Rayliant-ChinaAMC Transformative China Tech ETF
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- สหรัฐอเมริกา
- จำนวนกองทุนไทย
- 1 กองทุน
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Rayliant-ChinaAMC Transformative China Tech ETF (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักจัดตั้งและบริหารจัดการโดย Rayliant Investment Research หรือ Rayliant Asset Management โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ Solactive ChinaAMC Transformative China Tech Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่วัดผลการดำเนินงานของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในจีนและฮ่องกง จำนวนประมาณ 100 บริษัทที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น การประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) เป็นต้น โดยดัชนีอ้างอิงใช้แนวทางแบบอิงตามเกณฑ์ (Rules-based approach) ซึ่งใช้ค่าชี้วัดทางด้านการเงินและด้านนวัตกรรมในการคัดเลือกบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศจีน กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การบริหารแบบ การสร้างพอร์ตจำลองดัชนีเต็มรูปแบบ (Full Replication) โดยกองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับน้ำหนักของหลักทรัพย์นั้น ๆ ในดัชนีอ้างอิง โดยในสถานการณ์ปกติ กองทุนหลักมีนโยบายที่จะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง รวมถึงอาจลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับหลักทรัพย์ในดัชนี (Participatory Notes) นอกจากนี้ กองทุนอาจใช้ Total Return Swaps เพื่อสร้างผลตอบแทนสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของดัชนีอ้างอิงอีกด้วย 2. สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนใน หรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้หรือเงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงินและลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. เพื่อการดำเนินการของกองทุน รอจังหวะการลงทุนในต่างประเทศ รักษาสภาพคล่องของกองทุน หรือสำหรับการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ กองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 3. กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และกองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดังนั้น กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่กองทุนนำเงินบาทไปลงทุน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ 4. กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (unlisted securities) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีสามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น 5. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียมการลงทุน หรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. กำหนดหรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวน หรือโครงการหรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการหรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทจัดการเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน หรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนนี้เป็นสำคัญ ทั้งนี้บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว ข้อมูลทั่วไปของกองทุน RAYLIANT-CHINAAMC TRANSFORMATIVE CHINA TECH ETF (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 28 มกราคม 2569) ชื่อกองทุนRayliant-ChinaAMC Transformative China Tech ETFวันที่จัดตั้ง25 กันยายน 2568อายุโครงการไม่กําหนดชนิดหน่วยลงทุนไม่มีBloomberg TickerCNQQ:USISIN CodeUS 7546401008สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)หน่วยงานที่กํากับดูแลU.S. Securities and Exchange Commissionตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกาวันทําการซื้อขายทุกวันทําการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ NASDAQการจ่ายเงินปันผลจ่าย (รายเดือน)ผู้จัดการกองทุน (Investment Adviser)Rayliant Investment Research หรือชื่อ Rayliant Asset Managementผู้รับฝากหลักทรัพย์ (Custodian)Brown Brothers Harriman & Co.ผู้สอบบัญชี (Independent Registered Public Accounting Firm)Cohen & Company, Ltd.นายทะเบียน (Transfer Agent)Brown Brothers Harriman & Co.ดัชนีชี้วัดSolactive ChinaAMC Transformative China Tech Indexวัตถุประสงค์การลงทุน : เพื่อสร้างตอบแทนจากการลงทุนให้ใกล้เคียงผลตอบแทน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย) ของดัชนี Solactive ChinaAMC Transformative China Tech (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่ออกแบบมาเพื่อวัดผลการดำเนินงานของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในจีนและฮ่องกง จำนวนประมาณ 100 บริษัท และประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น การประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) เป็นต้น โดยดัชนีอ้างอิงใช้แนวทางแบบอิงตามเกณฑ์ (Rules-based approach) ซึ่งใช้ค่าชี้วัดทางด้านการเงินและด้านนวัตกรรมในการคัดเลือกบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศจีน นโยบายการลงทุน: ในสถานการณ์ปกติ กองทุนหลักมีนโยบายที่จะลงทุนไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินรวมในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี Solactive ChinaAMC Transformative China Tech (ดัชนีอ้างอิง) รวมถึงอาจลงทุนในตราสาร (Participatory Notes) ที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับหลักทรัพย์ในดัชนี นอกจากนี้ กองทุนอาจใช้ Total Return Swaps เพื่อสร้างผลตอบแทนสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของดัชนีอ้างอิงอีกด้วย กลยุทธ์การลงทุน: กองทุนใช้กลยุทธ์การบริหารแบบ Full Replication (การสร้างพอร์ตจำลองดัชนีเต็มรูปแบบ) โดยกองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับน้ำหนักของหลักทรัพย์นั้นๆ ในดัชนีอ้างอิง ข้อมูลดัชนีอ้างอิง: ดัชนี Solactive ChinaAMC Transformative China Tech เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง รวมถึงตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น (ผ่านระบบ China Stock Connect) ประมาณ 100 หลักทรัพย์ การคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าดัชนี (Index Selection) ในวันคัดเลือกหลักทรัพย์ (Selection Day) ผู้จัดทำดัชนี (Index Administrator) จะดำเนินการทบทวนองค์ประกอบของดัชนี โดยในขั้นตอนแรก ผู้จัดทำดัชนีจะกำหนดกลุ่มหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของดัชนี (Index Universe) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวประกอบด้วยหลักทรัพย์ทั้งหมดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด และใช้เป็นฐานในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่จะเป็นองค์ประกอบของดัชนี จากนั้น ผู้จัดทำดัชนีจะคัดเลือกองค์ประกอบของดัชนีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และกำหนดน้ำหนักของหลักทรัพย์แต่ละหลักทรัพย์ตามวิธีการที่กำหนด 1. หลักเกณฑ์การกำหนดกลุ่มหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นUniverse ของดัชนี (Index Universe Requirements) กลุ่มหลักทรัพย์ที่ใช้เป็น Universe ของดัชนี (Index Universe) จะประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ 1) เป็นองค์ประกอบของ Solactive GBS China All Cap USD Index PR (ISIN: DE000SLA4X77) หรือ Solactive GBS Hong Kong All Cap Index PR (ISIN: DE000SLA4JX8) ณ วันคัดเลือกหลักทรัพย์ (Selection Day) 2) บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ต้องมีสำนักงานใหญ่หรือจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศจีนหรือเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 3) หลักทรัพย์ต้องจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งใดแห่งหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX)ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้หรือเซินเจิ้น ผ่านโครงการ China Stock Connect4) มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Value Traded) ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนก่อนและรวมถึงวันคัดเลือกหลักทรัพย์ ไม่น้อยกว่า 60 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอยู่แล้ว 120 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนี 5) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Total Market Capitalization) ณ วันคัดเลือกหลักทรัพย์ ไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอยู่แล้ว และ 25,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้เป็นองค์ประกอบของดัชนี 6) หลักทรัพย์ต้องเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงและรวมวันคัดเลือกหลักทรัพย์ 7) บริษัทต้องอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Index Categories) กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ยานยนต์และการขนส่ง (Automotive and Transportation)เทคโนโลยีด้านบริการเชิงพาณิชย์และบริการผู้บริโภค (Commercial and Consumer Service Technology)ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า (Electronics and Electrical Products)เทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Technology)เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมและการผลิต (Industrial and Manufacturing Technology)เทคโนโลยีดิจิทัลและซอฟต์แวร์ (Digital Technology and Software)8) บริษัทแต่ละแห่งสามารถมีหลักทรัพย์ได้เพียง 1 ประเภท (Share Class) ที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกเข้าสู่Universe การลงทุนของดัชนี โดยจะเลือก Share Class ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าในช่วง 6 เดือนก่อนและรวมถึงวันคัดเลือกหลักทรัพย์ ผู้จัดทำดัชนีจะติดตามและประเมินความเหมาะสมของหลักเกณฑ์การกำหนดUniverse ของดัชนีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ของดัชนี ทั้งนี้ หากสภาวะตลาด กฎระเบียบ วิธีการคำนวณดัชนี หรือปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลง ผู้จัดทำดัชนีอาจปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวตามนโยบายที่กำหนด เพื่อรักษาความเหมาะสมและความน่าเชื่อถือของดัชนี การกำหนด Universe ของดัชนีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างเป็นระบบ (Rule-based) โดยผู้จัดทำดัชนีไม่มีดุลยพินิจในการคัดเลือกหลักทรัพย์เป็นรายกรณี 2. หลักเกณฑ์การคัดเลือกองค์ประกอบของดัชนี (Selection of the Index Components) การกำหนดองค์ประกอบเริ่มแรกของดัชนี รวมถึงการทบทวนองค์ประกอบในการปรับดัชนีตามรอบปกติ จะดำเนินการในวันคัดเลือกหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ จัดอันดับหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งหมดตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Total Market Capitalization) จากมากไปน้อย และคัดเลือกหลักทรัพย์จำนวน 300 หลักทรัพย์แรกเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป หากมีหลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์น้อยกว่า 300 หลักทรัพย์ ให้ใช้หลักทรัพย์ทั้งหมดที่ผ่านเกณฑ์สำหรับหลักทรัพย์ที่ผ่านการคัดเลือกจะคำนวณอันดับเปอร์เซ็นไทล์ (Percentile Rank) ของแต่ละบริษัท โดยพิจารณาจากค่าเฉลี่ยของค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (Average R&D Expenditure) และค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาต่อรายได้ (Average R&D Expenditure-to-Revenue Ratio) โดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีสำหรับบริษัทที่มีอันดับเปอร์เซ็นไทล์อยู่ในกลุ่มต่ำสุดร้อยละ 30 ของตัวชี้วัดข้อใดข้อหนึ่ง จะมีการปรับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Adjusted Total Market Capitalization) และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนการถือครองโดยผู้ลงทุนทั่วไป (Adjusted Free Float Market Capitalization) โดยนำค่าที่คำนวณได้ก่อนการปรับมาคูณด้วย 0.5จากหลักทรัพย์ที่ผ่านการคัดเลือก จะคัดเลือกหลักทรัพย์จำนวน 100 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมที่ปรับแล้ว (Adjusted Total Market Capitalization) สูงที่สุด เพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนีผู้จัดทำดัชนีจะติดตามและประเมินหลักเกณฑ์การคัดเลือกองค์ประกอบของดัชนีอย่างต่อเนื่อง และอาจปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด กฎระเบียบ วิธีการคำนวณดัชนี หรือปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาวัตถุประสงค์และความน่าเชื่อถือของดัชนี ทั้งนี้ การคัดเลือกองค์ประกอบของดัชนีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างเป็นระบบ (Rule-based) โดยผู้จัดทำดัชนีไม่มีดุลยพินิจในการคัดเลือกหลักทรัพย์เป็นรายกรณี 3. หลักเกณฑ์การกำหนดน้ำหนักหลักทรัพย์ในดัชนี (Weighting of the Index Components) ในวันคัดเลือกหลักทรัพย์ผู้จัดทำดัชนีจะกำหนดน้ำหนักของแต่ละหลักทรัพย์โดยอ้างอิงจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนการถือครองโดยผู้ลงทุนทั่วไป (Adjusted Free Float Market Capitalization) ทั้งนี้ ดัชนีกำหนดเพดานน้ำหนักของแต่ละหลักทรัพย์ไว้ไม่เกิน ร้อยละ 10 ของดัชนี หากหลักทรัพย์ใดมีน้ำหนักเกินกว่าร้อยละ 10 ส่วนที่เกินจะถูกจัดสรรใหม่ให้แก่หลักทรัพย์อื่นในดัชนีตามสัดส่วน โดยดำเนินการในลักษณะวนซ้ำ (Iterative Basis) จนกว่าน้ำหนักของหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด การทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์และปรับน้ำหนักหลักทรัพย์ในดัชนี ดัชนีอ้างอิงมีการทบทวนรายชื่อองค์ประกอบของดัชนี (Reconstitution) และปรับน้ำหนักหลักทรัพย์ในดัชนี (Rebalancing) ปีละ 2 ครั้ง (Semi-Annual Basis) วันฐานของดัชนี คือ วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 โดยค่าเริ่มต้นที่ 1000 ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ดัชนีประกอบด้วยหลักทรัพย์ จำนวน 99 หลักทรัพย์ โดยหลักทรัพย์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดอยู่ที่ร้อยละ 7.88% สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีอ้างอิง รวมถึงรายชื่อหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงได้ที่ https://www.solactive.com/index/DE000SL0QG32/ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย : ค่าธรรมเนียมการทํารายการซื้อและขาย (Transaction Fee on Purchases and Sales): ไม่มี ค่าธรรมเนียมการนําเงินปันผลไปลงทุนต่อ (Transaction Fee on Reinvested Dividends): ไม่มี ค่าธรรมเนียมการแปลงหน่วยลงทุนเป็นหน่วย ETF (Transaction Fee on Conversion to ETF Shares): ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุน (% ต่อปี) : ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุนรวม (Total Expense Ratio): 0.75% รายละเอียดของกองทุนหลักแปลมาจากเอกสารของกองทุนหลัก เช่น Fund Fact Sheet หนังสือชี้ชวน (Prospectus) เอกสารข้อมูลเพิ่มเติม (Statement of Additional Information: SAI) และรายงานประจำปีของกองทุนหลัก รวมถึง Fact Sheet และหลักเกณฑ์ในการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ของผู้จัดทำดัชนีอ้างอิง ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่าง หรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับ ให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยจะแจ้งให้ ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ TLCNTECH100-X ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 10 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| TLCNTECH100-X | — | — | — | 0.79% |