PRINCIPAL MAINCOME-A
ที่เลือกเหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล มัลติ แอสเซท อินคัม
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ไม่ป้องกันความเสี่ยง FX (เปิดรับอัตราแลกเปลี่ยน) • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
11.6697
2026-07-30
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
370 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
1.182%
อันดับค่าธรรมเนียม 6 จาก 8
1 วัน
+0.04%
1 สัปดาห์
+0.07%
1 เดือน
-0.53%
3 เดือน
+0.51%
6 เดือน
+1.33%
1 ปี
+2.32%
5 ปี
-
สูงสุด
+3.28%
+2.32%(+0.2642)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
| ประเภทค่าธรรมเนียม | ตามหนังสือชี้ชวน | เก็บจริง |
|---|---|---|
| การจัดการ (Management Fee) | 1.07% | 0.802% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) | 1.07% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching In Fee) | 1.07% | 0.5% |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching Out Fee) | 1.07% | 0% |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 5.35% | 1.182% |
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง Exchange Traded Fund ที่เน้นลงทุนในตราสารของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (ETF REITs) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง หน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชน ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ประกาศกําหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนสามารถลงทุนได้โดยความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละประเภทในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ตามความเหมาะสมของสภาวการณ์ในแต่ละขณะ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุน ในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ และ/หรือที่เสนอขายในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศ ในสัดส่วน ไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์, ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น
ในกรณีที่มีการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่า การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในกองทุนอีทีเอฟที่มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนทวีคูณหรือตรงกันข้ามกับผลตอบแทนรายวันของดัชนีที่กองทุนรวมใช้อ้างอิง (Leveraged Management หรือ Inverse Management) (L&I ETFs) หรือหน่วยของกองทุนต่างประเทศที่มีลักษณะในทำนองเดียวกันได้ โดยกองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการลงทุนของกองทุน (Portfolio Management) เท่านั้น
ทั้งนี้ ทั้งในส่วนที่ลงทุนในประเทศและต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และ/หรือหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด
กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรืออาจเข้าทำธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ประกาศกำหนด
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนทั้งในและ/หรือต่างประเทศไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติ เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ ราคาตลาดลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบปีบัญชี หรือกรณีอื่นใดที่จะก่อความเสียหายให้แก่กองทุนโดยรวม เป็นต้น และ/หรือ กรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร และ/หรือในช่วงระยะเวลาประมาณ 10 วันทำการ กรณีที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนสั่งซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขโครงการ
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยห้ามกองทุนรวมปลายทางลงทุนย้อนกลับในกองทุนรวมต้นทาง (circle investment) และห้ามกองทุนรวมปลายทางลงทุนต่อในกองทุนรวมอื่นภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment)
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม