นใดที่จะก่อความเสียหายให้แก่กองทุนโดยรวม เป็นต้น และ/หรือ กรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร และ/หรือในช่วงระยะเวลาประมาณ 10 วันทำการ กรณีที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนสั่งซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขโครงการ ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือคณะกรรมการตลาดทุนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง บริษัทจัดการจะดำเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว เงื่อนไขอื่นๆ 1. ในกรณีที่กองทุนรวมหน่วยลงทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทาง*หากเกิดเหตุการณ์ที่กองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะใดดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. *กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้ (1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น (2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น 2. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก (classes หรือ sub-classes) หรือขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนที่แตกต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ 3. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็น Fund of Funds หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศได้ หรือกลับมาเป็นกองทุน Feeder Fund ได้โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการที่ www.principal.th หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดการกำหนดก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทุนดังกล่าว ในกรณีการดำเนินการดังกล่าวทำให้การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหัวข้อ “อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม” ส่วนที่ 6: การดำเนินการเมื่อการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนรวม ในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้ายกองทุนหลัก บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินในต่างประเทศ (offshore investment) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน ในกรณีที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้ายกองทุนหลัก อาจส่งผลให้ระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการดังกล่าว บริษัทจัดการจะประกาศให้ ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยไม่ชักช้า 4. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดมาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฏิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น 5. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนในแต่ละวันทำการซื้อขายไม่เกิน 10% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนหลัก ซึ่งในกรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลักมีการไถ่ถอนหน่วยลงทุนรวมกันในวันทำการซื้อขายเกินกว่าอัตราที่กำหนดไว้ดังกล่าว จำนวนหน่วยลงทุนที่ไถ่ถอนในส่วนที่เกิน 10% จะถูกนำไปทำรายการในวันทำการซื้อขายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนครั้งถัดไป (ตามข้อจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนที่สามารถทำรายการได้ตามที่กองทุนหลักกำหนด) ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุน และมูลค่าหน่วยลงทุนในวันที่ส่งคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนนั้น รวมทั้งอาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ (ถ้ามี) รายละเอียดกองทุนหลัก กองทุน First Trust Cloud Computing ETF ชื่อกองทุน : First Trust Cloud Computing ETF Class : ไม่มี ประเภท : กองทุนตราสารทุน อายุโครงการ : ไม่กำหนด วันจัดตั้งกองทุน : 5 กรกฎาคม 2554 ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง : สหรัฐอเมริกา (Stock Exchange: Nasdaq) สกุลเงินที่ลงทุน : USD วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก การจ่ายปันผล : มี บริษัทจัดการ : First Trust Advisors L.P. ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : Bank of New York Mellon Corp วัตถุประสงค์ในการลงทุน : กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี ISE CTA Cloud ComputingTM Index นโยบายการลงทุน : กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมถึงการกู้ยืมเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน ในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ดัชนี ISE CTA Cloud ComputingTM Index (“ดัชนีอ้างอิง”) ได้รับการพัฒนา ดูแล และสนับสนุนโดย Nasdaq,Inc (“ผู้ให้บริการดัชนี”) โดยผู้ให้บริการดัชนีอาจใช้ดุลพินิจตามความเหมาะสมเป็นครั้งคราวเพื่อรักษาความถูกต้องและความสมบูรณ์ของดัชนี ดัชนี ISE CTA Cloud ComputingTM Index (“ดัชนีอ้างอิง”) ดัชนีอ้างอิงถูกออกแบบมาเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมคลาวด์คอมพิวติ้ง ตามข้อมูลจากผู้ให้บริการดัชนี หลักทรัพย์ที่จะมีสิทธิ์รวมอยู่ในดัชนีจะต้องออกโดย “บริษัทคลาวด์คอมพิวติ้ง” ซึ่งจัดประเภทโดย Consumer Technology Association (“CTA”) ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจในหนึ่งหรือหลายประเภทดังต่อไปนี้ถือว่าเป็นบริษัทคลาวด์คอมพิวติ้ง: •Infrastructure-as-a-Service (IaaS) : บริษัทที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เช่น เซิร์ฟเวอร์ ที่เก็บข้อมูล และเครือข่าย ในรูปแบบบริการตามต้องการ •Platform-as-a-Service (PaaS) : บริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น virtualization, middleware และ/หรือ ระบบปฏิบัติการ ผ่านการให้บริการบนอินเทอร์เน็ต •Software-as-a-Service (SaaS) : บริษัทที่ให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้องค์กรอื่นสามารถดำเนินงานโดยใช้แอปพลิเคชันดังกล่าว ตามข้อมูลของผู้ให้บริการดัชนี หลักทรัพย์ที่จะมีสิทธิ์รวมอยู่ในดัชนีจะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ด้านขนาด (size) สัดส่วนหุ้นหมุนเวียน (float) และสภาพคล่อง (liquidity) รวมทั้งต้องถูกจัดประเภทเป็น หุ้นสามัญ (common stock), หุ้นธรรมดา (ordinary share) หรือใบฝากรับฝากหลักทรัพย์ (depositary receipt) และต้องจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของดัชนี (Index eligible exchange) และมีประวัติการซื้อขายในตลาดดังกล่าวแล้ว อย่างน้อยสามเดือน เพื่อให้มีสิทธิ์ถูกนำเข้าดัชนี นอกจากนี้ เพื่อให้มีสิทธิ์รวมอยู่ในดัชนี ผู้ออกหลักทรัพย์จะต้องไม่ถูกระบุโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) ว่าใช้บริษัทตรวจสอบบัญชีที่ถูกคณะกรรมการกำกับดูแลการสอบบัญชีบริษัทมหาชน (PCAOB) ระบุชื่อภายใต้กฎหมาย Holding Foreign Companies Accountable Act (HFCAA) หลักทรัพย์จากผู้ออกเดียวกันจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามดุลยพินิจของผู้ให้บริการดัชนีในการพิจารณาความเหมาะสมสำหรับการรวมอยู่ในดัชนี วิธีการคำนวณคะแนนและน้ำหนักของดัชนี ตามข้อมูลของผู้ให้บริการดัชนี ดัชนีใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักแบบปรับตามความแข็งแกร่งของธีม (modified theme strength weighted methodology) โดยใช้อ้างอิงจาก “คะแนนคลาวด์” (cloud score) ของหลักทรัพย์แต่ละตัว การคำนวณ cloud score ขึ้นอยู่กับการที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ดำเนินธุรกิจในหมวดหมู่ใดบ้างจาก 3 หมวดหมู่ ได้แก่ IaaS, PaaS และ/หรือ SaaS: • หากดำเนินธุรกิจในหมวด IaaS จะได้ 3 คะแนน • หากดำเนินธุรกิจในหมวด PaaS จะได้ 2 คะแนน • หากดำเนินธุรกิจในหมวด SaaS จะได้ 1 คะแนน บริษัทหนึ่งอาจดำเนินธุรกิจได้หลายหมวด ทำให้หลักทรัพย์หนึ่งตัวสามารถมี cloud score สูงสุด 6 คะแนน น้ำหนักของแต่ละหลักทรัพย์คำนวณโดยนำ cloud score ของหลักทรัพย์นั้นหารด้วยผลรวม cloud score ของหลักทรัพย์ทั้งหมดในดัชนี ข้อจำกัดเพิ่มเติม ได้แก่: • น้ำหนักของหลักทรัพย์แต่ละตัว ต้องไม่เกิน 4.5% และต้องไม่ต่ำกว่า 0.25% • และน้ำหนักของหลักทรัพย์ใด ๆ ต้องไม่เกิน 10% ของอัตราส่วนระหว่างมูลค่าหลักทรัพย์ตาม free float ของหลักทรัพย์นั้นกับมูลค่า free float มัธยฐานของหลักทรัพย์ทั้งหมดในดัชนี กองทุนยังสามารถลงทุนในบริษัทที่มีขนาดมูลค่าตลาดแตกต่างกัน หลักทรัพย์นอกสหรัฐ และใบฝากรับฝากหลักทรัพย์ได้ และเพื่อให้สามารถเข้าถึงบริษัทจีนบางแห่งที่รวมอยู่ในดัชนีแต่ไม่สามารถลงทุนโดยตรงได้โดยนักลงทุนต่างชาติ กองทุนอาจลงทุนจำนวนมากในบริษัทเชลล์นอกจีน ที่จัดตั้งโครงสร้างที่เรียกว่า Variable Interest Entities (VIEs) เพื่อสร้างการเข้าถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของบริษัทจีนเหล่านั้น การปรับองค์ประกอบดัชนีและผลกระทบต่อกองทุน ดัชนีจะมีการปรับองค์ประกอบ (reconstituted) และปรับน้ำหนัก (rebalanced) เป็นรายไตรมาส โดยกองทุนจะปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับดัชนีทันทีหลังจากที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลง ทำให้กองทุนอาจมีอัตราการหมุนเวียนพอร์ตสูงขึ้น กองทุนจะมีสัดส่วนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหรือกลุ่มอุตสาหกรรมตามระดับความกระจุกตัวของดัชนี โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนเป็นจำนวนมากในกลุ่ม เทคโนโลยีสารสนเทศแต่สัดส่วนดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ การลงทุนของกองทุนจะเปลี่ยนแปลงตามดัชนี และอาจทำให้กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนมากในประเทศหรือภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มีสัดส่วนสูง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 หากกองทุนมีการลงทุนสัดส่วนมากในประเทศหรือภาคใดก็จะต้องเผชิญความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเทศหรือภาคอุตสาหกรรมนั้น ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Sales Charge) : ไม่มี ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge) : ไม่มี ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : 0.60% ต่อปี ค่าธรรมเนียมรวม (Total Expense) : 0.60% ต่อปี หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้ ตัวชี้วัด (benchmark) : ISE CTA Cloud ComputingTM Index Bloomberg ticker : SKYY Master Fund ISIN : US33734X1928 ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ftportfolios.com/retail/etf/ETFholdings.aspx?Ticker=SKYY ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ PRINCIPAL GCLOUD ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
7
ระดับ 7 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 10 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| PRINCIPAL GCLOUD-A | -6.3% | -14.6% | -53.6% | 1.96% |