PRINCIPAL MAINCOME-A
ชนิดที่ 1เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
กองทุนเปิดพรินซิเพิล มัลติ แอสเซท อินคัม
เน้นลงทุนแบบผสม (หุ้นและตราสารหนี้) โดยคัดเลือกลงทุนตรงในสินทรัพย์ รูปแบบ Passive (อ้างอิงดัชนี) ไม่ป้องกันความเสี่ยง FX (เปิดรับอัตราแลกเปลี่ยน) • มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% • รับเงินคืน T+4
NAV ล่าสุด
11.2877
2024-12-20
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
516 ล้านบาท
ข้อมูลล่าสุดที่มี
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมรวม (เก็บจริง)
—
ยังไม่มีข้อมูล
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
-1.35%
1 เดือน
-0.39%
3 เดือน
+3.97%
6 เดือน
+4.08%
1 ปี
+1.72%
5 ปี
-
สูงสุด
+0.23%
+1.72%(+0.1909)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
ยังไม่มีข้อมูลค่าธรรมเนียมของกองนี้
รายการข้างต้นแสดงอัตราเพดานตามหนังสือชี้ชวน และอัตราเรียกเก็บจริงงวดล่าสุดเมื่อมีข้อมูล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง Exchange Traded Fund ที่เน้นลงทุนในตราสารของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (ETF REITs) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง หน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ที่ออกโดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และ/หรือ ภาคเอกชน ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ประกาศกําหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนสามารถลงทุนได้โดยความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์แต่ละประเภทในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ตามความเหมาะสมของสภาวการณ์ในแต่ละขณะ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุน ในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ และ/หรือที่เสนอขายในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศ ในสัดส่วน ไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์, ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และสภาวะอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น
ในกรณีที่มีการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่า การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในกองทุนอีทีเอฟที่มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนทวีคูณหรือตรงกันข้ามกับผลตอบแทนรายวันของดัชนีที่กองทุนรวมใช้อ้างอิง (Leveraged Management หรือ Inverse Management) (L&I ETFs) หรือหน่วยของกองทุนต่างประเทศที่มีลักษณะในทำนองเดียวกันได้ โดยกองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการลงทุนของกองทุน (Portfolio Management) เท่านั้น
ทั้งนี้ ทั้งในส่วนที่ลงทุนในประเทศและต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และ/หรือหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด
กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรืออาจเข้าทำธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ประกาศกำหนด
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนทั้งในและ/หรือต่างประเทศไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติ เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ การเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ ราคาตลาดลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบปีบัญชี หรือกรณีอื่นใดที่จะก่อความเสียหายให้แก่กองทุนโดยรวม เป็นต้น และ/หรือ กรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลที่จำเป็นและสมควร และ/หรือในช่วงระยะเวลาประมาณ 10 วันทำการ กรณีที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนสั่งซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดได้ และบริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.โดยไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขโครงการ
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยห้ามกองทุนรวมปลายทางลงทุนย้อนกลับในกองทุนรวมต้นทาง (circle investment) และห้ามกองทุนรวมปลายทางลงทุนต่อในกองทุนรวมอื่นภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment)
เหมาะกับผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับรายได้จากส่วนต่างจากการลงทุน (Capital Gain) และสะสมผลประโยชน์จากการลงทุน (Total return)
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม