KKP WIN-UH
ที่เลือกสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนประเภทอื่นที่บริษัทจัดการจะประกาศรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมในอนาคต
กองทุนเปิดเคเคพี WORLD EQUITY HIGH INCOME - UNHEDGED
เน้นลงทุนในหุ้น ผ่านกองทุนหลัก iShares World Equity High Income Active UCITS ETF รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ป้องกันความเสี่ยง FX เกือบทั้งหมด • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 1.0% • รับเงินคืน T+3
NAV ล่าสุด
11.193
2026-07-31
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
69 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
6
ระดับ 6 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
—
ยังไม่มีข้อมูล
1 วัน
+0.36%
1 สัปดาห์
-0.48%
1 เดือน
-
3 เดือน
-
6 เดือน
-
1 ปี
-
5 ปี
-
สูงสุด
+1.33%
+1.33%(+0.1469)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
ยังไม่มีข้อมูลค่าธรรมเนียมของกองนี้
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ หากเกิดเหตุตามข้อ 1) และ 2) กองทุนอาจจะยังคงมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ และตราสารทุนดังกล่าวอยู่ โดยจะดำรงสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
(1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว
(2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)
ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง
ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต
ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนจะมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่อาจมีสินค้า ตัวแปร หรือหลักทรัพย์อ้างอิงกับดัชนี บริษัทจัดการจะเปิดเผยเหตุในการเปลี่ยนแปลงการคำนวณดัชนี การยกเลิกการคำนวณดัชนี ตลอดจนแนวทางการดำเนินการของกองทุนรวมในกรณีปรากฏเหตุดังกล่าว ก่อนการทำธุรกรรม
ทั้งนี้ สำหรับเงินที่กองทุนจะได้รับ เช่น เงินที่จะได้รับจากการที่กองทุนส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนหลักจากการที่ผู้ถือหน่วยสั่งขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุน และ/หรือเงินที่จะได้รับในกรณีที่กองทุนหลักมีการจ่ายปันผล (ถ้ามี) ให้กับกองทุน เป็นต้น บริษัทจัดการอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสำหรับเงินที่จะได้รับดังกล่าว โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ
ส่วนกองทุน iShares World Equity High Income Active UCITS ETF (กองทุนหลัก) อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) เพื่อช่วยให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลักซึ่งรวมถึงการลงทุนเพื่อให้กองทุนหลักมี exposure ในตราสารทุนตามที่ระบุไว้ในนโยบายลงทุนและเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ ผู้จัดการลงทุนของกองทุนหลักจะใช้วิธีการ Commitment Approach เพื่อจำกัด global exposure ของกองทุนหลักให้ไม่เกินร้อยละ 100 ของ NAV ของกองทุนหลัก และกองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
จากแหล่งข้อมูล: Prospectus dated 2 March 2026 and Fund Fact Sheet as of February 2026
ชื่อกองทุนรวมในต่างประเทศiShares World Equity High Income Active UCITS ETFShare ClassU.S. Dollar (Distributing) ISINIE000KJPDY61 สกุลเงินของ Share Class (Share Class Currency)ดอลลาร์สหรัฐ (U.S. Dollar) วันที่เริ่มต้นกองทุน
(Fund Launch Date) และวันเริ่มต้น share class (Share Class Inception Date)22 มีนาคม 2567 (22 March 2024)ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง
ไอร์แลนด์ (Ireland)หน่วยงานที่กำกับดูแล
Central Bank of Irelandตลาดหลักทรัพย์
Deutsche Börse Xetraสกุลเงินที่ใช้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (Listing Currency)
ยูโร (EUR)บริษัทจัดการ (Manager)BlackRock Asset Management Ireland Limitedผู้จัดการกองทุน
(Investment Manager)
BlackRock Advisors (UK) Limitedผู้ปฏิบัติการจัดการกองทุน(Administrator) และนายทะเบียนกองทุน (Registrar)State Street Fund Services (Ireland) Limitedผู้รับฝากทรัพย์สิน (Depositary)State Street Custodial Services (Ireland) Limitedผู้สอบบัญชี (Auditor)Deloitte Ireland LLPอายุโครงการ
ไม่กำหนดการจ่ายเงินปันผล (Distribution)
รายไตรมาส (ในเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม)วันทำการซื้อขาย
ทุกวันทำการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ Deutsche Börse Xetraดัชนีชี้วัด (Benchmark)
MSCI World Index (Net)
วัตถุประสงค์การลงทุน
วัตถุประสงค์ในการลงทุนของกองทุนหลักคือการสร้างกระแสเงินสด (income) และการเติบโตของเงินลงทุน โดยที่มีระดับความผันผวนที่ต่ำกว่าการลงทุนในตราสารทุนของตลาดพัฒนาแล้ว
นโยบายการลงทุน
กองทุนหลักมีการบริหารเชิงรุก เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการลงทุน โดยกองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์ดังต่อไปนี้:
โดยภายใต้สภาวะตลาดปกติ กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของทรัพย์สินทั้งหมดในตราสารทุนและตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (ได้แก่ Call Options Futures และสัญญาสวอป (Swaps)) ของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในตลาดพัฒนาแล้ว
เพื่อสร้างกระแสเงินสด กองทุนหลักจะทำการขาย Call Options ที่อ้างอิงกับดัชนีตราสารทุนของตลาดที่พัฒนาแล้วในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง เช่น S&P 500, FTSE 100, Nikkei และ Euro Stoxx 50 ทั้งนี้ สัญญาออปชัน (options) คือ ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งให้สิทธิแก่ผู้ซื้อออปชันในการซื้อ (ในกรณีที่ใช้สิทธิในการซื้อ จะซื้อในราคาที่ตกลงกันล่วงหน้า (ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า “ราคาใช้สิทธิ” หรือ “Strike Price”)) โดยเมื่อกองทุนหลักขาย Call options กองทุนหลักจะได้รับค่าธรรมเนียม (Premium) แม้ว่าการเคลื่อนไหวของ Call options ดังกล่าวจะไม่ได้มีความสัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์กับสินทรัพย์อ้างอิง แต่ Call options ดังกล่าวอาจส่งผลต่อกองทุนหลักโดยทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนถูกจำกัด ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อจำกัดดังกล่าว กองทุนหลักจะทำการซื้อสัญญา Futures ที่อ้างอิงกับดัชนีตราสารทุนของตลาดที่พัฒนาแล้วในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง เช่น S&P 500, FTSE 100, Nikkei และ Euro Stoxx 50 โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงระดับของการทำธุรกรรม Options และ Futures ในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ สัญญา Futures คือ ข้อตกลงในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่กำหนดไว้ ณ ราคาที่กำหนดล่วงหน้า โดยจะมีการส่งมอบและชำระเงินในอนาคตตามที่กำหนด
นอกจากนี้ กองทุนหลักจะลงทุนให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
กองทุนหลักใช้แบบจำลองเชิงปริมาณ (Quantitative) (เช่นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ หรือสถิติ) สำหรับการคาดการณ์ ซึ่งเป็นแบบจำลองของผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลัก เพื่อให้สามารถคัดเลือกหุ้นได้อย่างเป็นระบบ (Rule-based) โดยแบบจำลองดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อให้ความสำคัญกับปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านการปรับตัวลดลงของราคา (Downside Protection) และเพื่อหาโอกาสในการลงทุนที่เกิดจากการที่ราคาของหุ้นไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง (Mispricing) โดยกองทุนหลักจะพยามใช้ประโยชน์จากปัจจัยดังกล่าวด้วยการปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นบางรายการให้สูงกว่าหรือต่ำกว่าน้ำหนักของหุ้นดังกล่าวเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนี MSCI World Index ในขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นควบคุมความเสี่ยงส่วนเพิ่ม (Incremental risk) ด้วย
กองทุนหลักอาจลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดในตราสารหนี้ (โดยตราสารหนี้ดังกล่าวต้องมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)) ซึ่งตราสารหนี้ดังกล่าวอาจออกโดยภาคเอกชนหรือภาครัฐ และอาจมีอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate) หรือแบบลอยตัว (Floating Rate) นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจถือครองเงินสดและเงินฝากได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด (ไม่รวมเงินสดที่ถือไว้เพื่อรองรับสถานะการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) รวมถึงสินทรัพย์สภาพคล่องอื่นที่เกี่ยวเนื่อง (Ancillary Liquid Assets) (ซึ่งโดยปกติจะประกอบด้วยเงินปันผลหรือรายได้ค้างรับ) ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก
นอกเหนือจากการใช้ Call Options และสัญญา Futures ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนโดยตรง หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ได้แก่ สัญญา Total Return Swaps สัญญา Futures หรือสัญญาออปชันที่อ้างอิงกับสัญญา Futures (Options on Futures) และสัญญาฟอร์เวิร์ด (Forwards) ที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก (และอยู่ภายใต้เงื่อนไขและขอบเขตที่กำหนดโดย Central Bank of Ireland เพื่อช่วยสนับสนุนให้กองทุนหลักบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน รวมถึงเพื่อให้กองทุนหลักมีสถานะการลงทุนในตราสารทุนตามที่กล่าวข้างต้น ตลอดจนเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ สินทรัพย์อ้างอิงของสัญญา Total Return Swaps ดังกล่าว (ถ้ามี) อาจเป็นหลักทรัพย์ ตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket of Securities) หรือดัชนีที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก โดยคาดว่าจะรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงดัชนีตราสารทุนที่ประกอบด้วยตราสารทุนของบริษัทในตลาดพัฒนาแล้ว
นโยบายด้าน ESG
ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลักจะพิจารณาจำกัดและ/หรือหลีกเลี่ยงการลงทุนโดยตรง (แล้วแต่กรณี) ในผู้ออกหลักทรัพย์ภาคเอกชน (Corporate Issuers) ที่ผู้จัดการกองทุนของกองทุนหลักมีความเห็น ณ ขณะที่เข้าลงทุน ว่ามีความเกี่ยวข้อง หรือมีความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมบางประเภท (ในบางกรณีอาจพิจารณาจากสัดส่วนรายได้ที่กำหนด) นอกจากนี้ กองทุนหลักมุ่งหมายให้มีระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emissions Intensity) ต่ำกว่าดัชนี MSCI World Index โดยผู้ออกหลักทรัพย์อย่างน้อยร้อยละ 90 ของหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนจะต้องได้รับการจัดอันดับด้าน ESG หรือผ่านการวิเคราะห์ด้าน ESG แล้ว
การขยายฐานเงินลงทุน (Leverage)
ในการดำเนินการตามนโยบายการลงทุน กองทุนหลักคาดว่าจะมีการขยายฐานเงินลงทุน (Leverage) ประมาณร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนหลัก
การจ่ายผลตอบแทน (Distribution)
กองทุนหลักอาจจ่ายผลตอบแทนจากเงินทุนและรายได้สุทธิ เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างกระแสเงินสด และเพื่อเพิ่มระดับการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิธีการดังกล่าวอาจทำให้สามารถจ่ายผลตอบแทนในระดับที่สูงขึ้นได้ แต่อาจส่งผลให้เงินลงทุนของกองทุนหลักลดลง รวมถึงอาจลดศักยภาพในการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว และอาจส่งผลให้เงินลงทุนของกองทุนลดลงจนหมดได้ในที่สุด นอกจากนี้ การจ่ายผลตอบแทนจากเงินลงทุนอาจส่งผลให้มูลค่าของผลตอบแทนในอนาคตลดลง และมีลักษณะเปรียบเสมือนเป็นการคืนเงินลงทุน (Capital Reimbursement) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน และการจ่ายผลตอบแทนจากเงินลงทุนอาจมีผลกระทบทางภาษีที่แตกต่างจากการจ่ายเงินปันผลจากรายได้สุทธิ
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก
ค่าธรรมเนียมรวม (Total Expense Ratio) ไม่เกินร้อยละ 1.00 (ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 เรียกเก็บ 0.35%)
หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนด และ/หรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้
รายละเอียดของกองทุนหลักแปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Prospectus) และเอกสารอื่น ๆ ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ishares.com/uk/individual/en/products/335083/
(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ
(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF
(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
(แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
พร้อม 10.3.1
การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
แล้วเสร็จ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนประเภทอื่นที่บริษัทจัดการจะประกาศรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมในอนาคต
สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่ต้องการรับผลตอบแทนจากการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และ/หรือผู้ลงทุนประเภทอื่นที่บริษัทจัดการจะประกาศรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมในอนาคต
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม