iShares Core 60/40 Balanced Allocation ETF
กองทุนหลักต่างประเทศ (ข้อมูลจำลอง)
- ประเทศ
- สหรัฐอเมริกา
- จำนวนกองทุนไทย
- 3 กองทุน
1. กองทุนเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน iShares Core 60/40 Balanced Allocation ETF (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Fund of Funds ซึ่งจัดตั้งและจัดการโดย BlackRock Fund Advisors และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี S&P Target Risk Balanced Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งดัชนีอ้างอิงประกอบด้วยกองทุนรวม ETFs ประเภทตราสารทุนและตราสารหนี้ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของกลยุทธ์การจัดสรรการลงทุนตามเป้าหมายความเสี่ยงแบบสมดุล (Balanced Target Risk Allocation Strategy) ทั้งนี้ กองทุนหลักนี้ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่ต่ำ ด้วยส่วนผสมที่เหมาะสมระหว่างการเติบโตของเงินลงทุน (Growth) และรายได้ (Income) กองทุนหลักใช้แนวทางการลงทุนแบบอิงดัชนี (Index Fund) และโดยทั่วไปกองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของทรัพย์สินในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง และส่วนที่เหลือไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สิน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) สัญญาออปชัน (Options) และสัญญาสวอป (Swap) รวมถึงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ซึ่งรวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน ตลอดจนหลักทรัพย์อื่นที่ไม่ได้รวมอยู่ในดัชนีอ้างอิง แต่ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่าจะช่วยให้กองทุนสามารถติดตามดัชนีอ้างอิงได้ นอกจากนี้ กองทุนอาจให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) คิดเป็นสัดส่วนสูงสุดไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุน (รวมถึงมูลค่าของหลักประกันใดๆ ที่ได้รับ) กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัว (สัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไป) ในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือกลุ่มอุตสาหกรรม ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันกับดัชนีอ้างอิง (Underlying Index) 2. สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนใน หรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้หรือเงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงินและลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. เพื่อการดำเนินการของกองทุน รอจังหวะการลงทุนในต่างประเทศ รักษาสภาพคล่องของกองทุน หรือสำหรับการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ กองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 3. ในสภาวการณ์ปกติกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยกองทุนจะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (fully hedged) ทั้งนี้ กองทุนยังอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนที่ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการลงทุน (Efficient portfolio management) 4. กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (unlisted securities) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีสามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น 5. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียมการลงทุน หรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวน หรือโครงการหรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทจัดการเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน หรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว ข้อมูลทั่วไปของ ISHARES CORE 60/40 BALANCED ALLOCATION ETF (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568) ชื่อกองทุนiShares Core 60/40 Balanced Allocation ETFวันที่จัดตั้ง4 พฤศจิกายน 2551อายุโครงการไม่กําหนดชนิดหน่วยลงทุนETF Share ClassBloomberg TickerSPCGGUT:USISIN CodeUS4642898674สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)หน่วยงานที่กํากับดูแลU.S. Securities and Exchange Commissionตลาดหลักทรัพยที่จดทะเบียนซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ NYSE Arca ประเทศสหรัฐอเมริกาวันทําการซื้อขายทุกวันทําการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย NYSE Arcaการจ่ายเงินปันผลจ่าย (รายไตรมาส)ผู้จัดการกองทุน (Investment Adviser)BlackRock Fund Advisorsผู้รับฝากหลักทรัพย์ (Custodian/ Depositary)Citibank, N.A.ผู้สอบบัญชี (Independent Registered Public Accounting Firm)PricewaterhouseCoopers LLPนายทะเบียน (Transfer Agent)Citibank, N.A.ดัชนีชี้วัด S&P Target Risk Balanced Indexผู้จัดทำดัชนี้ชี้วัดS&P Dow Jones Indices LLC.วัตถุประสงค์การลงทุน : เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ S&P Target Risk Balanced Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งดัชนีอ้างอิงประกอบด้วยกองทุนรวม ETFs ประเภทตราสารทุนและตราสารหนี้ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของกลยุทธ์การจัดสรรการลงทุนตามเป้าหมายความเสี่ยงแบบสมดุล (Balanced Target Risk Allocation Strategy) ทั้งนี้ กองทุนหลักนี้ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่ต่ำ ด้วยส่วนผสมที่เหมาะสมระหว่างการเติบโตของเงินลงทุน (Growth) และรายได้ (Income) นโยบายการลงทุน: กองทุนหลักเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนรวมอื่น (Fund of Funds) และมุ่งหวังที่จะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยการลงทุนในกองทุนอื่นๆ (Underlying Funds) ทั้งนี้ กองทุนที่กองทุนหลักเข้าไปลงทุนเหล่านั้นเป็นกองทุนที่มุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิงของแต่ละกองทุนโดยจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่ เช่น ตราสารทุนในประเทศสหรัฐฯ ตราสารทุนนอกประเทศสหรัฐฯ ทั้งที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขนาดใหญ่ (Large Cap) หรือขนาดกลาง (Mid Cap) ตลาดตราสารหนี้ ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งสินทรัพย์แต่ละประเภทดังกล่าวมีลักษณะความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป กองทุนหลักใช้แนวทางการลงทุนแบบอิงดัชนี (Index Fund) และโดยทั่วไปกองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของทรัพย์สินในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง และส่วนที่เหลือไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สิน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) สัญญาออปชัน (Options) และสัญญาสวอป (Swap) รวมถึงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด หน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน ตลอดจนหลักทรัพย์อื่นที่ไม่ได้รวมอยู่ในดัชนีอ้างอิงแต่ผู้จัดการกองทุนเชื่อว่าจะช่วยให้กองทุนสามารถติดตามดัชนีอ้างอิงได้ นอกจากนี้ กองทุนอาจให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) คิดเป็นสัดส่วนสูงสุดไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุน (รวมถึงมูลค่าของหลักประกันใดๆ ที่ได้รับ) กองทุนอาจลงทุนกระจุกตัว (สัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไป) ในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือกลุ่มอุตสาหกรรม ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันกับดัชนีอ้างอิง (Underlying Index) กลยุทธ์การลงทุน: กองทุนใช้แนวทางการลงทุนแบบอิงดัชนี (Indexing Approach) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบสุ่มตัวอย่างหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทน (Representative Sampling Indexing Strategy) โดยกองทุนหลักอาจลงทุนหรือไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง ข้อมูลดัชนีอ้างอิง: ดัชนี S&P Target Risk Balanced Index (ดัชนีอ้างอิง) ถูกออกแบบมาเพื่อวัดผลการดำเนินงานของการจัดสรรเงินลงทุนในตราสารทุน และมุ่งหวังที่จะจัดสรรเงินลงทุนในตราสารหนี้ในสัดส่วนที่จำกัดเพื่อการกระจายความเสี่ยง ดัชนีอ้างอิงนี้ประกอบด้วยกองทุนประเภท Exchanged Traded Fund (ETF) จำนวน 7 กองทุน ที่ใช้เป็นตัวแทนในการจัดสรรสัดส่วนการลงทุนระหว่างตราสารทุนและตราสารหนี้ในอัตราส่วนตราสารทุนร้อยละ 60 และตราสารหนี้ร้อยละ 40 ดังนี้ Asset Class ETF Ticker Equities (Developed Markets) U.S. LargeCapiShares Core S&P 500 ETF IVV U.S. MidCap iShares Core S&P Mid-Cap ETF IJH U.S. SmallCap iShares Core S&P Small-Cap ETFIJR Developed Ex-U.S. iShares Core MSCI Intl Developed Markets ETF IDEV Equities (Emerging Markets) Emerging Markets iShares Core MSCI Emerging Markets ETF IEMG Fixed Income Broad Market iShares Core Total USD Bond Market ETF IUSB International Aggregate Bonds iShares Core International Aggregate Bond ETF IAGG การปรับพอร์ตการลงทุน ในการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนรอบครึ่งปี (Semi-annual Rebalancing) ในเดือนเมษายนและตุลาคม จะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้เพื่อกำหนดน้ำหนักเงินลงทุนในกองทุน ETFs ที่ใช้เป็นตัวแทนของสินทรัพย์และสินทรัพย์ย่อยประเภทต่างๆ 1. สัดส่วนการลงทุนที่จัดสรรระหว่าง “ตราสารทุน” และ “ตราสารหนี้” จะถูกคงไว้ที่อัตราส่วนตราสารทุนร้อยละ 60 และตราสารหนี้ร้อยละ 40 2. การกำหนดสัดส่วนของกองทุนรวม ETF ที่ใช้เป็นตัวแทนของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ จะถูกพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของดัชนีต่าง ๆ ที่ใช้อ้างอิง ดังนี้ 2.1 ส่วนตราสารทุน: ก. การกำหนดสัดส่วนของการจัดสรรเงินลงทุนใน “ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)” และ “ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)”: จะพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับน้ำหนักตามการกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Float-Adjusted Market Capitalization: FMC) ของดัชนี S&P Developed BMI และ S&P Emerging BMI ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ข. การกำหนดสัดส่วนของการจัดสรรเงินลงทุนใน “ตลาดสหรัฐฯ” ในกลุ่ม “ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Markets)” ในข้อ ก.: จะพิจารณาจากสัดส่วนของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับน้ำหนักตามการกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย (FMC) ของดัชนี S&P United States BMI และ S&P Developed Ex-U.S. BMI ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่อยู่ภายในดัชนี S&P Developed BMI ค. การกำหนดสัดส่วนของการจัดสรรเงินลงทุนระหว่าง “ขนาดของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization)” ใน “ตลาดสหรัฐฯ” ในข้อ ข.: จะถูกจัดสรรตามขนาดของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก) ตามสัดส่วนของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับน้ำหนักตามการกระจายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย (FMC) ของดัชนี S&P 500, S&P MidCap 400 และ S&P SmallCap 600 2.2 ส่วนตราสารหนี้ ในการจัดสรรเงินลงทุนในส่วนตราสารหนี้ จะถูกจัดสรร ดังนี้ iShares Core Total USD Bond Market ETF (IUSB) สัดส่วนร้อยละ 85 iShares Core International Aggregate Bond ETF (IAGG) สัดส่วนร้อยละ 15 กำหนดการในการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน ความถี่ในการปรับสมดุล (Rebalancing Frequency): ทุกครึ่งปี (Semi-Annual)วันที่ปรับสมดุล (Rebalancing Date): วันทำการสุดท้ายของเดือนเมษายนและเดือนตุลาคม (T)วันที่ประกาศ (Announcement Date): T ลบ 5 วันทำการ (T-5)วันที่ใช้ข้อมูลสำหรับการปรับสมดุล (Rebalancing Data Date): วันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนวันที่ใช้ราคาสำหรับการปรับสมดุล (Rebalancing Date for Pricing): T ลบ 5 วันทำการ (T-5)ทั้งนี้ รายชื่อกองทุน ETF ที่เป็นองค์ประกอบในดัชนีอ้างอิงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างรอบการปรับสมดุล แต่หากมีเหตุผลใดๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ S&P Dow Jones Indices จนทำให้กองทุน ETF นั้นถูกยกเลิก หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในส่วนของนโยบาย/ขอบเขตการลงทุน (Investment Mandate) คณะกรรมการดัชนี (Index Committee) อาจเลือกที่จะยกเลิกการใช้เป็นตัวแทนของสินทรัพย์ หรือกำหนดกองทุน ETF อื่นเข้ามาทดแทน การเพิ่มสินทรัพย์ (Additions): อาจมีการเพิ่มกองทุน ETF เข้าไปในดัชนีเพื่อปรับปรุงการเป็นตัวแทนโดยรวมของดัชนี หรือเพื่อความเหมาะสมในการลงทุนในช่วงที่มีการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนได้ ส่วนการเพิ่มสินทรัพย์ในกรณีอื่นๆ เช่น การเพิ่มเพื่อทดแทนกองทุน ETF ที่ถูกเอาออกจากดัชนีไป อาจดำเนินการในช่วงระหว่างรอบการปรับสมดุลได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ S&P Dow Jones Indices การลบสินทรัพย์ (Deletions): กองทุน ETF อาจถูกนำออกจากดัชนีตามดุลยพินิจของ S&P Dow Jones Indices หากกองทุนนั้นไม่สามารถติดตามดัชนีอ้างอิง (Tracking) ได้ในระดับที่ยอมรับได้ หรือหากไม่ได้เป็นตัวแทนที่เหมาะสมของดัชนีอ้างอิงด้วยเหตุผลอื่นใด หรือในกรณีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการดำเนินงานของกองทุนหรือผู้บริหารกองทุนนั้นๆ ดัชนีเริ่มวันที่ 25 กันยายน 2551 และวันฐานของดัชนี คือวันที่ 31 มกราคม 2550 โดยมีมูลค่าวันฐานที่ 100 ดัชนีคำนวณด้วยวิธีถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและปรับสัดส่วนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่สามารถซื้อขายได้จริง (Float-adjusted, market-capitalization weighted index) ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ดัชนีประกอบด้วยหลักทรัพย์ประเภทกองทุน Exchanged Traded Fund (ETF) จำนวน 7 หลักทรัพย์ โดยกองทุน ETF ที่มีน้ำหนักมากที่สุดคือ iShares Core S&P ETF Trust (IVV) ที่ร้อยละ 34.7 ของ NAV สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีอ้างอิง รวมถึงรายชื่อหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงได้ที่ https://www.spglobal.com/spdji/en/indices/multi-asset/sp-target-risk-balanced-index/#overview ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย : ค่าธรรมเนียมการทํารายการซื้อและขาย (Transaction Fee on Purchases and Sales): ไม่มี ค่าธรรมเนียมการนําเงินปันผลไปลงทุนต่อ (Transaction Fee on Reinvested Dividends): ไม่มี ค่าธรรมเนียมการแปลงหน่วยลงทุนเป็นหน่วย ETF (Transaction Fee on Conversion to ETF Shares): ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุน (% ต่อปี) : ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุนรวมสุทธิ (Net Expense Ratio): 0.15%*หมายเหตุ: * ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุนรวมอยู่ที่ 0.20% แต่ผู้จัดการกองทุนยกเว้นค่าใช้จ่ายจากการไปลงทุนในกองทุน ETFs อื่น 0.05% จนถึง 30 พฤศจิกายน 2569 รายละเอียดของกองทุนหลักแปลมาจากเอกสารของกองทุนหลัก เช่น Fund Fact Sheet หนังสือชี้ชวนส่วนสรุป (Summary Prospectus) เอกสารข้อมูลเพิ่มเติมของกองทุน และรายงานต่าง ๆ ของกองทุนหลัก และ หลักเกณฑ์ในการจัดทำดัชนี (Index Methodology) ของผู้จัดทำดัชนีอ้างอิง ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่าง หรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับ ให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
สรุปจากหนังสือชี้ชวนของ TLCOREWEALTH-H-X ซึ่งเป็นกองทุนไทยตัวแทน
NAV ล่าสุด
$120.45
จำลองข้อมูล (Mockup)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
500,000 ล้านบาท
จำลองข้อมูล (Mockup)
ระดับความเสี่ยงของกองทุน
5
ระดับ 5 จาก 8
ค่าธรรมเนียมกองหลัก
0.75%
จำลองข้อมูล (Mockup)
1 วัน
+0.15%
1 สัปดาห์
+1.20%
1 เดือน
+3.50%
3 เดือน
-2.10%
6 เดือน
+5.40%
1 ปี
+15.20%
5 ปี
+45.80%
สูงสุด
+120.50%
กราฟแสดงผลการดำเนินงาน (Performance Chart - Mockup)
+28.13%(+28.1331)
ผลตอบแทนจาก NAV ต่อหน่วย ไม่รวมเงินปันผล
ผลตอบแทนรายเดือน
Top 8 Holdings
Sectors (กลุ่มอุตสาหกรรม)
กองทุนไทยที่ลงทุนผ่านกองหลักนี้ (Feeder Funds)
เปรียบเทียบผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม โดยสามารถคลิกที่หัวตารางเพื่อจัดเรียงข้อมูลได้
กองทุนทั่วไป (2 กอง)
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| TLCOREWEALTH-H-X | — | — | — | 0.25% | |
| TLCOREWEALTH-UH-X | — | — | — | 0.25% |
กองเพื่อสิทธิประโยชน์ภาษี — RMF/LTF/SSF/ThaiESG (1 กอง)
เงื่อนไข lock-in และสิทธิลดหย่อนภาษีต่างจากกองทุนทั่วไป
Fund Class (กองทุนไทย) | 1 ปี | 3 ปี | 5 ปี | ค่าธรรมเนียม | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|---|---|
| TLCOREWEALTHRMF | — | — | — | 0.59% |